วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อาลัยพ่อ ทั่วแผ่นดินน้ำตานอง ปวงพสกนิกรน้อมส่งเสด็จ ใจแทบสลาย

เป็นวันประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้ในความทรงจำของปวงชนชาวไทยตลอดไป สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กษัตริย์และพระราชวงศ์ ผู้นำประเทศ ตัวแทนผู้นำประเทศกว่า 42 ประเทศ ร่วมถวายพระเพลิงพระบรมศพ เหล่าพสกนิกรไทยร่ำไห้ดั่งใจจะขาด เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปยังพระเมรุมาศ ก้มกราบน้ำตานองสะอื้นไห้สุดกำสรวล ตลอดเส้นทางขบวนเคลื่อนผ่าน ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศหลั่งไหลถวายดอกไม้จันทน์ยังพระเมรุมาศจำลองกันเนืองแน่นทุกจังหวัด น้อมส่งเสด็จ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” สู่แดนสรวงทิพย์วิมาน ยังความโศกเศร้าอาลัยใจหายที่สุดของแผ่นดินไทย

เสียงร่ำไห้ของพสกนิกรไทยระงมทั่วทั้งแผ่นดิน ในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่างหลั่งน้ำตานองหน้าด้วยความอาลัยเหมือนดั่งหัวใจจะขาด เป็นวันแห่งความวิปโยคโศกเศร้าอาดูรเหลือคณานับของพสกนิกรทุกหย่อมหญ้า บัดนี้ไม่มีแล้วพระผู้ทรงเป็นร่มโพธิ์แก้ว ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชาวไทย ผู้ทรงมีคุณูปการอย่างใหญ่หลวง ซึ่งพสกนิกรทั่วไทยและทั่วโลกต่างพร้อมใจกันถวายอาลัยครั้งสุดท้าย น้อมส่งเสด็จ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” สู่สรวงสวรรค์ทิพยวิมาน ทำให้บรรยากาศทั่วทั้งประเทศตกอยู่ในความโศกเศร้าปกคลุมตลอดทั้งวันและเป็นปรากฏการณ์เสื้อดำทั้งแผ่นดินอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ขณะเดียวกันประชาชนที่ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์และมีโอกาสได้ร่วมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศทั้ง 6 ริ้วขบวน ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ต่างพากันร่ำไห้นํ้าตาอาบแก้มและอยู่ในความโศกเศร้าตลอดพระราชพิธี

วันประวัติศาสตร์แห่งความทรงจำ

บรรยากาศในวันประวัติศาสตร์ที่ปวงชนชาวไทยต้องเก็บไว้ในความทรงจำไปตราบนานเท่านานตลอดทั้งคืนวันที่ 25 ต.ค. ประชาชนที่ได้เข้าไปอยู่ในบริเวณพื้นที่รอบสนามหลวง หลายคนนอนไม่หลับ ต่างใจจดใจจ่อรอชมพระราชพิธีประวัติศาสตร์และริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่จะเคลื่อนริ้วขบวนในตอนเช้า ขณะที่ในเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ประชาชนยังคงเดินทางเข้าสู่ท้องสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง ที่บริเวณจุดคัดกรองแยกบางลำภู มีประชาชนมาต่อแถวจำนวนมาก ก่อนทยอยกันเดินเข้าสู่ถนนจักรภพ ที่หน้าวัดชนะสงคราม มีประชาชนนอนเรียงรายสองข้างทาง ร้านค้าในย่านข้าวสารต่างปิดให้บริการ บางร้านเปิดให้เข้าห้องน้ำ และแจกน้ำดื่มฟรี

อาศัยโรงพักนอนก่อนเข้าสนามหลวง

ส่วนที่ด้านในห้องร้อยเวร สน.ชนะสงคราม มีประชาชนต่อคิวรอเข้าห้องน้ำชั้นที่ 3 ยาวลงมาถึงด้านล่าง บางส่วนใช้ห้องแจ้งความเป็นที่หลับนอนเนื่องจากมีแอร์เย็นสบาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยแพทย์คอยอำนวยความสะดวกประชาชนที่เดินทางมาและพยายามเข้าไปในพื้นที่สนามหลวงให้ได้ โดยที่หน้าสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนินยาวไปถึงสะพานพระปิ่นเกล้าขาเข้ามีประชาชนเดินทางมาต่อเนื่องทั้งคืน

รอเข้า 9 จุดคัดกรองตี 5

เวลา 02.30 น. ประชาชนที่มานั่งจับจองพื้นที่โดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง รอเจ้าหน้าที่เปิดจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด ได้แก่ 1.แยกสะพานมอญ 2.ท่าช้าง 3.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 4.แม่พระธรณีบีบมวยผม 5.ถนนกัลยาณไมตรี 6.แยกสะพานช้างโรงสี 7.แยกวัดพระเชตุพนฯ 8.ท่าพระจันทร์ 9.ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดยเฉพาะจุดคัดกรองที่ 4 แม่พระธรณีบีบมวยผม จุดคัดกรองที่ 6 แยกสะพานช้างโรงสี และจุดคัดกรองที่ 1 แยกสะพานมอญรวม 3 จุด มีประชาชนหนาแน่นมากเจ้าหน้าที่ได้เปิดให้เข้าพื้นที่ตามจุดคัดกรองต่างๆในเวลา 05.00 น.

ทุกทิศมุ่งตรงสนามหลวง

ที่บริเวณรอบสนามหลวงตั้งแต่เวลา 05.00น. ประชาชนจากทุกสารทิศ ยังเดินทางเข้ามาในพื้นที่ใกล้เคียงท้องสนามหลวงจนแน่นขนัดทุกพื้นที่ บริเวณถนนจักรพงษ์ หน้า สน.ชนะสงคราม มุ่งหน้าถนนราชดำเนิน มีประ ชาชนจับจองพื้นที่จนเต็มไปหมด มีเพียงช่องทางเล็กๆเดินสวนกันได้เท่านั้น ส่วนถนนเจ้าฟ้าต่อเนื่องจากถนนจักรพงษ์ที่เลี้ยวซ้ายเข้าประตูข้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผ่านหน้าจุดคัดกรองที่ 9 ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือเลี้ยวขวาเข้าถนนพระอาทิตย์ มีประชาชนนั่งนอน จนแน่นขนัดไปหมดเช่นกัน

สีดำปกคลุมสะพานปิ่นเกล้า

โดยจุดรอบนอกสนามหลวงฝั่งทิศเหนือเป็นจุดรองรับคนที่ไม่สามารถเข้าจุดคัดกรองซึ่งมีจำนวนมหาศาล แต่เมื่อคนที่มาก่อนไม่สามารถเดินไปต่อได้ ขณะที่คนมาใหม่พยายามแทรกเพื่อเข้าไปให้ใกล้พื้นที่สนามหลวงมากที่สุดจึงทำให้พื้นที่เกิดความแออัดจนหลายคนต้องพากันเดินทางออกไปหาช่องทางอื่นเข้าแทน ขณะที่ในจุดนี้ตั้งแต่บนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าขาเข้า มุ่งหน้าถนนราชดำเนินล้นทะลักไปด้วยประชาชนเต็มพื้นที่จราจร

ส่วนที่สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าเนืองแน่นไปด้วยผู้คนใส่ชุดดำมานั่งจับจองพื้นที่บนสะพาน ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายปกคลุมไปด้วยสายหมอก โดยตลอดเวลามีประชาชนทยอยมาไม่ขาดสาย แม้ไม่สามารถผ่านจุดคัดกรองเข้าไปได้แต่ขอให้ได้มาอยู่ในพื้นที่ใกล้สนามหลวงให้มากที่สุด

ผู้คนแน่นบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ผ่านเข้าจุดคัดกรองไม่ได้

ใกล้เช้าแต่ไม่ย่อท้อ

ภาพที่เห็นประชาชนจำนวนมากบนสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

ต้องอยู่บนสะพาน เดินเข้าจุดคัดกรองไม่ได้

ต้องนั่งพัก เพราะเดินไปข้างหน้าไม่ได้

บริเวณด้านล่างสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แน่นไปด้วยผู้คน

ใต้สะพานพระปิ่นเกล้าคนเพียบ

ที่จุดคัดกรองที่ 9 ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หลังจากปล่อยให้ประชาชนผ่านเข้าพื้นที่ชั้นในตั้งแต่เช้าวันที่ 25 ต.ค. มีประชาชนผ่านจุดตรวจเดินเข้าไปรอเฝ้าชมริ้วขบวนอยู่ข้างสนามหลวงฝั่งมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จนถึงเวลา 01.00 น. วันที่ 26 ต.ค. มีจำนวน 9,188 คน และปิดจุดคัดกรองไม่ให้ประชาชนเข้าอีก ทำให้มีคนตกค้างอยู่ด้านนอกอีกมาก หางแถวยาวไปตามถนนพระอาทิตย์กว่า 200 เมตร ส่วนใหญ่บอกว่าเดินทางมารอคิวตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 ต.ค. ประชาชนนั่งรอยาวไปถึงป้อมสันติไชยปราการ ด้วยมีความหวังที่จะได้เข้าไปในสนามหลวง มีเหล่าจิตอาสานำยาดม ยาอม ยาหม่อง แอมโมเนีย พร้อมจิตอาสานำกล้วย ไข่ต้ม น้ำดื่มมาแจกผู้ที่นั่งรอรับประทานรองท้อง นอกจากนี้ บรรดาผู้ประกอบการร้านค้าย่านถนนพระอาทิตย์นำรถจักรยานยนต์มาบริการรับส่งไปใช้ห้องสุขาที่ร้านได้ฟรีอีกด้วย

