วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิบากกรรมไทยคม!!

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 27 ต.ค.60 ปิดที่ 1,716.03 จุด เพิ่มขึ้น 7.19 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 59,930.36 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 2,185.95 ล้านบาท

หุ้นที่มูลค่าซื้อขายสูงสุด TTCL ปิด 20 บาท บวก 4.10 บาท, PTT ปิด 416 บาท บวก 6 บาท, BCPG ปิด 22.70 บาท บวก 1.10 บาท, TOA ปิด 36.50 บาท บวก 1 บาท และ AOT ปิดที่ 58.50 บาท บวก 0.25 บาท

ราคาหุ้น THCOM ปรับตัวลงแรง หลังบริษัทแจ้งถึงข้อพิพาท ระหว่างบริษัทกับกระทรวงดีอี

โดยบริษัทได้รับหนังสือจากดีอีแจ้งว่า ดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 เป็นดาวเทียมภายใต้สัญญาดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายใต้สัญญาสัมปทาน ฉบับลงวันที่ 11 ก.ย. 2534 และดีอีจึงต้องการให้ THCOM ปฏิบัติตามเงื่อนไขในสัญญาสัมปทานให้ครบถ้วน อาทิ การโอนกรรมสิทธิ์และส่งมอบทรัพย์สิน การชำระผลตอบแทนที่ส่วนแบ่งรายได้ 22.5% และการจัดสร้างดาวเทียมสำรอง

แต่ฝ่ายกฎหมาย THCOM มีความเห็นต่างว่า ปัจจุบันดาวเทียม 2 ดวง ดำเนินการภายใต้กรอบของการรับใบอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งการให้บริการบนใบอนุญาตจะเสียส่วนแบ่งรายได้ในอัตรา 4.0% (ส่วนดาวเทียมดวงอื่นๆของ THCOM คือ ไทยคม 4, 5 และ 6 ปัจจุบันดำเนินการบนระบบสัมปทาน)

จึงยื่นเสนอข้อพิพาทต่อสถาบันอนุญาโตตุลาการ!!

บล.เอเซียพลัสระบุว่า ประเด็นนี้ถือเป็นความเสี่ยงธุรกิจรอบใหม่ จากความไม่ชัดเจนในการตีความ กฎระเบียบการดำเนินธุรกิจดาวเทียมในระยะยาว

ประเด็นนี้ ฝ่ายวิจัยได้ตั้งสมมติฐาน โดยหากปฏิบัติตามที่ดีอีเรียกร้อง จากการศึกษา Sensitivity Analysis ของฝ่ายวิจัย โดยกำหนดให้ต้นทุนส่วนแบ่งรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็น 22.5% ในระยะยาว คาดจะกดดันกำไรระยะยาวลดลงปีละ 46.5% และมูลค่าพื้นฐานลดลงมาเหลือ 21.7 จากปัจจุบันที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ 24 บาท

และในกรณีเลวร้ายที่สุด หากต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้แพงขึ้น และต้องสร้างดาวเทียมสำรองเพื่อทดแทนดาวเทียม 2 ดวงนี้ ด้วยสมมติฐานงบลงทุน 2 ดวงรวมกันที่ 1 หมื่นล้านบาท จะกดดันมูลค่าพื้นฐานเหลือราว 14.7 บาท!!

อินเด็กซ์ 51