วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 29/10/60

โดย สีกาอ่าง

พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน กรุลานทุ่งเศรษฐี.

สนามพระวิภาวดี อาทิตย์นี้ ตรงกับวันที่ 29 ตุลาคม 2560 จึงได้บันทึกว่า เป็นวันสุดท้ายของพระราชพิธีพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่วันเสด็จสวรรคต เมื่อ 13 ตุลาคม 2559 จนถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิง เมื่อ 26 ตุลาคม.....

และวันนี้ก็เป็นพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล พระบรมอัฐิ วันสุดท้าย และอัญเชิญ พระบรมโกศ พระบรมอัฐิ ขึ้นประดิษฐาน ณ พระวิมาน พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เคียงข้างบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ .....

ส่วนผอบ บรรจุ พระบรมราชสรีรางคาร เชิญไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ วัดราชบพิธฯ ซึ่งมี สุสานหลวงที่ รัชกาลที่ 5 โปรดฯให้สร้างขึ้น เพื่อนำพระอัฐิ และพระสรีรางคาร พระบรมราชเทวี พระราชเทวี เจ้าจอมมารดา พระราชโอรส พระราชธิดาในพระองค์ ไปบรรจุไว้ เพื่อให้ผู้ที่มีความรักใคร่ใกล้ชิดได้อยู่ร่วมกัน หลังจากเสด็จล่วงลับ.....

พระบรมราชสรีรางคาร ในหลวง ร.9 จึงจะได้ประทับอยู่กับ สมเด็จพระบรมราชชนก สมเด็จย่า และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ วัดราชบพิธฯ รวมทั้งที่ ฐานพุทธบัลลังก์ พระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร--ซึ่งนับจากนี้ไป ทั้งสองวัดก็จะเป็นสถานที่ที่ประชาชนต้องหลั่งไหลไปรำลึกอาลัยกันไม่ขาดสาย ว่าแล้วก็ขอมอบคาถาบูชา ร.9 ว่า อิติสุขะโต นะโมพุทธายะ ปัตทวีคงคา นวมินทร์ พระมหาราชา นะมามิหัง--ก่อนว่าคาถา ให้ตั้งนะโม 3 จบก่อน.....

ต่อไปเข้าสนามไปดูพระเครื่องสวยๆแซ่บๆ วันนี้กัน องค์แรกคือ พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ วัดระฆังโฆสิตาราม พระดังองค์ตำนาน ที่แฟนคลับเรียกร้องขอดู .....

องค์นี้มีฉายานามว่า “องค์ครูเอื้อ” เพราะเคยเป็นพระของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ปรมาจารย์เพลงไทยสากล หัวหน้าวงดนตรีสุนทราภรณ์ที่มีชื่อเสียงสูงสุด ยุคหลังปีกึ่งพุทธกาล.....

ซึ่งก็เป็น ยุค เดียว กับการเริ่มมีแหล่งชุมนุมนักเล่นพระ ยุคแรกคือ ข้างศาลอาญา เอาพระมาอวดประชัน แลกเปลี่ยนซื้อขาย ทำให้รู้ว่าใครมีพระอะไร สวยแค่ไหน องค์งามสุดก็มักจะได้รับการยกย่องกล่าวถึง ชื่อเจ้าของ จนกลายเป็นฉายานามประจำองค์พระไปเลย.....

องค์นี้ที่กล่าวกันว่าเป็นพระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ ที่มีความงามเป็นที่สุด ชนิดส่องเห็นหน้าองค์สมเด็จฯโต ผู้สร้างกันเลย เพราะทั้งพิมพ์พระที่ติดชัดลึก ฟอร์มองค์ที่ได้สัดส่วน เนื้อมวลสารที่ครบสูตรขาวสะอาด เพราะมีผงพุทธคุณ ๕ ประการผสมอยู่มาก แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเนื้อผงพุทธคุณล้วนๆได้ทีเดียว.....

จุดตำหนิพิจารณาพระแท้ ครบสมบูรณ์ เพอร์เฟกต์ที่สุด ชนิดยังหาองค์เทียบไม่ได้ถึงปัจจุบัน จึงเป็น พระสมเด็จพิมพ์ใหญ่ องค์แรก ที่มีการประเมินราคาไว้สูงถึง ๑๐๐ ล้าน ...โอ้แม่เจ้า.....

ตามมาด้วย พระลือหน้ามงคล กรุวัดประตูลี้ ลำพูน ของ เสี่ยเพชรอิทธิ ชวลิตธำรง พ่อม่ายเนื้อหอม ซึ่งได้สัมปทานสนามพระวิภาวดี มากกว่าคนอื่นมาเกือบสองเดือนแร้ว.....