เชื่อรัชกาลที่ 9 รับรู้ถึงความจงรักภักดี

นางจิตติมา เขียวสมใจ อายุ 55 ปี กล่าวว่า รออยู่ที่เดิมมาเกิน 24 ชม.แล้ว เจ้าหน้าที่ปล่อยคนเข้าน้อยกว่าจุดอื่นแต่จะปักหลักรอจะไม่ย้ายไปไหน หากถึงเวลาเคลื่อนริ้วขบวนยังไม่ได้เข้า ก็จะนั่งตั้งสงบจิตใจส่งเสด็จอยู่ที่จุดคัดกรอง เพราะถือว่ามาทำตามที่ตั้งใจไว้แล้ว แต่คนเยอะมากเข้าไม่ได้ เชื่อว่าพระองค์ท่านรับทราบถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรทุกคน

จัดจุดนั่งวีลแชร์ผู้พิการ–สูงอายุ

ขณะที่บริเวณศาลฎีกาฝั่งเหนือ ซึ่งเป็นจุดที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เลี้ยวเข้าถนนกลางสนามหลวง ถูกจัดเป็นจุดที่นั่งวิลแชร์สำหรับผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวร้ายแรง ผ่านการคัดกรองจากจุดต่างๆมารวมกันที่จุดดังกล่าว โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่จากกรมการแพทย์ และจิตอาสาพระราชทานคอยดูแล ให้บริการพาเข้าห้องน้ำ รวมทั้งนำอาหาร ขนมน้ำมาแจก ทั้งยังคอยเตือนให้กินยา

เผยจุดนี้เป็นพระประสงค์ ร.10

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ประจำจุดว่า การจัดจุดนี้เป็นพระประสงค์ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ป่วยที่มีโรคร้ายแรง ที่มาร่วมงานพระราชพิธีได้เข้าชมริ้วขบวนอย่างใกล้ชิด จึงให้จัดจุดดังกล่าวไว้ให้ เพราะเป็นจุดที่เห็นริ้วขบวนอย่างชัดเจนและใกล้หมอ

เปิดรั้วราชวัติให้ชมริ้วขบวน

ขณะที่ประชาชนที่อยู่ตลอดแนวถนนฝั่งตรงข้ามศาลฎีกาในเขตรั้วราชวัติ ต่างเข้าแถวเดินมารอเข้าห้องน้ำตั้งแต่เวลา 05.00 น. เพื่อทำธุระส่วนตัว และรีบกลับเข้าไปยังพื้นที่ก่อนพระราชพิธีจะเริ่มขึ้น ส่วนที่บริเวณหน้าศาลฎีกา ประชาชนบางส่วนเริ่มตื่นมาผ่อนคลายอิริยาบถ บางคนลุกเดินมาทำธุระส่วนตัวภายในศาลฎีกา บางคนยังคงพักผ่อน โดยมีจิตอาสาเฉพาะกิจเดินบริการแจกอาหารเช้า ทั้งนี้ ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา บริเวณด้านในโดยรอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง มีประชาชนจับจองพื้นที่นั่งตลอดแนวจนแน่นหนาตา ซึ่งจิตอาสาเฉพาะกิจเผยว่า ได้มีการเปิดพื้นที่ด้านในให้ประชาชนเข้าไปนั่งตั้งแต่ช่วงดึกของคืนวันที่ 25 ต.ค. และเมื่อเวลา 06.00 น. ได้เปิดรั้วราชวัติ เพื่อให้ประชาชนชมริ้วขบวนได้อย่างชัดเจน

ตื่นเข้าห้องน้ำกันแต่เช้ามืด

ส่วนประชาชนที่พักแรมบริเวณสนามหญ้าหน้าทำเนียบองคมนตรี และหน้ากระทรวงกลาโหมบริเวณที่ติดกับถนนสราญรมย์ เริ่มลุกขึ้นทำธุระส่วนตัว บริเวณห้องน้ำที่ตั้งอยู่ประตูด้านข้างกระทรวงกลาโหม อีกจุดอยู่ท้ายถนน มีรถสุขาจาก กทม.จอดให้บริการ ขณะที่วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้บริการห้องน้ำภายในวัด ผ่อนคลายความแออัดของผู้ที่ต้องการระบายทุกข์ที่อัดอั้นมาทั้งคืน

ให้จัดสัมภาระเป็นระเบียบ

เวลา 03.45 น. จุดหน้ากระทรวงกลาโหมตรงข้ามประตูสวัสดิโสภา ประชาชนเริ่มทยอยตื่น และลุกไปเข้าห้องน้ำที่ในกระทรวงกลาโหม มีจิตอาสานำกล้วยหอมและไส้กรอกมาแจก มีเจ้าหน้าที่เขตพญาไทมาคอยเก็บขยะ เวลาประมาณ 03.50 น. ตำรวจกองปราบที่เป็นจิตอาสาเดินขอร้องให้ประชาชนที่อยู่บริเวณหน้ากระทรวงกลาโหมให้จัดสัมภาระให้เรียบร้อยเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่จะมีขบวนเสด็จผ่านและจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ซึ่งประชาชนที่อยู่ในบริเวณนี้ต่างให้ความร่วมมืออย่างดี

บวงสรวงราชรถก่อนเริ่มยาตรา

ก่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศพระบรมศพจะยาตรา ที่โรงราชรถพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร ในเวลาประมาณ 03.30 น. มีพิธีการบวงสรวงราชรถ ราชยาน ตามธรรมเนียมปฏิบัติโบราณ ก่อนทำการฉุดชักและเคลื่อนที่ออกจากโรงราชรถ โดยมี พล.ท.อาวุธ เอมวงศ์ เจ้ากรมสรรพาวุธทหารบก (สพ.ทบ.) นำนายทหารระดับสูงพร้อมกำลังพล สพ.ทบ. ที่ปฏิบัติหน้าที่ควบคุมและฉุดชักพระมหาพิชัยราชรถ หมายเลข 9780 ราชรถนำ หมายเลข 9784 กำลังพลประจำเกรินบันไดนาค 2 จุด กำลังพลกรมขนส่งทหารบก (ขสทบ.) ที่แบกหามพระยานมาศสามลำคาน กำลังพลหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ (นปอ.) แบกหามพระเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (ทม.รอ.) ฉุดชักราชรถปืนใหญ่ เข้าร่วม

“หมอกธุมเกตุ” ลอยเหนือพระเมรุมาศ

เวลา 04.30 น. หลังจากที่เจ้าหน้าที่ทำพิธีบวงสรวงพระมหาพิชัยราชรถเสร็จสิ้น ได้เคลื่อนออกจากโรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ผ่านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เลี้ยวซ้าย ถนนหน้าพระลาน ผ่านหน้าประตูวิเศษไชยศรี ขณะที่ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์อัญเชิญราชรถปืนใหญ่หมายเลข 21863 ที่จัดสร้างขึ้นมาใหม่สำหรับใช้ในพระราชพิธีนี้ เข้าประจำตำแหน่งในพระเมรุมาศ เตรียมความพร้อมในการประกอบพระราชพิธี เมื่อประชาชนที่เฝ้ารอได้เห็นต่างพากันยกมือพนมไหว้ บางรายเห็นพระราชรถถึงกับน้ำตาไหล ด้วยความอาลัยอย่างสุดหัวใจ ขณะเดียวกัน ที่ท้องสนามหลวงได้มีกลุ่มควันคล้ายกับหมอกธุมเกตุบางๆ ลอยเหนือพระเมรุมาศ กลางมณฑลพิธีท้องสนามหลวง สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับประชาชนที่ได้พบเห็นอีกด้วย

พสกนิกรแน่นร่วมส่งเสด็จ

ขณะที่ประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราชยาวไปถึงถนนท้ายวัง มีประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ได้ผ่านจุดคัดกรองมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ต.ค. เข้ามาจับจองพื้นที่ริมฟุตปาททั้งฝั่งริมกำแพงพระ บรมมหาราชวัง และฝั่งท่าราชวรดิษฐ์จำนวนมากเนื่องจากเป็นจุดเริ่มต้นของริ้วขบวน แต่ละคนนำสัมภาระ อาหารและน้ำดื่มมาเตรียมพร้อมไว้ ระหว่างปักหลักนั่งรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

เปิดพื้นที่เพิ่มรองรับประชาชน

ด้านหน้ากระทรวงกลาโหม มาจนถึงศาล หลักเมือง มีประชาชนมาจับจองจนเต็มพื้นที่ตั้งแต่กลางดึก 25 ต.ค. และในช่วงเวลา 06.30 น. ได้เปิด พื้นที่ริมกำแพงพระบรมมหาราชวังฝั่งถนนหน้า พระลาน ให้ประชาชนที่ยังรออยู่จุดคัดกรองถนนกัลยาณไมตรี เข้ามานั่งยาวไปจนถึงซุ้มประดิษฐาน พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และยังได้เปิดพื้นที่ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง บริเวณหัวโค้งตรงข้ามศาลหลักเมือง ให้เข้ามานั่งชมริ้วขบวนเป็นอีกพื้นที่หนึ่ง

พสกนิกรปักหลักในสนามหลวง

ที่บริเวณจุดคัดกรองที่ 3 ด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่เวลา 21.30 น. เมื่อคืนวันที่ 25 ต.ค. หลังจากเจ้าหน้าที่ได้กันประชาชนที่มาเฝ้ารอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ และร่วมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช สู่สรวงสวรรค์ ให้เข้าไปอยู่ด้านในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากนั้นได้เปิดให้ประชาชนเข้าไปภายในด้านทิศเหนือของท้องสนามหลวง เพื่อรอชมพระราชพิธีครั้งประวัติศาสตร์จนเต็มพื้นที่ ต่อมาช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 26 ต.ค. มีประชาชนจำนวนมากเริ่มทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณด้านหน้าประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จนเต็มพื้นที่ยาวไปจนถึงหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

