วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์"

เดือนตุลาคมปีนี้ เป็นเดือนที่เราชาวไทยเศร้าโศกเหลือประมาณ

อย่างไรก็ตาม พระราชจริยวัตร พระราชกรณียกิจ และพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 จะยังติดตรึงอยู่ในใจพสกนิกรชาวไทยไปตราบนิจนิรันดร์

เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ผู้เขียนขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวเนื่องกับ โครงการพระราชดำริโครงการหนึ่งในความดูแลของมูลนิธิชัยพัฒนา คือ โครงการ “อัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์” สถานที่ตั้งโครงการอยู่ที่ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นที่ดินที่คุณประยงค์ นาคะวะรังค์ น้อมเกล้าฯ ถวาย เพื่อใช้ประโยชน์ในกิจกรรมของมูลนิธิชัยพัฒนา

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระราชดำริให้พัฒนาและอนุรักษ์ศิลปกรรม วิถีชีวิต และวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนชาวอัมพวา พัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เป็นแหล่งศึกษาความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้พื้นเมือง ระบบนิเวศของสวนผลไม้ สร้างมูลค่าเพิ่มและสร้างรายได้ให้ชุมชนจากการท่องเที่ยวและการจำหน่ายผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูป ส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาแบบบูรณาการ ให้ชุมชน องค์กรท้องถิ่น และองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการบริหารจัดการพื้นที่เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนา และการพึ่งพาตนเองของชุมชนตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีเรื่องราวที่น่าศึกษาหลายเรื่อง ไม่ใช่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่ไปเพื่อชมแบบผิวเผิน ถ่ายรูป โพสต์ลงสื่อสังคมออนไลน์เท่านั้น ไปแล้วจะได้ความรู้ ได้ทดลองทำ ได้ข้อคิดที่นำกลับมาใช้ประโยชน์ได้

ในพื้นที่ของโครงการ มีสวนผลไม้แบบดั้งเดิม ปลูกพืชหลายชนิด เช่น ลิ้นจี่ มะพร้าว ส้มโอ กล้วย ตะไคร้ มะปราง ตะลิงปลิง และต้นไม้โบราณที่ปัจจุบันไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเช่น มะตาด มะพูด มะเปรียง

เดินลึกเข้าไปในสวน เพื่อไปชมเตาตาล แหล่งเรียนรู้การทำน้ำตาลมะพร้าวแบบโบราณ ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมา ม.ร.ว.ศรีเฉลิม กาญจนภู ผู้อำนวยการกลุ่มงานแผนและติดตามประเมินผล สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ได้อธิบายให้ฟังว่า การทำเตาสำหรับเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวนี้ นอกจากจะได้น้ำตาลมะพร้าวธรรมชาติแท้ๆ ไม่ใส่สิ่งเจือปน ไม่ใส่สารกันบูดแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อวิถีชีวิตชาวสวน เพราะได้นำทางมะพร้าวแห้งมาใช้เป็นฟืนสำหรับเตาตาล ซึ่งถ้าไม่ได้นำมาทำฟืน ทางมะพร้าวแห้งจำนวนมากนี้จะกลายเป็นขยะที่เป็นภาระในการกำจัด ถ้าทิ้งไว้ในสวนมะพร้าว ปล่อยให้ทางมะพร้าวแห้งทับถมในร่องสวน น้ำก็ไม่สามารถระบายได้

บริเวณเตาตาลของโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ นอกจากจะมีการสาธิตการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแล้ว มีน้ำตาลมะพร้าวที่เพิ่งเคี่ยวเสร็จขึ้นจากกระทะใหม่ๆ และขนมอื่นๆของชาวบ้านจำหน่ายด้วย

ในวันที่ทีมงานเดินทางไป ทางโครงการได้จัดให้มีการสาธิตการทำ ขนมวงทอง ขนมพื้นบ้านของสมุทรสงคราม ให้ชมและชิม ขนมวงทองทำจากแป้งข้าวเหนียว กล้วยหอม และมะพร้าวทึนทึกขูด นวดส่วนผสมให้เข้ากัน นำลงไปทอดในกระทะทองเหลือง เมื่อสุกแล้วนำขึ้นมาชุบน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยว รับประทานตอนยังอุ่นๆ อร่อยดีนักแล เป็นการสืบทอดภูมิปัญญาการแปรรูปวัตถุดิบที่มีในท้องถิ่น ซึ่งปัจจุบันหาคนทำได้น้อยเต็มที