เรื่องคุ้นเคยมานานไม่เกี่ยวเรยย์ เพราะบางท่านคุ้นกว่านี้แต่ไม่ได้ลงภาพบ่อยเท่า เสี่ยเพชร เพราะเวทีนี้ เน้นพระ (สวย แท้) มากกว่าเพื่อน--จึงเล่นเส้นไม่ได้ ถ้าพระไม่เจ๋งจริง ทราบแล้วเปลี่ยน.....

เพราะมีคอลเลคเตอร์ จัดหนัก อย่าง เสี่ยเพชร ท่านผู้ชมจึงมีโอกาสดี เห็นพระดี เด่น ดัง องค์เด็ดๆต่อเนื่อง และคงอีกยาว เพราะล่าสุด ในระยะเวลา ๓ ปีที่ไม่โสด ว่างก็ส่องพระทางสื่อเจอพระดีมีชื่อชั้นองค์งามๆแท้แน่ๆชอบก็ซื้อ ปรากฏว่ามีเกือบทุกยี่ห้อ รวมแล้วประมาณ ๑ พันองค์ โอ้ มายก๊อด!! .....

ส่วนเงินลงทุนยังไม่ได้สรุป เพราะยังซื้อไม่หยุด อย่างองค์ที่ส่งมาโชว์วันนี้ ก็เพิ่งได้มาหมาดๆพร้อม พระเปิม องค์ “ทับทิม-สยาม”ที่เพิ่งลงไปอาทิตย์ก่อน--มาวันนี้ต้องอัพเดตว่า ซื้อได้เรียบร้อย.....

กลับมาดู พระลือ องค์นี้ ต้องบอกว่าเห็นแล้วเป็นปลื้ม เพราะเป็น องค์แชมป์ งานใหญ่ที่เชียงใหม่เมื่อ ๓๐ ปีก่อน ได้รับการยกย่องว่ามี ปรกโพธิ์ คมจัดชัดลึก เป็นที่สุดของตระกูล งามกว่า องค์แชมป์โลก (หน้าหล่อ) ราคา ๘ ล้านซะอีก.....

หลังได้แชมป์ครั้งนั้น ก็มีเซียนใหญ่สายเหนือ ซื้อเก็บเงียบ ไม่มีข่าวผ่องถ่ายย้ายรัง มีการพูดคุยเรื่อง พระลือ ที่ไหนเป็นต้องมีการถามถึงองค์นี้ เพราะเป็น ๑ ใน ๕ ที่งามสุด.....

จู่ๆวันนี้ เสี่ยเพชร ส่งภาพมาให้เฉย ไม่บอกด้วยว่าได้มาจากใคร เท่าไร ได้แต่หัวเราะ.....

ตามติดมาด้วย พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร อดีตเป็นพระหลักยอดนิยมอันดับ 1 ในตระกูลทุ่งเศรษฐี เรียกว่า พระกำแพงเขย่ง พระทุ่งเศรษฐี ก่อนมาเป็น พระกำแพงลีลาเม็ดขนุน ซึ่งได้มาตามลักษณะรูปทรงที่เป็นพระยืน ย่างพระบาทก้าวเดิน มีความอ่อนช้อยลอยเบา อย่างศิลปะพระปางลีลา ยุคสุโขทัย ที่ได้รับการยกย่องเป็น พระพิมพ์ปางลีลา ที่งดงามที่สุด.....

พระกำแพงเขย่ง หรือพระกำแพงลีลาเม็ดขนุน ได้รับความนิยมอันดับ ๑ ก่อนพระพิมพ์อื่นๆในสกุลพระทุ่งเศรษฐี จนถูก พระพิมพ์ซุ้มกอ แซงหน้าแย่งซีน ขึ้นอันดับ ๑ แทน เพราะรูปทรงที่เป็นพระนั่ง เช่นเดียวกับพระร่วมชุด เบญจภาคี .....

อย่างไร ก็ตาม พระกำแพงเม็ดขนุน ก็ยังเป็น ขุนพลพระพิมพ์ ของเมืองกำแพงเพชร ที่ได้รับความนิยมสูงสุด แต่เปลี่ยนมาใช้บูชาพกพาแบบแขวนเดี่ยว--ราคาค่าองค์งามสมบูรณ์อย่างนี้ ต้องมี หลายๆล้าน ขอบอก.....n อีกรายการคือ พระปิดตา เนื้อผงจุ่มรัก พิมพ์ชะลูด หลวงปู่เอี่ยม วัดสะพานสูง นนทบุรี ก็ของ เสี่ยเพชร เหมือนกัน .....

