วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถาวร จี้ รบ.ขันนอตแก้ปัญหายางราคาตก ดิ่งเหลือโลละ 40 บาท

"ถาวร เสนเนียม" จี้รบ.-คสช.เร่งแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำ เหลือกิโลกรัมละ 40 บาท แนะทบทวนโครงสร้างบริษัทร่วมทุนฯ-ควบคุมราคาส่งออกยาง เชียร์ "บิ๊กตู่" ขันนอตให้หน่วยงานต่างๆ นำยางไปใช้จริงจัง

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ต.ค.60 นายถาวร เสนเนียม อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์และแกนนำ กปปส. โพสต์เฟซบุ๊กถึงปัญหาราคายางพาราตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ 40 บาท พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลคสช.เร่งแก้ไขปัญหานี้ว่า เสร็จจากงานเศร้าโศกเสียใจ เรามาหาสาเหตุความเดือดร้อนของชาวสวนยางพาราและหาวิธีการแก้ไขให้พี่น้องเกษตรกร ตนขอนำเสนอสภาพปัญหาและวิธีการแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ดังนี้


ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยางกรณีราคายางตกต่ำ


1. สภาพปัญหาและข้อเท็จจริง ช่วง 3 เดือนแรกของต้นปี 2560 ราคายางได้ปรับตัวสูงขึ้นเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแต่หลังจากนั้นเป็นต้นมาก็ไม่รักษาระดับราคาเอาไว้ได้เลย จนปัจจุบันถือว่าต่ำมาก เกษตรกรชาวสวนยางขายยางแผ่นดิบได้ที่ 40 บาท/กก. เศษ เท่านั้นในขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 60 บาท/กก. เศษ และกำลังจะถอยลงเรื่อยๆ จนเกษตรกรชาวสวนยางเดือดร้อน ซึ่งมีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างน่าเป็นห่วง ในขณะที่อุปสงค์ อุปทาน ถือว่ายังปกติและตามประมาณการของ IRSG ยังมีปริมาณการใช้ยังสูงกว่าปริมาณการผลิตเสียด้วยซ้ำ ดูตารางราคาและกราฟข้างล่าง



2. สาเหตุของปัญหา สาเหตุของปัญหาที่ทำให้ราคายางตกต่ำลงได้ขนาดนี้พอประมวลได้ดังนี้


2.1 ปริมาณยางมีในสต๊อกผู้ใช้สูงเนื่องจากช่วงต้นปีราคาปรับขึ้นสูงมีผู้ส่งออกหลายรายไปขายยางในตลาดล่วงหน้า (future market) แล้วใช้วิธีส่งมอบยางจริงซึ่งอยู่ในช่วงเดือนส.ค. ถึง ต.ค. ปีนี้ ทำให้ยางไม่ขาดแคลนผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องซื้อยางเข้าสต๊อกในขณะนี้


2.2 ผู้ประกอบการขายยางล่วงหน้าไว้ในประมาณที่มากและราคาไม่สูงจึงต้องออกมาซื้อในราคาที่ไม่ให้สูงกว่าต้นทุนขาย


2.3 บริษัทร่วมทุนที่รัฐบาล โดยการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ดำเนินการกิจการไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์และขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการ โดยการเข้าซื้อยางตลาดกลางของรัฐบาลทั้ง 6 ตลาด คือ สงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ยะลา หนองคาย และบุรีรัมย์ จนทำให้ยางแผ่นรมควันที่ซื้อไว้เป็นหมื่นตันบางส่วนเกิดความเสียหายเนื่องจากไม่ได้ขนยางไปดำเนินการหีบห่อที่ถูกต้องทำให้ยางค้างอยู่ในตลาดกลางกินพื้นที่ของตลาดจนไม่สามารถดำเนินการการเปิดตลาดได้ต้องปิดตลาดทำให้เกษตรกรชาวสวนยางไม่สามารถนำยางมาขายได้และถูกพ่อค้านอกตลาดกดราคาในที่สุดดังที่เป็นอยู่ขณะนี้


