วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พิธีไล่น้ำ

เรื่องฝนแล้ง หรือน้ำท่วม ที่มีผลไปถึงการทำนาของชาวนา พระเจ้าแผ่นดินแต่โบราณ ทรงถือเป็นพระราชภาระสำคัญ ถึงขั้นเป็นพระราชพิธี

ในสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงกำชับรับสั่งเนืองๆว่า การยกโคมชัยในพิธีจองเปรียงนั้น ถือกันว่า ถ้าเสาโคมชัยยังไม่ได้ลด น้ำยังไม่ลด นัยว่า การยกเสาโคมชัยเป็นเครื่องเหนี่ยวรั้งให้น้ำอยู่เลี้ยงต้นข้าวให้แก่ทั่วถึงเสียก่อน

ความเชื่อนี้ ในสมัยรัชกาลที่ 3 ถ้าเวลายังไม่ได้ลดโคมชัย ถึงว่าจะหนาวเท่าหนาวอย่างไร ข้าราชการจะสวมเสื้อผ้าเข้าเฝ้านั้นไม่ได้กริ้วว่าแช่งน้ำให้ลด

แต่ถ้าเกิดเรื่องตรงกันข้าม คือน้ำท่วมอยู่นาน น้ำก็ยังมากอยู่ เมล็ดข้าวในรวงแก่จะร่วงหล่นลงน้ำ ถึงไม่ร่วงยังค้างอยู่ เมื่อน้ำท่วมเกี่ยวไม่ได้ กลายเป็นเมล็ดข้าวหักละเอียด

จึงต้องกระวนกระวายขวนขวาย ที่จะหาวิธีทำให้น้ำลดโดยเร็ว นี่เป็นที่มาของพิธีไล่น้ำ

ส.พลายน้อย บอกไว้ในสารานุกรมวัฒนธรรมไทย (สำนักพิมพ์ พิมพ์คำ พ.ศ.2553) ในกฎมณเฑียรบาลครั้งกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า ไล่เรือ มาเรียกไล่น้ำ ในรัชกาลที่ 3

เป็นพระราชพิธีที่ไม่ได้ทำทุกปี จะทำเมื่อเป็นปีที่น้ำลดช้า ข้าวจะเสียหาย

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสรุปไว้ใน “พระราชพิธี 12 เดือน” ว่า พิธีไล่น้ำ เคยทำที่กรุงเทพฯ 2 ครั้ง ปีมะเส็ง จุลศักราช 1147 (พ.ศ.2328) ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลก ครั้งหนึ่ง

เมื่อปีเถาะ พ.ศ.2374 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว อีกครั้งหนึ่ง

สองครั้งนี้ไม่ได้เรียกพิธีไล่เรือแต่เรียกพิธีไล่น้ำ แต่ในรัชกาลต่อๆมา ก็ไม่ได้ทำอีกเลย

พระพุทธรูปที่ใช้ในการพระราชพิธีไล่น้ำ ครั้งรัชกาลที่ 1 เข้าใจว่า จะมีแต่พระชัย และพระคันธารราษฎร์

มาเปลี่ยนเป็นพระปางห้ามสมุทร ในสมัยรัชกาลที่ 3

รัชกาลที่ 5 ทรงทราบเรื่องนี้จากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ว่า

“เมื่อเวลาปีเถาะ ตรีศกนั้น ท่านพึ่งทรงผนวชได้ 3 พรรษา ทราบว่า เกิดมีข้อถกเถียงกันด้วยเรื่องพระห้ามสมุทร ซึ่งจะเชิญไปไล่น้ำ ว่าจะเป็นอย่างที่ยกพระหัตถ์เดียว หรือสองพระหัตถ์ เป็นห้ามสมุทรแน่”

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงตัดสินไว้ว่า ยกสองพระหัตถ์

เหตุที่ทรงเปลี่ยน คงจะเป็นด้วยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเห็นเค้าเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงทรมานชฏิล พระพุทธเจ้าเสด็จอยู่ในที่มีน้ำท่วมโดยรอบ ก็ไม่ท่วมถึงพระองค์

เรื่องนี้ มีเค้ามูลดีกว่าพระคันธารราษฎร์ จึงได้ทรงเปลี่ยนเป็นพระห้ามสมุทร

แต่พระปางยืน ยกสองพระหัตถ์ห้ามนี้ มีคำอธิบายเอาไว้อีกอย่าง ว่าระหว่างที่สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเถลิงถวัลยราชสมบัติอยู่นั้น มีเหตุให้เกิดความแตกแยกในหมู่พระประยูรญาติสองฝ่าย

โปรดให้สร้างพระพุทธรูปทรงเครื่องประดับอย่างจักรพรรดิ ปางประทับยืนสองพระหัตถ์ยกมือห้ามไว้สององค์ในพระอุโบสถวัดพระแก้ว

องค์หนึ่งทรงสร้างแทนเสด็จพระอัยยิกา ถวายพระนาม พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก

องค์ที่สอง ทรงสร้างแทนสมเด็จพระราชบิดา ถวายพระนาม พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าสุลาลัย ต่อมาเปลี่ยนเป็น “นภาลัย”

พระราชประสงค์ที่สร้าง บอกนัย ปรามพระประยูรญาติไม่ให้ทะเลาะวิวาทกัน พระปางที่เรียกว่า ห้ามสมุทรจึงถูกเรียกอีกชื่อว่า ปางห้ามพระญาติ เป็นที่นับถือและเรียกขานกันต่อๆมา

สมัยนี้ ไม่มีใครนิมนต์พระปางห้ามพระญาติ หรือปางห้ามสมุทร ไปทำพิธีไล่น้ำกันแล้ว ระบบชลประทานสมัยใหม่ มีเขื่อนกักเก็บน้ำไว้ก็ได้ ปล่อยน้ำก็ได้ ที่บ่นๆกันว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า บางแห่ง ฝนแล้งบางแห่งน้ำท่วม ฝีมือคนทั้งนั้น.

กิเลน ประลองเชิง