นักนิยมพระปิดตาเห็นองค์นี้ ต้องยกนิ้วให้ในความสมบูรณ์งดงามของพิมพ์พระและรักเคลือบที่แห้งสนิทได้อายุ แบบไร้ริ้วรอยสัมผัสใช้ ทั้งที่มีอายุกว่า ๑๐๐ ปี.....

และเพราะสุดยอด พระปิดตาเนื้อผงพุทธคุณ ที่มีชื่อเสียงสูง มีอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ อย่างที่ หลวงปู่เอี่ยม ผู้สร้าง บอกกับศิษย์ใกล้ชิดที่กราบถามท่านว่าเมื่อหลวงพ่อสิ้นแล้ว เกิดมีเหตุเภทภัย มีเรื่องทุกข์ร้อน พวกผมจะหันหน้าไปพึ่งใคร ท่านตอบว่าให้เอาพระของข้าอธิษฐาน ถ้าไม่มีให้นึกถึงชื่อข้า จะมาช่วยทันที.....

ซึ่งชาวบ้านย่านวัดสะพานสูงยังเห็นเป็นอมตะวาจาสิทธิ์ เมื่อมีความทุกข์ร้อน ก็เข้าวัดกราบรูปท่าน อธิษฐานขอความช่วยเหลือ.....

อีกองค์เป็น พระปิดตา ของ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์ ชลบุรี พิมพ์ปั้น เนื้อผงเคล้ารัก พิมพ์พระที่สร้างก่อนจะมีพิมพ์มาตรฐาน เพราะหลวงพ่อปั้นเอง ปลุกเสกแล้วแจกให้ผู้ร่วมสร้างวัด จึงไม่มีรูปทรงแบบ พิมพ์ ขนาดที่แน่นอน แต่ก็มีรูปแบบที่คล้ายๆ กันเป็นเอกลักษณ์ .....

จุดพิจารณาอยู่ที่ฟอร์มองค์ เส้นศิลป์ เนื้อมวลสาร และอายุความเก่า อย่างองค์นี้ของ กำนันมานะ คงวุฒิปัญญา สภาพสมบูรณ์มีริ้วรอยสัมผัสใช้ผิวนอกบางจุด เปิดเห็นเนื้อใน ส่องเห็นมวลสารเข้มข้นครบสูตร ดูเข้มขลัง น่ารักน่าใช้.....

วันนี้ พระปิดตา มาหลายสำนัก องค์นี้เป็น พิมพ์สะดือใหญ่ เสริมฐาน ลงรักปิดทองทาชาดแดง หลังยันต์อิติ (เล็ก) หลวงปู่เฮี้ยง วัดป่าอรัญญิกาวาส ชลบุรี.....

หลวงปู่เฮี้ยง มีชื่อเสียงเป็นพระเกจิอาจารย์พุทธาคมเข้มขลัง สมัยท่านมีชีวิตอยู่ ทุกงานพุทธาภิเษกในเขตเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออกต้องมีชื่อท่านเข้าร่วมในพิธี ทั้งที่ประวัติท่าน ไม่มีบันทึกเป็นศิษย์พุทธาคมพระเกจิองค์ใด.....

มีเพียงบันทึกว่าท่านได้ค้นพบตำราวิชาพุทธาคมของ พระปลัดชื่น อดีตเจ้าอาวาสของวัด แล้วศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง และทดลองสร้าง ตะกรุด เนื้อทองฝาบาตร มอบให้ผู้ร่วมสนับสนุนบูรณะวัดไปใช้บูชา ปรากฏว่ามีอานุภาพฉมังด้าน แคล้วคลาด คงกระพันชาตรี เป็นที่เลื่องลือ.....

ถึงปี พ.ศ.๒๔๙๕ ท่านจะสร้างอาคารโรงเรียนวรพรตพิทยานุกูล หลังแรกมีผู้ร่วมบริจาคทรัพย์มาก แต่ก็ยังไม่พอ พอดีศิษย์คนหนึ่งได้นำแท่งผงพระพุทธคุณ หลวงพ่อแก้ว ที่พบจากองค์เจดีย์ วัดเครือวัลย์ มามอบให้ เล่าว่าผงพุทธคุณมี ๙ แท่ง ผู้ร่วมพิธีเปิดกรุองค์พระเจดีย์แบ่งกันไปคนละแท่ง และให้หลวงพ่อไปบอกบุญขอบริจาคมา คงไม่มีใครขัด ซึ่งท่านก็ได้เดินทางไปขอแท่งผงพุทธคุณมาได้จนครบ นำมาสร้างเป็น พระพิมพ์ปิดตา พิมพ์หลังแบบ หลังตะแกรง เรียกว่า พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เป็นการรำลึกบูชาคุณครู.....