สนามหลวงเต็มด้วยความจงรักภักดี

ต่อมาเวลา 06.00 น. กลุ่มจิตอาสานำน้ำดื่ม อาหารออกแจกจ่ายให้กับประชาชนที่ตื่นจากการนอนรอชมริ้วขบวน โดยประชาชนส่วนใหญ่ต่างมาเข้าห้องน้ำทำธุระที่ห้องน้ำของ SCG ในรั้วด้านใน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กันเป็นจำนวนมาก ต้องต่อแถวเข้าคิวกันยาวเหยียดจนล้นออกมานอกรั้วมหาวิทยาลัย โดยใช้เวลานานนับชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้ที่ออกจากพื้นที่จะต้องถูกปั๊มที่แขนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าได้เข้ามาจับจองพื้นที่ภายในสนามหลวงไว้แล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ประชาชนที่มาช่วงหลังเข้าไปในสนามหลวงเด็ดขาด เนื่องจากไม่สามารถรองรับประชาชนได้อีกแล้ว ขณะเดียวกันก่อนที่พิธีจะเริ่มขึ้น เจ้าหน้าที่จิตอาสาพิเศษแต่งกายด้วยชุดข้าราชการสีขาวเต็มยศ จากกระทรวงต่างๆ เข้ามาชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องข้อปฏิบัติตัวเมื่อริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเคลื่อนผ่าน เช่น วิธีการกราบอย่างถูกวิธีด้วย

ความดันขึ้นเกือบไม่ได้ส่งเสด็จ

ที่ถนนท้ายวัง เมื่อเวลา 06.30 น. หน่วยแพทย์ อาสาได้เข้าช่วยเหลือนางอรทัย คุณตะโก อายุ 68 ปี ป่วยเป็นโรคความดันขึ้น แพทย์นำตัวไปปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้น และกลับมานั่งที่จุดเดิม จากนั้นนางอรทัยกล่าวว่า เดินทางมาจาก จ.นครปฐมเพียงคนเดียว ด้วยรถไฟ ถึงกลางดึกที่ผ่านมา มาจองพื้นที่ชมริ้วขบวนและก้มกราบในหลวง ร.9 เป็นครั้งสุดท้าย แต่ด้วยอากาศที่ร้อนจัด ประกอบกับพักผ่อนน้อย ทำให้ความดันสูง แต่เมื่อได้รับการปฐมพยาบาลแล้ว กลับมาร่วมส่งเสด็จด้วยความภักดี เมื่อเห็นริ้วขบวนรู้สึกปลื้มใจที่ได้ใกล้ชิดขบวน และได้ส่งพระองค์กลับขึ้นสู่สรวงสวรรค์

ทุกพระองค์เสด็จฯร่วมพระราชพิธี

กระทั่งเวลาสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ชาติไทยก็มาถึง โดยในเวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนิน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้า หลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้า หลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จยังพระ ที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อัญเชิญ พระบรมโกศ โดยขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระเมรุมาศ โดยมีคุณพลอยไพลิน คุณสิริกิติยา เจนเซ่น พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราช กัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ร่วมในพระราชพิธี

อัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระแท่น

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นทางบันไดมุขกระสันพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จออกพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ หน้าพระแท่นสุวรรณเบญจดล แล้วทรงกราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ ทรงทอดผ้าไตร พระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก จากนั้นทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้เจ้าพนักงานเปลื้องพระโกศทองใหญ่ประกอบพระลองออก ตำรวจหลวงเชิญพระลองลงจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล เจ้าหน้าที่สนมพลเรือนเชิญผ้าตาดทองคลุม ทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติยศพระบรมศพนาทีละ 1 นัด ติดต่อกันไปตลอดขั้นตอนเชิญพระลองลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

ประดิษฐานบนพระยานมาศฯ

จากนั้น ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญพระลองลงจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และประกอบพระโกศทองก่อนอัญเชิญประดิษฐานบนพระเสลี่ยงแว่นฟ้า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯตามทอดพระเนตร ขั้นตอนการเชิญพระลองประดิษฐานบนเกยลาที่กำแพงแก้ว พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ครั้งเมื่อประกอบพระโกศทองใหญ่เสร็จแล้วจึงเลื่อนพระบรมโกศ เข้าพระยานมาศสามลำคาน รศ.นพ.ประดิษฐ์ ปัญจวีณิน ผอ.รพ.ศิริราชปิยมหาราชการุณย์ เจ้าพนักงานภูษามาลา ขึ้นถวายการประคองพระบรมโกศด้านหน้า

ศ.นพ.ประสิทธิ์ประคองพระบรมโกศ

เจ้าพนักงานเคลื่อนพระยานมาศสามลำคาน ออกจากพระบรมมหาราชวังผ่านประตูสรีสุนทร ประตูเทวาภิรมย์ โดยมีธงมหาราชนำเข้าสู่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 ที่ตั้งรออยู่บนถนนมหาราช โดย ศ.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล พนักงานภูษามาลาขึ้นประคองพระบรมโกศด้านหลัง เจ้าหน้าที่ยกนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาล กางกั้นพระโกศทองใหญ่ นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จยาตราในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 ผู้บอกขบวนเริ่มรัวกรับให้สัญญาณ

ร.10–พระเทพฯทรงร่วมริ้วขบวน

จากนั้น ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 1 ได้อัญเชิญพระบรมโกศตามราชประเพณี ยาตราจากประตูเทวาภิรมย์ ถนนมหาราช มุ่งสู่ถนนท้ายวัง โดยมีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินร่วมในริ้วขบวน พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า พัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรี นารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ และเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 2 เพลง คือใกล้รุ่ง ยามเย็น ในริ้วขบวนนี้พราหมณ์ในพระราชสำนักที่เข้าร่วมริ้วขบวนได้ร่วมกันส่งเสด็จเดินเวียนพร้อมพระบรมศพ โดยสยายผมอันเป็นธรรมเนียมแสดงการไว้อาลัยอย่างสูงสุดของพราหมณ์

สมเด็จพระวันรัตอ่านพระอภิธรรม

สำหรับริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 ประกอบด้วย ตำรวจม้านำ เจ้าพนักงานนำริ้ว ธงสามชาย คู่แห่ทหารสามเหล่า ปี่ กลองชนะ แตรฝรั่ง แตรงอน สังข์ ฉัตรเครื่องสูงทองแผ่ลวด พระอภิรุมชุมสาย พระแสงหว่างเครื่อง บังสูรย์ พุ่มเงินพุ่มทอง ฯลฯ มีสมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร นั่งบนเสลี่ยงกลีบบัวอ่านพระอภิธรรมนำ ต่อด้วยแถวผู้อำนวยการริ้วขบวน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม ฯลฯ เข้าร่วม ซึ่งการยาตราของริ้วขบวนเป็นไปอย่างสง่างาม สมพระเกียรติ เป็นการเดินตามจังหวะกลอง มีวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมาร์ชธงชัยเฉลิมพล มาร์ชราชวัลลภ เพลงยามเย็นและเพลงใกล้รุ่ง

ทรงโปรดเกล้าฯมีขบวนแซงเสด็จ

ในริ้วขบวนที่ 1 ยังมีความพิเศษต่างจากพระราชพิธีอื่นๆ เนื่องจากทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มีแถวทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์แซงเสด็จพระบรมโกศ ที่ประดิษฐานบนพระยานมาศสามลำคาน นำด้วยธงมหาราช ส่วนแถวแซงเสด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็มีทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยราชกระบี่ยุทธ และธงชัยราชครุฑพ่าห์นำ จากนั้นจึงเป็นแถวเสด็จฯสมเด็จพระเทพฯ พระราชวงศ์ฝ่ายหน้า ข้าราชบริพาร หน่วยงานในพระองค์ ฯลฯ

อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นมหาพิชัยราชรถ

เวลา 09.40 น. ริ้วขบวนที่ 1 พระยานมาศสามลำคาน มาเทียบที่พระมหาพิชัยราชรถ อันเป็นริ้วขบวนที่ 2 ซึ่งจอดรออยู่บริเวณถนนสนามไชย หน้าวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ตามพระบรมโกศไปยังพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนฯ ที่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 ตั้งรออยู่ สมเด็จพระวันรัตลงจากเสลี่ยงกลีบบัวพระนำ ขึ้นนั่งบนราชรถพระนำ จากนั้นพระยานมาศสามลำคาน อัญเชิญพระบรมโกศลงประดิษฐานบนเกรินบันไดนาคข้างพระมหาพิชัยราชรถ

ทรงทอดผ้าไตรท้ายเกรินบันไดนาค

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์เที่ยวละ 5 ไตร แล้วเสด็จไปประทับยังพลับพลายก พนักงานภูษามาลาขึ้นนั่งท้ายเกรินบันไดนาค ถวายบังคมแล้วประคองพระบรมโกศ เจ้าหน้าที่ฉุดชักราชรถถวายบังคมพร้อมกัน แล้วเลื่อนเกรินอัญเชิญพระบรมโกศขึ้นสู่บุษบกพระมหาพิชัยราชรถหมายเลข 9780 เป็นราชรถบุษบกทำด้วยไม้แกะสลักทั้งองค์ ลงรักปิดทองประดับกระจก มีเกรินลดหลั่นกัน 5 ชั้น เจ้าพนักงานรัวกรับ 3 ครั้ง แตรเดี่ยวให้สัญญาณหน้าเดิน ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 2 จึงเริ่มยาตราสู่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง วงโยธวาทิตบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ประชาชนได้หมอบกราบท่ามกลางเสียงสะอื้นไปทั่วบริเวณถนนสนามไชย