เมื่อเดินออกมาจากสวน จะพบ ร้านภัทรพัฒน์ เป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของทางโครงการและชุมชน มีทั้งข้าวสาร ดอกเกลือ น้ำมันมะพร้าว แชมพู สบู่ เครื่องประทินผิวนานาชนิด ยาดม ยาหม่อง มีร้านขายเครื่องดื่ม สามารถนั่งพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ริมบ่อน้ำ

บริเวณ ลานสวนชัยพัฒนานุรักษ์ และลานวัฒนธรรมนาคะวะรังค์ เป็นสถานที่จัดกิจกรรมส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น มีพื้นที่ให้ชาวบ้านมาจำหน่ายสินค้า อาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง โดยเน้นว่าให้มีการสาธิตการทำให้ผู้ที่มาเที่ยวชมได้เห็นวิธีการทำ หรืออาจได้ทดลองทำด้วย เช่น การโรยฝอยทอง

เดินต่อไปทางริมคลองอัมพวา จะมี ร้าน “ชานชาลา” เป็น ร้านจำหน่ายเครื่องดื่มของโครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ มีเครื่องดื่มสูตรพระราชทาน “ม่วงชื่นชานชาลา” และเครื่องดื่มอื่นๆ เช่น น้ำลิ้นจี่ปั่น กาแฟสด ที่ร้านนี้จำหน่ายเฉพาะเครื่องดื่ม สามารถสั่งอาหารจากพ่อค้าแม่ค้าที่มาขายในเรือ และร้านค้าแถวๆนั้น นำมานั่งรับประทานในร้านได้ เป็นความตั้งใจของทางโครงการที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

ต่อเนื่องกันกับร้านชานชาลา เดินเลาะเลียบริมคลองไป ยังมีสิ่งที่น่าสนใจให้ชมอีกหลายอย่าง เช่น ห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน ขณะนี้กำลังมีนิทรรศการภาพวาดชุด “พ่อหลวงในดวงใจฉัน” เพื่อร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช โดย อ.วินิจ จิตตนา ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2560

ภายในห้องนิทรรศการชัยพัฒนานุรักษ์ มีมุมสาธิตจักสานใบมะพร้าว สานเป็นพัด หมวก กระจาด กระเช้า และพับใบเตยเป็นดอกไม้ ผู้สนใจสามารถไปลงทะเบียนเรียนได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย หากชื่นชอบงานฝีมือจะอุดหนุนกลับมาเป็นของฝากของที่ระลึกก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

ห้องข้อมูลชุมชนอัมพวา จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้ของชาวชุมชนอัมพวา แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชาวชุมชนในอดีต

“บ้านครูเอื้อ” จัดแสดงนิทรรศการประวัติและผลงานของครูเอื้อ สุนทรสนาน เรื่องราวของเพลงสุนทราภรณ์นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มูลนิธิสุนทราภรณ์ได้นำข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของครูเอื้อ เครื่องดนตรี เสื้อผ้า ของใช้ส่วนตัว โต๊ะทำงาน และภาพเก่าที่หาชมได้ยากมาจัดแสดง เป็นส่วนหนึ่งของ “โครงการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นชาวอัมพวา” ของมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่ออนุรักษ์เพลงเก่าในตำนานซึ่งกลมกลืนไปกับบรรยากาศห้องแถวไม้โบราณริมคลองอัมพวา

กิจกรรมและนิทรรศการบางส่วน เปิดทำการเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ในขณะที่บางส่วนเปิดทำการทุกวัน ไม่มีวันหยุด นักท่องเที่ยวและหน่วยงานที่สนใจเข้าศึกษาดูงาน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดนัดหมายล่วงหน้าได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-3475-2245

ธ สถิตในใจตราบนิรันดร์ ด้วยสำนักในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้.

ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์