วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้มลิงมีคุณ

ถึงแม้ฝนตกหนักภาคเหนือ ภาคอีสานจะลดลงเกือบเป็นปกติแล้วก็จริง

แต่สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้ยังจบไม่ลง

เนื่องจากมวลน้ำก้อนใหญ่จากภาคเหนือได้ไหลบ่าลงมาบวมเป่งอยู่ที่ภาคกลาง

ยังต้องเร่งระบายน้ำก้อนโตที่กองอยู่ที่ภาคกลางลงอ่าวไทยให้หมดโดยเร็ว

เพราะหากเกิดฝนตกหนักก๊อก 2 ก๊อก 3 ซ้ำมาอีก ปัญหาน้ำท่วมจะหนักกว่านี้อีกเท่าตัว

“แม่ลูกจันทร์” คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือนพฤศจิกายน สถานการณ์น้ำท่วมปีนี้จะจบลง (แบบหืดขึ้นคอ)

ดร.สมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ล่าสุดมีมวลน้ำก้อนใหญ่จากเหนือยังค้างสต๊อกอยู่ที่เหนือจังหวัดอยุธยาและสุพรรณบุรีอีก 1,300 ล้าน ลบ.เมตร

มากกว่าความจุเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 2 เท่าตัว

แต่เนื่องจากมีน้ำในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เต็มพิกัดแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์

กรมชลประทานจึงต้องผันน้ำก้อนใหญ่เอาเข้าไปเก็บไว้ใน “แก้มลิง” ก่อนชั่วคราว

ล่าสุด “แก้มลิงยักษ์ 12 แก้ม” ที่ผันน้ำก้อนใหญ่ไปพักไว้เพื่อรอระบายออกอ่าวไทยก็เกือบเต็มความจุแล้วเช่นกัน

โดยกรมชลประทานมีแผนระบายน้ำแยกเป็น 2 ฝั่งดังนี้คือ...

แก้มลิงฝั่งตะวันตก 7 แห่ง ซึ่งอมน้ำไว้แล้ว 800 ล้าน ลบ.เมตร จะเร่งระบายออกทางด้านแม่น้ำท่าจีน

ส่วนแก้มลิงฝั่งตะวันออกซึ่งอมน้ำไว้ 500 ล้าน ลบ.เมตร จะต้องระบายผ่านออกอ่าวไทยทางแม่น้ำเจ้าพระยา

“แม่ลูกจันทร์” เชื่อว่าถ้าไม่ได้แก้มลิงยักษ์ 12 แก้ม ช่วยอมน้ำก้อนใหญ่ไปพักไว้ชั่วคราว

มวลน้ำก้อนมโหฬาร 1,300 ล้าน ลบ.เมตร จะไหลพรวดลงมาปะทะน้ำทะเลหนุนสูงเต็มเปา

มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมกรุงเทพฯไม่ช้าก็เร็ว

ถ้าหากน้ำท่วมถึงกรุงเทพฯชั้นในจะเกิดความเสียหายมหาศาลแน่นอน

นับว่า “ทฤษฎีแก้มลิง” ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานไว้สามารถช่วยป้องกันน้ำท่วมได้อย่างแท้จริง

แม้บัดนี้ สมเด็จพระพ่อหลวง ผู้ทรงเป็นที่รักเทิดทูนของปวงชนชาวไทยจะเสด็จสู่สวรรคาลัยแล้ว แต่โครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ทรงสร้างไว้ยังเกิดประโยชน์ต่อคนไทยและประเทศไทยต่อไปอีกนับร้อยปี

“แม่ลูกจันทร์” ย้ำอีกครั้งว่า “น้ำ” เป็นปัญหาใหญ่ที่มีผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อชีวิตคนไทยโดยตรง

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ใช้อำนาจพิเศษ ม.44 จัดตั้ง “สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” เป็นหน่วยงานใหม่ ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

ในคำสั่ง ม. 44 สรุปว่าแม้การบริหารจัดการน้ำที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จะมีหน่วยงานต่างๆรับผิดชอบด้านปฏิบัติการ แต่ยังไม่สามารถบูรณาการให้เชื่อมประสานแผนการทำงานเป็นหนึ่งเดียว

จึงสมควรจัดตั้ง “สำนักงานจัดการน้ำแห่งชาติ” เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่แก้ปัญหาน้ำครบวงจร

โดย พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นแม่ทัพใหญ่ รับหน้าเสื่อแก้ปัญหาน้ำด้วยตัวเอง

พร้อมยึดอำนาจสั่งการ 34 หน่วยงาน 9 กระทรวงมาไว้ในมือ

เพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำทั้งระบบที่ยักตื้นติดกึกมา 3 ปี เดินหน้าได้อย่างสะดวกโยธิน

จะได้ผลเป็นประการใด...โปรดอดใจรอชม.

“แม่ลูกจันทร์”