จากนั้นขบวนจึงเริ่มหันหน้ากลับมายังท้องสนามหลวง เพื่ออัญเชิญพระมหาพิชัยราชรถไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง นายจิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตเชิญสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯในริ้วขบวนที่ 2 และยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

ทหารยิงปืนสลุตถวายพระเกียรติ

เวลา 10.40 น. ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศริ้วที่ 2 เริ่มเคลื่อน ระหว่างนั้นทหารปืนใหญ่ยิงปืนถวายพระเกียรติสูงสุดนาทีละ 1 นัด จนกว่าพระบรมโกศจะขึ้นประดิษฐานบนพระจิตกาธานในพระเมรุมาศแล้วจึงหยุดยิง ขบวนพระบรมราชอิสริยยศมีมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ประโคมตลอดเวลา ครั้นขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระบรมโกศผ่านพลับพลายกหน้าวัดพระเชตุพนฯ ไปแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯเข้าขบวนตามพระบรมโกศ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยมี 8 ตำรวจหลวง นายทหารราชองครักษ์ มหาดเล็กรักษาพระองค์แซงเสด็จ ต่อท้ายด้วยพระราชวงศ์ฝ่ายหน้า พระประยูรญาติทั้ง 100 ราชสกุล จาก 129 ราชสกุล ประกอบด้วย หม่อมเจ้า หม่อมราชวงศ์ และหม่อมหลวงตามลำดับ

พระนัดดาอัญเชิญเครื่องทองน้อย

สำหรับในริ้วขบวนที่ 2 นี้มีความยาวเกือบ 1 กิโลเมตร มี ร.อ.จิทัศน์ ศรสงคราม พระนัดดาในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อัญเชิญเครื่องทองน้อย ใช้จังหวะการเดินแบบเดินเปลี่ยนเท้า ประกอบเพลงพญาโศกลอยลม เพลงสรรเสริญเสือป่าและสรรเสริญพระนารายณ์ ไปตามถนนสนามไชย เข้าสู่ถนนราชดำเนินในผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง ศาลฎีกา จากนั้นขบวนพระบรมราชอิสริยยศแห่เชิญพระโกศทองใหญ่ เลี้ยวเข้าสู่ถนนกลางท้องสนามหลวง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ทหารปืนใหญ่ยิงถวายพระเกียรติตลอดนาทีละ 1 นัด

ริ้วขบวนงดงามกว่า 2 พันคน

นอกจากนี้ในริ้วขบวนที่ 2 มีหม่อมเจ้าเพียง 2 พระองค์เท่านั้นคือ พล.ท.ม.จ.เฉลิมศึก ยุคล ร.อ.ม.จ.นวพรรษ์ ยุคล นอกนั้นเป็นหม่อมราชวงศ์ หม่อมหลวง ตามลำดับ ข้าราชบริพาร หน่วยงานในพระองค์ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายทหาร พลเรือน โดยมีพระวันรัตนั่งราชรถพระนำที่ตั้งอยู่หน้าพระมหาพิชัยราชรถ มี พล.ต.อเนก กล่อมจิตร เป็นผู้กำกับพระมหาพิชัยราชรถ พ.อ.พสิษฐ์ ภูวัตณัฐสิทธิ เป็นผู้ควบคุมฉุดชักหน้า และ พ.ท.สวรจน์ สุภเวชย์ เป็นผู้ควบคุมฉุดชักหลัง ริ้วขบวนนี้จะมีความงดงามมากที่สุด เนื่องจากใช้ผู้ร่วมขบวนมากกว่า 2,000 คน ทหารกองเกียรติยศขบวนหน้านำพระบรมโกศ ยาตราไปตามถนนสนามไชย ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวเข้าถนนกลางท้องสนามหลวง เป็นระยะทาง 890 เมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

น้ำตาร่วงเห็นพระมหาพิชัยราชรถ

ขณะเดียวกันที่หน้าศาลฎีกา จุดตรงข้ามพระเมรุมาศด้านทิศตะวันออก ในเวลา 11.55 น. ระหว่างที่ราชรถพระนำเคลื่อนผ่านประชาชนทั้งสองฝั่งบทบาทวิถีได้พร้อมใจก้มกราบลงกับพื้น 3 ครั้ง จากนั้นเวลา 12.09 น. พระมหาพิชัยราชรถได้เคลื่อนผ่าน นับเป็นช่วงเวลาที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง พสกนิกรลูกของพ่อซึ่งตากแดดตากฝนเฝ้ารอส่งเสด็จหลายวันหลายคืนโดยมิได้ย่อท้อ ต่างพร้อมใจก้มกราบกับพื้นพร้อมสะอื้นร่ำไห้กันระงม หยาดน้ำตาพร่างพรูออกมาอย่างไม่ขาดสาย แม้จะเงยหน้าขึ้นมาเมื่อขบวนเคลื่อนผ่านไปแล้ว แต่น้ำตาแห่งความอาลัยที่ไหลรินยังกัดกินความรู้สึกสะเทือนหัวใจ จนไม่อาจจะหยุดคลายความโศกเศร้าได้

สะอื้นร่ำไห้กราบพระบรมโกศ

บรรยากาศบริเวณศาลฎีกาฝั่งเหนือ ระหว่างรอริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศยาตรามาถึง มีผู้สูงอายุเป็นลมหลายราย เจ้าหน้าที่จิตอาสาต้องพยุงไปนอนพักที่เต็นท์พยาบาล แต่พอใกล้เวลาก็ขอออกมานั่งวีลแชร์ บางรายความดันขึ้นสูงแต่ไม่ยอมไปยังเต็นท์พยาบาล เพราะเกรงว่าจะพลาดช่วงเวลาสำคัญในการชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศและกราบสักการะพระบรมโกศ เมื่อริ้วขบวนมาถึงประชาชนต่างนำพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ชูเหนือหัว เมื่อพระบรมโกศซึ่งประดิษฐานบนพระมหาพิชัยราชรถยาตราผ่านหน้าเพื่อเลี้ยวเข้าถนนกลางสนามหลวง ประชาชนต่างก้มลงกราบด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงบำเพ็ญเพื่อพสกนิกรไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ โดยมีเสียงสะอื้นร่ำไห้เป็นระยะ

ช่างภาพยังกลั้นน้ำตาไม่อยู่

นอกเหนือจากความโศกเศร้าของพสกนิกรที่มาร่วมพระราชพิธี แม้แต่ช่างภาพจากสื่อสำนักต่างๆ ประจำจุดสแตนด์ บางคนบันทึกภาพไปพร้อมกับมีน้ำตาคลอ แต่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาและตั้งใจลั่นชัตเตอร์บันทึกภาพนาทีประวัติศาสตร์ไว้ให้ดีที่สุด ขณะที่ประชาชนบางส่วนหยิบกล้องโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพที่สมพระเกียรติครั้งยิ่งใหญ่เก็บไว้เป็นที่ระลึกถึงพ่อบนสวรรคาลัย เมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จพระราชดำเนินในริ้วขบวนผ่านมา ประชาชนได้ก้มลงกราบกับพื้นและยกมือพนมไหว้ บางคนยังคงมีน้ำตาไหลไม่หยุด จนกระทั่งริ้วขบวนผ่านไป บางส่วนเริ่มคลายอิริยาบถเดินเข้าทำธุระส่วนตัว หลายคนเข้ามารับน้ำและอาหารพระ ราชทานในจุดเต็นท์อาหารพระราชทานภายในศาลฎีกา

ปาดน้ำตาแห่งความอาดูร

ทางด้านประชาชนบนถนนราชดำเนิน บริเวณหน้าพระเมรุมาศจำลอง ฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง ซึ่งอยู่ไกลจากริ้วขบวนจนไม่สามารถมองเห็นได้ ดูการถ่ายทอดสดการเคลื่อนริ้วขบวนจากจอมอนิเตอร์ขนาดยักษ์ที่ติดตั้งในพื้นที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนอบอ้าว แต่ก็มีสายลมพัดให้ผ่อนคลายร้อนได้เป็นระยะ และเมื่อมีการถ่ายทอดให้เห็นริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศอัญเชิญพระบรมโกศ ที่ยิ่งใหญ่สวยงาม สมพระเกียรติ ประกอบกับรูปขบวนที่สง่างามและเสียงดนตรีประกอบจังหวะ หลายคนได้ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลนองอาบแก้มอย่างไม่รู้ตัว บางคนก้มหน้าสะอึกสะอื้น และยกมือขึ้นพนมกราบลงกับพื้นน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงทำเพื่อพสกนิกรมาตลอดระยะเวลาครองราชย์ 70 ปี