2.4 ความเอาใจใส่ของรัฐบาลไม่จริงจัง หวังพึ่งพาเพียงจากการดำเนินการของบริษัทร่วมทุนฯ และไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของบริษัทผู้มาร่วมทุนซึ่งไม่ได้เต็มใจมาตั้งแต่ต้นจึงวางหมากเกมไม่ยอมรับยางเข้าบริษัทดังที่กล่าวข้างต้น เพื่อจะได้ดักตัดซื้อราคาต่ำและรัฐบาลไม่มีมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติมทำให้สถานการณ์ด้านราคายางแย่ลงไปเรื่อยๆ



3. แนวทางการแก้ไข ผมในฐานะผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและชาวบ้านทั่วไปรับทราบและเข้าใจปัญหาเหล่านี้มาโดยตลอดรู้สึกอึดอัดกับแนวทางการแก้ปัญหายางพาราของรัฐบาล และจะขอเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาให้กับรัฐบาล ดังนี้


3.1 ทบทวนบทบาทหน้าที่และโครงสร้างองค์กรของบริษัทร่วมทุนฯ เสียใหม่เพื่อให้สนองตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง


3.2 ควรนำผลการประชุมของบริษัทร่วมทุน 3 ประเทศ (ITRC) ระดับรัฐมนตรีครั้งล่าสุดเมื่อ 15 ก.ย. 2560 มาเข้าสู่โหมดของการปฏิบัติ ในเรื่องการควบคุมการส่งออก และอื่นๆ


3.3 กองการยาง กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ รมว. เกษตรฯ ต้องสร้างบทบาทในฐานะผู้รับผิดชอบ พ.ร.บ. ควบคุมยางปี 2542 ออกมาควบคุมราคาส่งออกยางของพ่อค้าที่แข่งกันเสนอขายไปต่างประเทศในราคาต่ำๆ แล้วมากดราคาซื้อจากพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางโดยอ้างราคาตลาดโลก


3.4 ควรขยายโครงการที่ช่วยดูดซับยางพาราออกจากตลาด ดังที่ดำเนินการกับสมาคมน้ำยางข้นไทยอยู่ขณะนี้ให้ครอบคลุมถึงยางแห้งด้วยเพราะลำพังปริมาณน้ำยางข้นมีเพียง 20% ของผลผลิตเท่านั้นคงไม่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมต่อตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพได้


3.5 โครงการเพิ่มการใช้ยางพาราภายในประเทศไม่เป็นรูปธรรม ท่านนายกรัฐมนตรีควรลงมาขันนอตหลายๆ รอบ และควรตั้งเป็นคณะทำงานติดตามรายงานผลความคืบหน้าตลอดเวลา เพราะเหตุว่าที่ผ่านมามีแต่มติคณะรัฐมนตรีให้หน่วยงานนำยางพาราไปใช้ แต่มีแต่มติอยู่ในกระดาษเท่านั้น หน่วยงานต่างๆ ไม่มีความจริงใจและจริงจังในการนำยางพาราไปใช้ ถ้านายกรัฐมนตรียังไม่ใช้สภาพบังคับลงโทษหน่วยงานที่เพิกเฉยก็จะเป็นสภาพการอย่างนี้ตลอดไป จึงขอให้นายกฯ ใช้ความเด็ดขาดในการสั่งการไปยังหน่วยงานต่างๆ ให้นำยางพาราไปใช้อย่างจริงจัง โดยกำหนดเชิงปริมาณ จำนวนงบประมาณและกรอบเวลา ผมขอชื่นชมกรมทางหลวงแผ่นดินที่อธิบดีกรมทางหลวงได้ร่วมกับสหกรณ์บ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในการนำยางพาราไปใช้เป็นส่วนประกอบทำเสาหลักกิโลเมตร โดยการประสานของ พล.อ.อ.ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผช.ผบ.ทอ.ที่มีน้ำใจกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางและช่วยขับเคลื่อนให้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีสำเร็จ ผมขอขอบคุณ.