พระส่วนหนึ่งมอบให้กับเจ้าของแท่งผงพุทธคุณ อีกส่วนมอบให้ผู้ร่วมกุศลสร้างอาคารเรียน พอปี พ.ศ.๒๔๙๖ ก็สร้างอาคารเรียนหลังที่ ๒ โดยใช้แท่งผงพุทธคุณที่เหลือสร้างเป็น พระพิมพ์ปิดตา รุ่นสอง หาทุน โดยหลวงพ่อเป็นผู้ออกแบบ พิมพ์พระให้มีเอกลักษณ์เป็นองค์พระปิดตามีฐานนั่ง ด้านหลังเป็นอักขระยันต์อิติภาษาบาลีซ้อนกัน ปั๊มจมในเนื้อ ลงรักทาชาดปิดทอง แบบองค์นี้ของ เสี่ยบี พัทยา นิยมเรียกว่า “พิมพ์อิติเสริมฐาน” ที่มีสร้างเพียงครั้งเดียว จำ-นวนที่พบเห็นน้อย หายากมาก.....

ตอนนี้ พระปิดตาหลวงพ่อแก้ว วัดป่าฯ ของท่าน ราคาพิมพ์ต้นๆ ยุคแรกๆองค์งามๆอย่างนี้ สนามพระส่วนกลางเล่น หลักแสน ในพื้นที่มีสิทธิ์ถึง หลักล้าน อีกไม่นาน .....

ถัดไปคือ พระสมเด็จ ปิลันทน์ พิมพ์ปรกโพธิ์ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (ม.จ.ทัด เสนีวงศ์) วัดระฆังฯ ของ เสี่ยพ๊อต นครชัยศรี งามทั้งพิมพ์พระ คมชัดฟอร์ม ได้สัดส่วน สีเนื้อที่เข้มขลัง คราบกรุไขขาวก็บางเบาไม่บังองค์พระ .....

ประการสำคัญ นักนิยมพระรุ่นแรก ยืนยันว่าเป็นพิมพ์ที่มีอานุภาพชัดเจน ด้านดลบันดาลให้ผู้ใช้บูชาประสบความสำเร็จในชีวิต มีครอบครัวที่ร่มเย็นเป็นสุข อุดมด้วยลาภยศ.....

จึงนำมาใช้บูชาแทน “พระสมเด็จ วัดระฆังฯ” ได้อย่างสบายใจ เพราะผู้สร้างเป็นศิษย์ผู้สืบทอดทั้งตำแหน่ง ฐานา และวิชาพุทธาคม สายตรงองค์จริง .....

ต่อไปคือ พระรูปเหมือน หล่อลอยองค์ พิมพ์ก้นอุ หลวงพ่อคล้าย วาจาสิทธิ์ วัดสวนขัน นครศรีธรรมราช เทพเจ้าของชาวนคร ท่านเกิด พ.ศ.๒๔๑๙ บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อ พ.ศ.๒๔๓๘ ที่วัดจันดี อ.ฉวาง นครศรีฯ และอุปสมบทที่วัดวังม่วง อ.ฉวาง จำพรรษาเรียนพระธรรมวินัย ท่องพระปาฏิโมกข์จบหลักสูตร ยังได้ไปเรียนพระปริยัติธรรม ภาษาบาลี ในสำนักพระครูกาแก้ว (ศรี) วัดหน้าพระบรมธาตุและไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานกับท่านอาจารย์หนู วัดสามพัน สุราษฎร์ธานี.....

ด้านวัตถุมงคล ท่านได้สร้างเหรียญรุ่นแรกและรูปเหมือนก้นอุนี้ขึ้นที่วัดสวนขัน เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๘ เป็นวัตถุมงคลพระเกจิฯยอดนิยม อันดับต้นของเมืองนครศรีฯ .....

เข้า สนามพระใหม่ ขอนำเสนอ พระดี พิธีใหญ่ มาแรงตั้งแต่เปิดจอง คือ พระกริ่งชินบัญชรรุ่นแรก และ เหรียญหล่อพระสมเด็จ ที่ยกย่องว่าเป็น จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง ยุคปัจจุบัน เพราะเป็นสุดยอดวัตถุมงคลที่ครอบคลุมครบด้วย พุทธคุณ เมตตามหานิยม แคล้วคลาดภัยพิบัติ คงกระพัน โชคลาภ เลื่อนยศ เลื่อนฐานะ.....