ริ้ว 3 เชิญพระโกศเวียนรอบเมรุมาศ

กระทั่งเวลา 12.45 น. พระมหาพิชัยราชรถ เคลื่อนไปหยุดตรงทางเข้าพระเมรุมาศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไปประทับพลับพลายก พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ทอดพระเนตรการเปลี่ยนริ้วขบวน โดยเจ้าพนักงานเชิญเกรินบันไดนาคและเกยลาเข้าเทียบพระมหาพิชัยราชรถ ทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฉุดชักเชิญราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง เข้าเทียบเชิญพระบรมโกศลงมาประดิษฐานบนราชรถปืนใหญ่ส่วนหลัง จากนั้นจึงฉุดชักราชรถปืนใหญ่ส่วนหลังไปเชื่อมกับราชรถปืนใหญ่ส่วนหน้า ที่จอดรออยู่บริเวณทางเข้ารั้วราชวัติ แล้วเคลื่อนราชรถปืนใหญ่ ทั้งสองส่วนไปเข้าริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่ 3 ที่ตั้งรออยู่บริเวณหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เมื่อพร้อมแล้ว ผู้บอกขบวนให้สัญญาณรัวกรับ จึงยาตราริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 3 เวียนพระเมรุมาศโดยอุตราวัฏ หรือเวียนซ้าย 3 รอบ ตามจังหวะเพลงมาร์ชราชวัลลภ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรม วงศานุวงศ์เสด็จตาม

สร้างราชรถสำคัญเฉพาะกษัตริย์

ผู้สื่อขาวรายงานว่า ในริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ริ้วที่ 3 นี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือราชรถปืนใหญ่ ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อใช้ในงานพระบรมศพของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ทั้งยังประกอบด้วย เสลี่ยงพระนำ มโหระทึก เครื่องราชอิสริยยศ เครื่องราชูปโภค พระประยูรญาติ และข้าราชบริพาร ฯลฯ เมื่อเวียนครบรอบที่ 3 เป็นที่เรียบร้อย ราชรถปืนใหญ่เทียบเข้าสะพานเกรินบันไดนาค เจ้าหน้าที่เลื่อนเกริน เชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นสู่ที่ตั้งพระจิตกาธาน เจ้าพนักงานเปิดพระวิสูตร เมื่อเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรประกอบพระโกศจันทน์เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงปิดพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมศพ ทรงกราบ เสด็จลงจากพระเมรุมาศ ขึ้นประทับบนพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับ

ก้มกราบกับพื้นยางมะตอยสุดร้อน

จากนั้นเมื่อริ้วขบวนได้เลี้ยวเข้าสู่ถนนกลางสนามหลวง ทันทีที่ประชาชนที่อยู่บริเวณกลางท้องสนามหลวงด้านทิศเหนือ ได้เห็นริ้วขบวนต่างพากันก้มกราบลงกับพื้นยางมะตอย ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่ทุกคนต่างไม่เกรงกลัวต่อความร้อนระอุ ก้มกราบกันด้วยความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่สำคัญเมื่อขบวนพระโกศทองใหญ่ผ่านเข้ามา ทุกคนต่างเงียบสงบนิ่ง ทุกสายตาจับจ้องไปที่พระโกศทองใหญ่ก่อนก้มลงกราบอย่างพร้อมเพรียงกัน พร้อมกับเสียงสะอื้นร่ำไห้ดังระงมออกมาด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง

แม้ตากแดดฝนแต่ดีใจได้ชมริ้วขบวน

ด้านประชาชนทุกคนรู้สึกดีใจที่ได้มาร่วมส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้จะต้องตากแดด ตากฝน อย่างนางอ้อมดาว รามสูตร อายุ 50 ปี เดินทางมาจาก จ.พิษณุโลก กล่าวว่า เดินทางมาถึงตั้งแต่เช้าของวันที่ 23 ต.ค. มาต่อแถวบริเวณแยกคอกวัว เจอทั้งแดดทั้งฝน แต่บอกกับตัวเองว่าจะต้องมาส่งเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 ให้ได้ พอได้มานั่งตรงมุมที่มองเห็นวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ก็รู้สึกโชคดี แต่อีกความรู้สึกคือใจหาย ที่วันนี้จะไม่มีพระมหากษัตริย์ผู้ที่ทำทุกอย่างเพื่อพสกนิกรมาตลอดชีวิตอีกแล้ว เหลือไว้แต่คำสอนของพระองค์ที่เราต้องยึดปฏิบัติตาม

บุคคลสาธารณะเป็นแบบอย่าง

ขณะที่นายวรกร ศิริสรณ์ หรือกั้ง เดอะสตาร์ กล่าวว่า ได้มาเป็นจิตอาสาโครงการร้อยรักส่งพ่อหลวง ที่ศาลหลักเมือง ตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 25 ต.ค. เมื่อเปิดพื้นที่เพิ่มให้ประชาชนจึงมีโอกาสได้เข้ามานั่งรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ โดยตั้งแต่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคต ได้สมัครร่วมเป็นจิตอาสาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพราะตั้งใจจะทำความดีเพื่อพ่อ ช่วงใกล้วันถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงหาโอกาสร่วมเป็นจิตอาสาอีกครั้ง แม้ว่าจะผ่านมา 1 ปี แต่ความรู้สึกสูญเสียไม่เคยจางหาย อยากให้ทุกคนผ่านความรู้สึกนี้ไปให้ได้พร้อมกัน ด้วยการยึดหลักคำสอนของพระองค์ในการดำเนินชีวิต เช่น การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด พออยู่วงการบันเทิง แต่ไม่ละทิ้งการเรียน และตนเป็นบุคคลสาธารณะที่สามารถเป็นกระบอกเสียงได้ จึงตั้งใจทำความดีเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชน

บินตรงจากไนจีเรียร่วมอาลัย

น.ส.เปล่งสุรีย์ ร่มเริง อายุ 28 ปี ชาวจังหวัด นครราชสีมา กล่าวว่า ทำงานร้านอาหารที่ประเทศไนจีเรีย ในหลวง ร.9 สวรรคตเสียใจมาก ทุกครั้งที่สถานทูตไทยประจำไนจีเรียจัดกิจกรรมอาลัยไปร่วมตลอด เมื่อมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ จึงเดินทางกลับมาตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค.ชวนญาติมาจาก จ.นครราชสีมา เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 25 ต.ค. โชคดีที่ได้มานั่งอยู่ที่บริเวณริมถนน มหาราช คิดว่ายังมีประชาชนอีกหลายคนที่ตกค้างอยู่จุดคัดกรองเข้ามาไม่ได้ รักในหลวง ร.9 สุดหัวใจ เพราะพระองค์ทำเพื่อประชาชน เมื่อเห็นพระโกศทองใหญ่เคลื่อนออกมารู้สึกเศร้ามาก ไม่อยากให้มาถึงวันนี้ นึกแล้วใจหายว่าต่อไปนี้เราจะไม่มีในหลวง ร.9 อีกแล้ว

ชาติหน้าขอเกิดใต้ร่มพระบารมี

ขณะที่ตุ๊ก-ดวงตา ตุงคะมณี อดีตนักแสดงชื่อดัง กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าว่า มาสนามหลวงพร้อมกับอูม-วิยะดา อุมารินทร์ และ เพื่อนอดีตดาราหลายคน ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. เข้าพักที่โรงแรม พอตอนเช้าก็มาที่สนามหลวง เข้ามาจองพื้นที่บริเวณสนามหลวง รอชมริ้วขบวน และส่งเสด็จในหลวง ร.9 ในส่วนของความรู้สึกก็เหมือนพสกนิกรชาวไทยทุกคนที่อยากจะใกล้ชิดพระองค์ให้มากที่สุด พระองค์เป็นพ่อของพวกเราคนไทยทุกคน ทรงงานหนักมาตลอดพระชนม์ชีพ จริงๆแล้วชมทางโทรทัศน์ก็ได้ แต่ความรู้สึกไม่เหมือนกัน ทั้งรู้สึกปีติที่ได้มีโอกาสดีกว่า เป็นความโชคดีในความเศร้า อยากจะกราบแทบพระบาทพระองค์ ท่าน ถ้าชาติหน้าหากมีโอกาสเกิดเป็นมนุษย์อีก ขอเกิดใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารของพระองค์ท่าน

อัศจรรย์เมฆลอยเหนือพระเมรุมาศ

เวลา 14.30 น. เมื่อริ้วขบวนได้เข้าถึงพระเมรุมาศ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนจัด แต่ขณะที่พิธีอัญเชิญพระโกศทองใหญ่ขึ้นสู่พระเมรุมาศ อากาศได้เปลี่ยนแปลงลงเมื่อเมฆได้เคลื่อนมาบดบังดวงอาทิตย์ทำให้บริเวณพระเมรุมาศกลับร่มเย็นลง มีลมพัดโชยมา คลายความร้อนลง จนประชาชนที่อยู่รอบบริเวณต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นเพราะพระบารมีของในหลวง ร.9 ที่ทรงเป็นห่วงพสกนิกร โดยประชาชนต่างนำโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพปรากฏการณ์ดังกล่าวเก็บไว้เป็นที่ระลึกจำนวนมากด้วย

ฝนถล่มสนามหลวงหนักหน่วง

ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น. ได้เกิดฝนตกกระหน่ำอย่างหนักบริเวณท้องสนามหลวงกับรอบๆ บริเวณภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมศพจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท มายังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยประชาชนที่อยู่บริเวณรอบสนามหลวงต่างใส่เสื้อกันฝนหรือนำร่มกางกันฝน แต่ยังนั่งรวมตัวกันไม่ยอมหนีไปไหน ทั้งนี้ เพื่อรอบันทึกความทรงจำที่ได้ร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทย

ประมุข–ผู้นำประเทศร่วมพระราชพิธี

เวลา 17.18 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วยพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ มายังพระที่นั่งทรงธรรมและทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพทรงธรรมที่พระเมรุมาศ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนา สมเด็จพระราชาคณะ 50 รูปสวดศราทธพรต สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ พระสงฆ์ที่สวดศราทธพรต สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกจากพระที่นั่งทรงธรรมเสด็จไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 30 พาน ที่หน้าพระเมรุมาศ

นอกจากนี้ภายในบริเวณพระที่นั่งทรงธรรม พระประมุข ประมุขและสมาชิกราชวงศ์ รวมทั้งผู้นำประเทศ ผู้แทนผู้นำประเทศ รวมทั้งเหล่าทูตานุทูต กงสุลแต่ละประเทศ ได้เข้าร่วมในพระราชพิธีครั้งนี้ด้วย

ร.10 เสด็จถวายพระเพลิง

เวลา 18.29 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นพระเมรุมาศ ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่กลองชนะและปี่พาทย์ ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ เป่าแตรนอนและยิงปืนเล็กยาว 9 นัด พร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรติ 21 นัด จากนั้นสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวเสด็จไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรมแล้ว สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ ขึ้นถวายพระเพลิงตามลำดับ

พระบรมวงศ์ถวายพระเพลิง

จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์ เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ รวมทั้งท่านผู้หญิงทัศนาวลัย ศรสงคราม พระธิดาของสมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่เป็นพระภาคิไนย (หลานน้า) พระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พร้อมด้วย ร.อ.จิทัศน์ ศรสงคราม พระนัดดา เสด็จและขึ้นถวาย พระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

กษัตริย์จิกมีพระพักตร์เศร้า

ตามด้วยพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์ต่างประเทศและผู้แทนรัฐบาลประเทศ รวมถึงบุคคลสำคัญของไทย อาทิ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นถวายพระเพลิงตามลำดับ ทั้งนี้สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏาน ได้เสด็จขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ด้วยพระพักตร์ที่เศร้าหมอง พร้อมทั้งทรงพนมมือไหว้พระบรมโกศระหว่างรอเสด็จขึ้นถวายพระเพลิง และถวายพระเกียรติสูงสุดแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ขณะทรงวางดอกไม้จันทน์บนพระเมรุมาศ นอกจากนี้ยังทรงติดเข็มกลัดเลข ๙ ไว้ที่พระอุระอีกด้วย ภายหลังพระประมุข ประมุข พระราชวงศ์และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศถวายดอกไม้จันทน์เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปฏิสันถาร แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ถวายพระเพลิงรัชกาลที่ 9

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 22.45 น.สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นการส่วนพระองค์ไปยังพระเมรุมาศ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทรงจุดไฟดอกไม้จันทน์ถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยพระราชพิธีถวายพระเพลิงกระทำแบบโบราณราชประเพณี ใช้ฟืนท่อนไม้จันทน์เป็นเชื้อเพลิง หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ได้มีกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ารอบพระเมรุมาศอย่างเห็นได้ชัด พสกนิกรที่ยังเฝ้ารออยู่บริเวณใกล้พระเมรุมาศจำนวนมาก เมื่อได้เห็นกลุ่มควัน ต่างทราบ ทันทีว่ามีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ (จริง) โดยเป็นพระราชพิธีส่วนพระองค์ จึงพากันร่ำไห้น้ำตาไหล นองหน้าปิ่มว่าจะขาดใจ เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปทั่ว บริเวณ จากนั้นพสกนิกรได้ก้มลงกราบกับพื้นเพื่อน้อมส่งเสด็จ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” สู่สวรรคาลัย

ทูลกระหม่อมโพสต์ IG อาลัย “พ่อ”

ขณะที่ในอินสตาแกรมของทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของรัชกาลที่ 9 พร้อมบทกลอนอาลัยทูลกระหม่อมพ่ออย่างซาบซึ้งว่า “กราบพระบาททูลลาน้ำตาไหล แม้เสียใจสุดจะกล่าวสุดเล่าขาน ต้องเข้มแข็งรวมใจกันทุกวันวาร ตราบเท่านานพ่ออยู่ในหัวใจเรา เดินกันไปข้างหน้าสู่อนาคต ลูกจะจดจำรับสั่งไม่นั่งเหงา เปิดใจกว้างเขาคิดอะไรอย่าไม่เอา เพราะรู้เขาเราก็รู้สู้ด้วยกัน”

ทรงโปรดเกล้าฯจิตอาสา 33 คน

วันเดียวกันนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระ กรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช 33 คน จากทั่วประเทศ ทุกภูมิภาค ทั่วโลก ทุกเพศทุกวัย เป็นตัวแทนประชาชนชาวไทยและคนไทยในต่างแดนเป็นผู้อัญเชิญพานดอกไม้จันทน์ 33 พานของพสกนิกรชาวไทยและชาวไทยในต่างแดนมาทูลเกล้าฯ ถวายที่เบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ที่พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง

ตัวแทนคนไทยทั่วโลก–ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ จิตอาสาทั้ง 33 คน เป็นตัวแทนจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นการรวมพลังน้ำใจของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าที่จะน้อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยเปิดรับสมัครประชาชนทั่วประเทศและทั่วโลกไปเมื่อวันที่ 1-30 ก.ย.2560 มีจำนวนทั้งสิ้น 4,006,825 คน จิตอาสาเฉพาะกิจทั้ง 33 คนนี้มีทุกเพศ ทุกวัยจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย จิตอาสาเฉพาะกิจฯที่อายุน้อยที่สุดคือ อายุ 1 ขวบ 6 เดือน และอายุมากที่สุด 93 ปี

น้องแนทสุดปลื้มได้รับเกียรติ

น.ส.นิพรณ์ เฉลิมบูรณะวงศ์ หรือ “แนท” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2015 ที่ได้รับเกียรติเป็น 1 ใน 33 ของตัวแทนประชาชนจิตอาสา กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในตัวแทนประชาชน ได้มาทำหน้าที่ถือพานในฐานะคนไทยทั้งประเทศ นำดอกไม้จันทน์ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นครั้งสำคัญในชีวิต ก่อนหน้านี้แม้เคยมาสักการะพระ บรมศพตั้งแต่ตี 3 กับพี่สาว แต่พี่สาวกลับเป็นลมชัก ทำให้หมดโอกาส วันนี้ถือได้ว่าเป็นที่สุดของชีวิต ที่ผ่านมาได้สมัครเป็นจิตอาสาเฉพาะกิจฯ ด้านบริการประชาชน เพราะอยากจะทำความดีเพื่อพระองค์ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสได้ทำอะไรมากนัก 1 ปีที่ผ่านมาได้ทำกิจกรรมจิตอาสาที่ท้องสนามหลวงหลายครั้ง แจกอาหาร เก็บขยะ ที่เต็นท์ต่างๆ นอกจากนี้เพราะเรียนด้านสังคมสงเคราะห์ และได้ฝึกงานที่บ้านพักคนชรา จึงได้ช่วยเหลือโครงการด้านผู้สูงอายุและสตรี พาผู้สูงอายุไปออกกำลังกาย ร้องเพลง เข้าวัดวิปัสสนา

เผยทำดีไม่ใช่เรื่องยาก

“การทำดีไม่ใช่เรื่องยาก ทุกอย่างสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน แม้จะไม่ได้มีเวลามากนัก แค่เก็บขยะ ก็ถือเป็นการทำความดีได้โดยง่ายแล้ว การช่วยเหลือคนเล็กๆน้อยๆ ยิ่งได้เห็นคนทำความดีเป็นแบบอย่างก็ยิ่งทำให้มีแรงใจทำความดีต่อไป ดั่งเช่นในหลวง รัชกาลที่ 9 ที่ถือได้ว่าเป็นองค์ต้นแบบของการทำความดี”

ดาราหนุ่มได้ ร.9 เป็นต้นแบบทำดี

อีกคนคือนายพศุตม์ บานแย้ม อายุ 35 ปี ชาว จ.สมุทรสาคร อาชีพนักแสดง จิตอาสาบริการรับส่งประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงโดยไม่คิดค่าบริการ กล่าวว่า ปฏิบัติงานจิตอาสามาตลอด 1 ปี ตั้งใจอำนวยความสะดวกประชาชน ตั้งแต่สำนักพระ ราชวังเปิดให้ประชาชนถวายบังคมพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 จนถึงวันที่ปิดเข้ากราบพระบรมศพ ช่วงสุดท้ายวันที่ 24 และ 25 ตุลาคม ก่อนพระราชพิธีถวายพระเพลิงจนถึงวันถวายพระเพลิง ตนขี่จักรยานยนต์อำนวยความสะดวกประชาชนในช่วงเวลา 18.00 น. ถึง 02.00 น. ส่วนใหญ่รับส่งจากสนามหลวง ไปจุดเชื่อมต่อการเดินทางที่สำคัญ ไกลสุดไปเขตอ่อนนุช เคยเติมน้ำมันรถ 150 ซีซี เต็มถัง 2 ครั้ง รวมระยะทางไม่ต่ำกว่า 170 กิโลเมตรต่อวัน ภาคภูมิใจที่ได้เป็น 1 ใน 33 จิตอาสาพระราชทานทำคุณประโยชน์เพื่อส่วนรวม และจะมุ่งมั่นทำความดีต่อไป สำนึกอยู่เสมอว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็น ต้นแบบของการทำความดีและมีพระเมตตา และ จะดำเนินรอยตามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีระเบียบวินัยยิ่ง

