วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

42 อาคันตุกะโลก ร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ แสดงความอาลัยแด่ KING OF KING

ภูฏาน - ญี่ปุ่น

การเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไม่เพียงแต่จะนำวิปโยคโศกศัลย์มาสู่แผ่นดินไทยและพสกนิกรไทยทั้งประเทศ แต่ยังสร้างความเศร้าโศกเสียใจให้แก่มหามิตรทั่วโลก ต่างจึงพร้อมใจกันส่งผู้แทนประเทศเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง ในวันที่ 26 ตุลาคม 2560 เพื่อส่งเสด็จ “พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ของโลก” สู่สวรรคาลัยอย่างสมพระเกียรติที่สุด

นำขบวนโดยพระราชวงศ์จาก 14 ประเทศมหามิตร “เจ้าชายอากิชิโนะ” พระราชโอรสองค์ที่สองในสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น เสด็จฯมาพร้อมพระชายา “เจ้าหญิงคิโกะ” ร่วมงานพระราชพิธีประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เพื่อตอกย้ำถึงความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างทั้งสองราชวงศ์ ที่มีมายาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ทันทีที่ทราบข่าวการสวรรคตของในหลวง รัชกาลที่ 9 สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่นและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ ทรงไว้อาลัยเป็นเวลา 3 วัน พร้อมโปรดให้ประธานองคมนตรีเป็นผู้แทนพระองค์เดินทางไปสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว เพื่อส่งพระราชสาสน์แสดงความเสียพระราชหฤทัยอย่างสุดซึ้ง นอกจากนี้ ทั้งสองพระองค์ยังเสด็จฯประเทศไทยเป็นการส่วนพระองค์ เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อถวายพระราชสักการะพระบรมศพและลงพระปรมาภิไธยในสมุดหลวงแสดงความอาลัย อีกทั้งยังร่วมพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลด้วย

อีกหนึ่งราชวงศ์ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งกับราชวงศ์ไทยคือ ราชวงศ์ภูฏาน โดยครั้งนี้ “สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก แห่งภูฏาน” เสด็จฯมาพร้อมสมเด็จพระราชินีเจตซุน เปมา วังชุก และพระราชโอรส เพื่อร่วมพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพครั้งประวัติศาสตร์ น้ำพระทัยของกษัตริย์หนุ่มแห่งภูฏานเป็นที่ประจักษ์ชัด โดยทันทีที่ทราบข่าวการสวรรคต กษัตริย์จิกมีทรงโพสต์เฟซบุ๊กว่า

“พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ พระราชกรณียกิจของพระองค์เป็นที่จดจำและเคารพนับถือในหัวใจคนไทย ราชวงศ์ภูฏานและราชวงศ์ไทย มีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมานาน วันเวลาที่ผ่านมาได้สะท้อนถึงมิตรภาพแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ การสวรรคตนำความโศกเศร้ามาสู่ชาวภูฏาน ข้าพเจ้าและประชาชนชาวภูฏานขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งมายังคนไทยทุกคน”

ในวันเดียวกัน สมเด็จพระราชาธิบดีภูฏาน ตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง และชุมชนชาวไทยในภูฏาน ได้ร่วมกันสวดมนต์ จุดเทียน 1,000 เล่ม แสดงความไว้อาลัย พร้อมทรงมีพระราชโองการให้ทุกวัดในภูฏาน และสถานที่สำคัญจัดสวดมนต์พิเศษ และจุดเทียนไว้อาลัย เป็นเวลา 7 วัน จากนั้น วันที่ 16 ต.ค.2559 สมเด็จพระราชาธิบดี และพระราชินีแห่งภูฏาน พร้อมด้วยพระราชโอรส เสด็จฯประเทศไทยด้วยพระองค์เองเป็นราชวงศ์แรกของโลก เพื่อทรงวางพวงมาลา และทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ขณะที่ราชวงศ์อื่นๆที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชวงศ์ไทยเป็นอย่างดี ต่างก็ตบเท้ามาร่วมแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ไม่ว่าจะเป็น สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่สามแห่งเลโซโท และสมเด็จพระราชินีมาเซเนต โมฮาโต เซเอโซ, สมเด็จพระราชาธิบดีทูโปที่ 6 แห่งตองกา และสมเด็จพระราชินีนานาซิปาอู, สมเด็จพระราชินีโซเฟียแห่งสเปน, สมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน, สมเด็จพระราชินีแม็กซิมาแห่งเนเธอร์แลนด์, สมเด็จพระราชินีมาธิลด์แห่งเบลเยียม, มกุฎราชกุมารเฟรเดอริกแห่งเดนมาร์ก, มกุฎราชกุมารโฮกุนแห่งนอร์เวย์, แกรนด์ดยุค กีโยม ฌอง โจเซฟ มารี องค์รัชทายาทลักเซมเบิร์ก, ดยุคออฟยอร์ก “เจ้าชายแอนดรูว์” แห่งสหราชอาณาจักร, เจ้าหญิงมาร์ กาเรตาแห่งลิกเตนสไตน์, ชีคเคาะลีฟะฮ์ บิน ซัลมาน อัลเคาะลีฟะฮ์ นายกฯบาห์เรน และรองสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซีย และสุลต่านแห่งรัฐเประก์ พร้อมพระชายา

นอกจากนี้ ยังมีผู้นำระดับประเทศและบุคคลสำคัญๆจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมพระราชพิธีครั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงมิตรไมตรี นำขบวนโดย ประธานาธิบดีตินจ่อแห่งเมียนมา พร้อมภริยา, “บุนยัง วอละจิด” ประธานประเทศลาว, ประธานาธิบดีฮาลีมะห์ ยากบแห่งสิงคโปร์ พร้อมคู่สมรส, เซอร์ปีเตอร์ คอสโกรฟ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯแห่งออสเตรเลีย พร้อมภริยา, มาดามจูลี พาแยต ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯแห่งแคนาดา, ดัง ธิ ง็อก ธินห์ รองประธานาธิบดีเวียดนาม, นายกรัฐมนตรีฮุน เซนแห่งกัมพูชา, อดีตประธานาธิบดีเมกาวาตี ซูการ์โนบุตรีแห่งอินโดนีเซีย, “คริสเตียน วูล์ฟฟ์” อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี, อดีตประธานาธิบดีโจเซฟ ไดสส์แห่งสวิตเซอร์แลนด์, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯบรูไนดารุสซาลาม, นายกฯบาร์นาบาส ซิบูซิโว ดลามินีแห่งสวาซิแลนด์, “ฌอง-มาร์ก อายโรลต์” อดีตนายกฯฝรั่งเศส พร้อมภริยา, รองนายกฯจางเกาลี่ของจีน, อดีตนายกฯเจมส์

โบลเกอร์แห่งนิวซีแลนด์, รองประธานาธิบดีพัก จู-ซุนแห่งเกาหลีใต้, “เจมส์ เอ็ม แมตทิส” รัฐมนตรีกลาโหมของอเมริกา, อลัน ปีเตอร์ แคเยตาโน รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์, รองประธานสภาดูมาแห่งรัสเซีย, รองนายกฯตุรกี, รัฐมนตรีต่างประเทศศรีลังกา, รัฐมนตรีกลาโหมเนปาล, รัฐมนตรีพลังงานปากีสถาน, รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศบังกลาเทศ, รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอินเดีย และเอกอัครราชทูตนครรัฐวาติกันประจำสาธารณรัฐอินเดียและเนปาล

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มิเพียงแต่จะทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่รักยิ่งของพสกนิกรชาวไทย แต่พระองค์ยังทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ในใจชาวโลกด้วย.