จัดสร้างขึ้นครั้งแรก โดยพระนักเทศน์ชื่อดัง ท่านพระมหาสมปอง วัดสร้อยทอง บางซื่อ กรุงเทพมหานคร ในวาระอายุวัฒนมงคล ๓๙ ปี เพื่อช่วยการศึกษานักเรียนยากจน พระภิกษุสามเณรและสร้าง รพ. ซึ่งจัดทุกปีในเดือนพฤศจิกายน.....

สำหรับ พระกริ่งชินบัญชร ได้รับมวลสารจากพระเกจิ และช่อพระกริ่งเก่า จัดสร้างตามแบบ พระกริ่งชินบัญชร หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง และได้รับแผ่นชนวนยันต์ ๑๐๘ นะ ๑๔ ปฐมัง พระกริ่งใหญ่วัดสุทัศน์ฯ สมเด็จพระสังฆราช (แพ) มีพุทธลักษณะเป็นรูปจำลอง พระไภษัชยคุรุ เทหล่อโบราณ มีเนื้อทองคำ, เนื้อเงินก้นทองคำ, เนื้อเงิน, เนื้อสัมฤทธิ์โบราณ, เนื้อทองทิพย์, ชุดกรรมการใหญ่, ชุดกรรมการเล็ก.....

ยอดจัดสร้างจำกัด ตอกโค้ดเฮงและหมายเลขกำกับทุกองค์ พุทธาภิเษกโดยพระเกจิชื่อดัง อาทิ หลวงพ่อฟู วัดบางสมัคร, หลวงพ่อสุรศักดิ์ วัดประดู่, หลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี.....

สอบถามจองได้ที่ คณะ ๗ วัดสร้อยทอง โทร. 08-6055-7113, หรือจองผ่านไลน์ไอดี : nimonpra.....

สำหรับนักสะสม วันนี้อาทิตย์ที่ 29 ต.ค. มีงานประกวดพระที่ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ งานใหญ่ ได้มาตรฐาน เพราะเจ้าของงาน คือ คณะนักศึกษา วปอ.รุ่น 53 บิ๊กๆ ทั้งนั้น.....

โดยมี พล.ร.อ. ณะ อารีนิจ และ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน เป็นประธาน ส่วนฝ่ายสมาคมพระเครื่อง ได้เซียนพระชื่อดัง หมึก ท่าพระจันทร์ เป็นพ่องาน.....

คนไทยอยู่ในบรรยากาศแห่งความอาลัย ในหลวง ร.9 มาเป็นปี งานอะไรก็ไม่ค่อยจะมีแก่จิตแก่ใจอยากไป พอผ่านพ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิง ถึงได้กลับสู่บรรยากาศปกติ งานประกวดพระเครื่องของ วปอ.53 จึงได้รับความสนใจมาก และถือเป็นงานแรก หลังพระราชพิธี.....

วันนี้ นักนิยมพระที่อั้น รอส่งพระประกวดมานาน คงไปกันเต็มศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ.....

ลาเดือน ๑๐ ด้วยเรื่องปิดท้ายของ เสี่ยนนท์ ซึ่งจัดงานบวชลูกชายตอนเข้าพรรษา โดยหว่านล้อมให้ลูกชายบวชให้ครบ ๑ พรรษา แต่ลูกชายไม่ยอม ขอบวชแค่ ๑๕ วัน.....

แต่พอครบกำหนดจริงๆ ลูกชายกลับไม่ยอมสึก บอกบวช ๑๕ วันยังไม่ได้อะไร ขออยู่ครบพรรษา เสี่ยนนท์ ก็เป็นปลื้ม.....

เมื่อถึงวันออกพรรษา เสี่ยนนท์ ไปถามพระลูกว่าจะสึกวันไหน แต่พระลูกชายบอกว่ายังไม่อยากสึก คราวนี้ เสี่ยนนท์ ชักรู้สึกไม่ค่อยดี จึงอ้างว่าอยากให้สึกไปช่วยทำงาน แต่พระตอบว่า ขออยู่เรียนรู้ต่อ.....

เสี่ยนนท์ ถามว่าบวชมาครบพรรษาแล้ว ยังเรียนรู้ไม่พอเรอะ พระจึงล้วงย่ามหยิบของส่งให้ บอกพรรษาเดียวทำได้แค่ ตะกรุด--ที่จะอยู่ต่อ เพราะอยากทำเหรียญตัวเองสักรุ่น เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง