วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปล่อยสวมบัตร

ความที่ปล่อยกันมานาน จนมีคนต่างด้าวเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ ในรูปแบบการสวมบัตรประชาชนบุคคลอื่น เป็นภัยต่อสังคม และความมั่นคงของประเทศ

พื้นที่ทางเหนือ เป็นการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ มีวัฒนธรรมประเพณีแบบชาวล้านนา อันเป็นเสน่ห์ดึงดูดต่อนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาท่องเที่ยว ทำบุญตามวัดต่างๆ

กลายเป็นช่องว่าง

ให้กลุ่มมิจฉาชีพหลอกลวงเอาผลประโยชน์ ไม่เกรงกลัวบาป

คนต่างด้าวมาสวมบัตรพระสงฆ์ แต่งกายเลียนแบบคล้ายพระสงฆ์

สุดท้ายเรื่องแดงขึ้นมา พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รองผบช.ทท. นำกำลังตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง กรมป่าไม้ และการท่องเที่ยว ระดมกวาดล้างคดีความผิดหลายเรื่องที่หมักหมมในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนไทยที่นิยมมาเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่

จับกุม นายหน่อ ไม่ทราบนามสกุล ชาวพม่า ตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหา แจ้งข้อความหรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ในการขอมีบัตร สวมบัตรประชาชนและพาสปอร์ต พระสงฆ์วัดดังย่านสุขุมวิท

ใช้บัตรทำที่มาบวชเป็นพระ แล้วเดินทางจากเมืองเชียงตุง ประเทศเมียนมา มาที่จังหวัดเชียงใหม่ รับว่ามีผู้เสนอทำบัตรประชาชนให้เรียกรับเงิน 15,000 บาท พามาทำบัตรประชาชนในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

อาศัยอยู่ในเชียงใหม่เป็นเวลากว่าประมาณ 10 ปี ไม่เคยมีใครสงสัย หรือขอตรวจค้น ขบวนการนี้จะอาศัยข้อมูลของคนที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของบัตรประชาชน พระที่ถูกแอบอ้างบวชเรียนตั้งแต่อายุ 14 ปี จึงไม่ได้มาทำบัตรประชาชน จึงมีเจ้าหน้าที่มีส่วนรู้เห็นนำข้อมูลบัตรประชาชนของพระไปใช้ในทางที่ผิด

เอาชื่อต่างด้าวสวมสิทธิ์แทน

ความจริงมาปรากฏเมื่อพระดังกล่าวจะขอทำพาสปอร์ตเพื่อเดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2558 ทราบว่าถูกสวมสิทธิ์บัตรประชาชน

ร้องเรียนไปยังตำรวจท่องเที่ยว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ให้สืบสวนติดตามจับกุมทันที

เป็นอีกครั้งที่ตำรวจท่องเที่ยวมีส่วนคลี่คลายคดีสวมบัตรประชาชนที่มีผลต่อความมั่นคง

ส่วนเรื่องเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะมีการรู้เห็นเป็นใจในการปล่อยให้ลักลอบทำบัตรปลอม “สวมบัตรประชาชน” การปล่อยปละละเลยในเรื่องนี้มีผลตามมาหลายเรื่อง ซึ่งไม่เป็นผลดีกับประเทศไทย

ตำรวจจับยังไงก็ไม่มีทางหมด.

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th