สื่อนอกแพร่ข่าวคนไทยสุดเศร้า

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวต่างประเทศ ทั้งเอพี เอเอฟพี รอยเตอร์ รวมถึงเว็บไซต์ข่าว BBC และ CNN ต่างรายงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า มีขึ้นท่ามกลางบรรยากาศของความเศร้าโศกเสียใจของปวงชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ คนไทยจากทั่วประเทศหลั่งไหลมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงมากถึง 250,000-300,000 คนต่างนั่งเต็มสองข้างถนนที่สนามหลวง เพื่อให้ได้ใกล้ชิดพระราชพิธีมากที่สุด อาคารบ้านเรือนหลายหลังต่างนำธงในหลวงรัชกาลที่ 9 ขึ้นประดับ ธุรกิจร้านค้าหลายแห่งต่างปิดให้บริการ ประชาชนส่วนใหญ่สวมใส่ชุดดำเพื่อไว้ทุกข์ ก่อนจะสิ้นสุดอย่างเป็นทางการวันที่ 30 ต.ค. ขณะเดียวกัน เว็บไซต์ วอยซ์ ออฟ อเมริกา (วีโอเอไทย) ประมวลภาพบรรยากาศก่อนวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนเว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ สยามทาวน์ยูเอส ร่วมถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9

คนแน่นพระลานพระราชวังดุสิต

ขณะที่การวางดอกไม้จันทน์ตามจุดต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ บรรยากาศล้วนไม่ต่างกัน ที่แต่ละจุดคลาคล่ำไปด้วยพสกนิกรที่ต้องการมาน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และแสดงถึงความ จงรักภักดีมิรู้คลาย และส่วนใหญ่ขอปักหลักอยู่จนถึงเวลาถวายพระเพลิงในช่วงค่ำ โดยที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ประชาชนทยอยเดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่พระเมรุมาศจำลอง ตั้งแต่เวลา 04.00 น. จนเวลา 07.00 น. ปรากฏว่าคนมารอถวายดอกไม้จันทน์กว่า 1 หมื่นคน ระหว่างนั้นปรากฏว่า ทหารยามถวายพระเกียรติพระบรมศพ ที่ยืนประจำอยู่บนพระเมรุมาศจำลองเป็นลมล้มหมดสติลง ทำให้เจ้าหน้าที่จิตอาสาและหน่วยแพทย์ต้องรีบเข้าไปช่วยปฐมพยาบาล

คลื่นชนหลั่งไหลมาไม่หยุด

จากนั้นเวลา 10.30 น. ประชาชนยังทยอยเดินทางมาต่อเนื่องร่วม 3 หมื่นคน แถวยาวจากพระลานพระราชวังดุสิตไปถึงแยกมิสกวันตัดเข้าไปทางคุรุสภาแล้วตัดกลับมาที่แยกมิสกวันอีกครั้ง
แต่ทุกคนไม่มีท่าทีย่อท้อแม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าวเพียงใดก็ตาม และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลอง บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ปรากฏว่าพื้นที่โดยรอบตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอก ถึงแยกลานพระบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 5 (พระบรมรูปทรงม้า) ถนนศรีอยุธยา จากแยก พล.1 ถึงแยกวัดเบญจฯ ถนนพิษณุโลกจากแยกวังแดงถึงแยกพณิชยการพระนคร ต่างคลาคล่ำไปด้วยประชาชนจนเต็มพื้นที่

ยาย 84 ปีร้องไห้คิดถึง ร.9 ทุกวัน

นอกจากนี้ นางนงเยาว์ วัชรสินธุ์ อายุ 84 ปี ชาว กทม. นั่งวีลแชร์มาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ประเทศไทยไม่เหลือใครที่ดีเทียมเท่าในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกแล้ว พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน นับตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคตไม่มีวันใดเลยที่ตนจะไม่ร้องไห้เพราะคิดถึงพระองค์ท่าน ยิ่งถึงวันนี้ยิ่งรู้สึกใจหาย ด้าน ด.ช.จิณณะ จิตภักดี จิตอาสาวัย 8 ขวบ ที่ทำหน้าที่แจกอาหารให้ประชาชน กล่าวว่า เดินทางมากับพ่อแม่ อยากมาช่วยงานบริเวณพระลานพระราชวังดุสิต ได้รับมอบหมายให้แจกลูกอมให้กับลุงๆป้าๆ ที่เดินทางมาถวายดอกไม้จันทน์วันนี้คนเยอะมาก แต่ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด

ร้อน–รอนานก็ไม่ท้อ

ส่วน น.ส.กัลย์สุดา สามารถ อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดยโสธร เดินทางมาเข้าคิวถวายดอกไม้จันทน์กับสามี และลูกๆ 2 คน อายุ 6 ขวบ และ 11 เดือน กล่าวว่า ตั้งใจมาถวายดอกไม้จันทน์กันทั้งครอบครัว เพราะไม่มีโอกาสได้ไปกราบพระบรมศพของพระองค์ท่าน แม้อากาศจะร้อนมาก แต่โชคดีที่ลูกๆ ไม่งอแง และแม้คนจะมากก็จะรอจนกว่าจะถึงคิว เพราะนี่คือครั้งหนึ่งและครั้งสุดท้ายของชีวิตที่จะได้มากราบพระองค์ท่าน

ชาวปะโอนั่งเรือมาถวายดอกไม้จันทน์

ขณะที่บริเวณท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ มีประชาชนโดยสารเรือเพื่อมายังบริเวณถนนราชดำเนินจำนวนมาก ในจำนวนนี้มีชาวเผ่าปะโอที่มาทำงานในประเทศไทย โดยสารเรือจากย่านประตูน้ำมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยหนึ่งในชาวเผ่าปะโอกล่าวว่า ถิ่นฐานของตนอยู่ในประเทศเมียนมา แต่มาทำงานในประเทศไทยได้หลายปีแล้ว คนเมียนมาและคนทั่วโลกต่างรู้จักในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะพระองค์ทรงช่วยเหลือทั้งคนไทยและนานาประเทศ จึงอยากจะมาร่วมแสดงความอาลัยในวันนี้ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2559 ชาวเผ่าปะโอจำนวน 300 คน ได้เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวัง ไปเรียบร้อยแล้ว

เรียง 4 วางดอกไม้จันทน์

ที่พระเมรุมาศจำลอง ฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง ข้างสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเก่า ถนนราชดำเนิน มีการจัดทางเข้าเป็น 2 ช่องทางให้ประชาชนเดินเรียงหน้ากระดานช่องละ 4 คน โดยมี น.ส.ฐานิตา แพร่วานิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานศึกษา กทม. และผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์ ผู้อำนวยการกองพัฒนาครู กทม. พ.อ.รณวรรณ พจน์สถิตย์ รอง เสธ.พล. 1 รอ. หัวหน้าชุดจิตอาสา รวม 4 คน เข้าถวายเป็นลำดับแรก ตามด้วยกลุ่มจิตอาสา

ต่างชาติร่วมถวายดอกไม้จันทน์

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในจุดนี้นอกจากคนไทยแล้ว ยังมีกลุ่มอาสาสมัครต่างประเทศ จากมูลนิธิเยาวชนสัมพันธ์นานาชาติ (International Youth Fellowship) หรือ IYF ประกอบด้วย เกาหลีใต้ อินเดีย จีน ฟิลิปปินส์ ยูเครน และเลโซโท รวม 12 คน เข้าร่วมวางดอกไม้จันทน์ ด้วย ทั้งนี้ นายจุง จูฮวาน อายุ 19 ปี อาสาสมัครจากเกาหลีใต้ เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ไม่รู้จักภาษาไทยหรือวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับที่นี่เลย แต่เมื่อมาเป็นอาสาสมัครที่ไทยได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง และตอนแรกสงสัยว่าทำไมคนไทยถึงเสียใจขนาดนี้ และมาทราบว่าในหลวง ร.9 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเสียสละเพื่อคนอื่น พวกเราเหล่าอาสาสมัครจึงอยากใช้ชีวิตติดตามแนวทางของพระองค์ท่าน การเข้าร่วมงานพระราชพิธี ทำให้พวกเรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาเป็นอาสาสมัครที่ประเทศไทย ตนและเพื่อนอาสาสมัครจึงอยากมาร่วมไว้อาลัยในครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับนายแอนดรูว์ วัย 23 ปี อาสาสมัครจากยูเครน เปิดเผยว่า ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่มาเยือนประเทศไทย วันนี้จึงถือโอกาสมาถวายความเคารพต่อพระองค์ และเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้วว่าทำไมคนไทยจึงเสียใจต่อการสูญเสียกษัตริย์พระองค์นี้ ขณะที่อีตูเมเลง อายุ 26 ปี อาสาสมัครจากเลโซโท เปิดเผยว่า ช่วงที่มาประเทศไทยครั้งแรก เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ ของกษัตริย์พระองค์นี้มีอยู่ทุกที่ในประเทศ คนไทยให้ความเคารพต่อพระองค์มาก เพราะพระองค์ทรงทำหลายสิ่งหลายอย่างให้คนไทย ทรงเสียสละตัวเองเพื่อคนไทย และการที่มีโอกาสเข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ตนสามารถสัมผัสถึงความเสียใจและความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ในใจของคนไทยทุกคน จนรู้สึกเศร้าเสียใจไปด้วย และครั้งนี้ตนรู้สึกประทับใจคนไทยที่ให้ความเคารพต่อพระองค์ท่านเป็นอย่างมาก

ศิริราชคนคับคั่งร่วมอาลัย

ส่วนที่โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นมา ประชาชนทยอยเดินทางเข้าทางประตู 5 ก่อนเข้าสู่หอประชุมราชแพทยาลัย จุดคัดกรองจุดแรกให้ประชาชนได้ลงทะเบียน หลังจากนั้นมีการลำเลียงประชาชนมายังจุดที่ 2 ที่อาคารศรีสวรินทิรา แล้วลำเลียง ประชาชนชุดแรกไปยังพลับพลาสยามินทราศิริราชานุสรณีย์ ที่ถูกจัดเป็นซุ้มวางดอกไม้จันทน์ ซึ่งโรงพยาบาลศิริราชเตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ให้ประชาชนร่วมแสดงความอาลัยทั้งสิ้น 109,200 ดอก และเปิดให้เจ้าหน้าที่กับบุคลากรของโรงพยาบาลสลับกับประชาชนเข้าวางดอกไม้จันทน์ ในเวลา 09.00 น. ซึ่งบรรยากาศในการวางดอกไม้จันทน์ แทบทุกคนได้หลั่งน้ำตานองหน้าด้วยความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทั้งนี้ นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองคณบดีฝ่ายบริหารคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยในเวลาต่อมาว่า คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ได้รับเลือกจาก กทม.ให้เป็นซุ้มวางดอกไม้จันทน์ขนาดใหญ่ และจัดให้มีการวางดอกไม้จันทน์ 2 ช่วง คือตั้งแต่ เวลา 09.00-16.30 น. และรอบ 2 ตั้งแต่เวลา 18.30 น. เรื่อยไปจนกว่าประชาชนจะหมด หลังจากนั้นจะนำดอกไม้จันทน์ทั้งหมดไปเผาที่วัดเจ้าอาม

ยายเดินไม่ได้แต่มาด้วยใจภักดิ์

นางจุน ยอดพังเทียม อายุ 90 ปี ชาวชัยภูมิ กล่าวพร้อมน้ำตาคลอเบ้าภายหลังวางดอกไม้จันทน์ ว่าถึงแม้จะเดินไม่ได้แต่ตั้งใจว่าต้องมาร่วมวางดอกไม้จันทน์ให้ได้ ทั้งที่รู้ว่าที่ จ.ชัยภูมิ มีจุดให้วางดอกไม้จันทน์ แต่อยากมาวางในจุดที่ใกล้พระองค์มากที่สุด เดินทางมา กทม. ตั้งแต่วันที่ 24 ต.ค. มีโอกาสไปอยู่ในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง แต่มีปัญหาด้านสุขภาพจึงถูกส่งมารักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช จริงๆอยากกลับไปที่สนามหลวง แต่ร่างกายไม่ไหว จึงเลือกที่จะวางดอกไม้จันทน์ที่ รพ.ศิริราชแทน หลังได้วางดอกไม้จันทน์ก็รู้สึกดีใจและมีแรงเพิ่มขึ้น

ไบเทคบางนาคนแน่นแต่เช้า

ส่วนที่ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา สถานที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง มีประชาชนหลายหมื่นคนมาร่วมพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เข้าแถวต่อคิวเพื่อเข้าผ่านจุดคัดกรอง มีจิตอาสาตรวจสอบ ก่อนจัดแถวพาไปที่พระเมรุมาศจำลอง รับดอกไม้จันทน์ มีเจ้าหน้าที่บอกวิธีวางดอกไม้จันทน์ที่ถูกต้อง ให้ขึ้นไปวางครั้งละ 8 คน ก่อนออกไปรับของที่ระลึกเป็นหนังสือพระราชประวัติของรัชกาลที่ 9 และประชาชนบางส่วนใช้โทรศัพท์ถ่ายรูปกับพระเมรุมาศจำลองไว้เป็นที่ระลึก ทั้งนี้ นายบัณฑูร เถาเสถียร อายุ 35 ปี พนักงานเอกชนเดินทางมาพร้อมครอบครัว กล่าวว่า พักอยู่ จ.สมุทรปราการ มาวางดอกไม้จันทน์ที่นี่เพราะใกล้บ้าน เชื่อว่าการร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่ไหนก็เหมือนกัน เพราะประชาชนทุกคนน้อมรับด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ก่อนหน้านี้ตนและครอบครัวได้เข้าไปถวายสักการะพระบรมศพ วางพวงมาลัยและดอกไม้สักการะที่พระบรมมหาราชวัง และตั้งใจว่าจะเดินทางไปเข้าชมพระเมรุมาศที่สนามหลวงที่จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมความงดงามหลังเสร็จพิธี

ปักหลักรอช่วงเวลาสำคัญ

ส่วนบรรยากาศสถานที่วางดอกไม้จันทน์ ภายในวัดราชโอรสารามราชวรวิหาร ซอยเอกชัย 4 เขตจอมทอง มีประชาชนกว่า 20,000 คน ทยอยกันเดินทางมาร่วมงานอย่างคับคั่ง ทุกเพศ ทุกวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้พิการ และคนชรา ด้วยความโศกเศร้า ทำให้แถวเข้าคิวรอวางดอกไม้จันทน์ยาวออกไปจากภายในบริเวณวัดจนถึงปากซอยเอกชัย 10 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ตำรวจ ทหาร เทศกิจ อปพร. จิตอาสา ผู้ปกครองและเด็กนักเรียนโรงเรียนวัดราชโอรส คอยอำนวยความสะดวกด้านจราจร และช่วยเหลือผู้พิการ คนชรา แจกอาหาร แจกน้ำ ปฐมพยาบาลให้ผู้ป่วยอย่างเต็มที่ ประชาชนที่มาวางดอกไม้จันทน์ส่วนใหญ่ปักหลักอยู่ในวัดและพื้นที่โรงเรียน เพื่อรอให้ถึงช่วงเวลาสำคัญคือเวลา 22.00 น. ถวายพระเพลิงพระบรมศพจริง

เขตพระนครคนต่อแถวยาวเหยียด

ที่บริเวณพระเมรุมาศจำลอง ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.1 ถนนตรีเพชร เขตพระนคร ประชาชนจำนวนหลายหมื่นคน เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เดินทางมาร่วมวางดอกไม้จันทน์ มีแถวยาวตั้งแต่บริเวณพระเมรุมาศจำลอง ไปทางปากคลองตลาด ผ่านโรงเรียนสวนกุหลาบ ต่อเนื่องแยกบ้านหม้อ วนแถวกลับขึ้นไปบนสะพานพุทธ ท้ายแถวอยู่ที่ แยกบ้านแขก ถนนประชาธิปก เขตธนบุรี

ตักบาตรก่อนวางดอกไม้จันทน์

ขณะที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ตั้งแต่ช่วงเช้ามืด มีการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลในการถวายพระ เพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีการตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 50 รูป มีประชาชนร่วมตักบาตรจำนวนมาก จากนั้นพระสงฆ์ 10 รูป สวดมาติกา-สดับปกรณ์ สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์แสดงธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ เสร็จพิธี ขณะที่บรรยากาศพิธีวางดอกไม้จันทน์ รอบที่ 1 ช่วงเวลา 09.00 น. มีประชาชนจำนวนมากมาตั้งแถววางดอกไม้จันทน์อย่างแน่นขนัด เช่นเดียวกับจุดอื่นๆ ตั้งแต่ย่านบางลำภูจนถึงถนนท่าพระอาทิตย์ ทั้งที่วัดบวรนิเวศ วัดสังเวชฯ สวนสันติชัยปราการ เป็นต้น

“ชินวัตร–เพื่อไทย” ถวายดอกไม้จันทน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ขอน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย #ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9 #ธสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ พร้อมคลิปวีดิโอเป็นภาพคนในครอบครัวชินวัตร ทั้งคุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ นางพินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรสาวนายทักษิณ และครอบครัว ได้ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม โดยมีแกนนำ และอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ด้วย อาทิ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายนพดล ปัทมะ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล ซึ่งบรรยากาศบริเวณวัดมีคนมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์เป็นจำนวนมาก

ปชป.ถวายอาลัยในพื้นที่ตัวเอง

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในส่วนของพรรคนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคและอดีตนายกฯพร้อมภริยา นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ได้เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ขณะที่แกนนำพรรค อาทิ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายเทอดพงษ์ ไชยนันท์ กรรมการสภาที่ปรึกษา นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ อดีต ส.ส. กทม. และตน ร่วมเดินทางไปวางดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลอง ศูนย์ประชุมไบเทคบางนา ตั้งแต่ช่วงเช้า พรรคไม่ได้เน้นให้อดีต ส.ส. หรือสมาชิกพรรครวมตัวกัน ณ จุดใดจุดหนึ่งเป็นพิเศษ ให้แต่ละคนปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ของตัวเองร่วมกับประชาชนในจังหวัดและเขตเลือกตั้งนั้นๆ จึงไม่มีการรวมตัวนัดหมายเป็นพิเศษเพื่อทำในนามพรรค

ถวายดอกไม้จันทน์แน่นที่ลาดกระบัง

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ที่สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ถนนฉลองกรุง 1 แขวงและเขตลาดกระบัง กทม. บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 4 สถานที่ตั้งพระ เมรุมาศจำลอง มีประชาชนจำนวนมาก เข้าร่วมพระราชพิธีถวายดอกไม้จันทน์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้การจราจรโดยรอบติดขัด ขณะที่ภายในงาน ประชาชนทั้งชายและหญิงแต่งกายในชุดดำเข้าแถวต่อคิวผ่านจุดตรวจคัดกรอง 4 จุดหลัก ซึ่งเปิดให้คนเข้าร่วมตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. ในรอบแรก จากนั้นหยุดตามพิธีการแล้วเปิดให้เข้าถวายดอกไม้จันทน์อีกครั้งในเวลา 18.30-22.00 น.คาดว่ามีประชาชนเข้ามามากกว่า 25,000 คน ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก น.ส.รพีพิมพ์ สันติทวีฤกษ์ อายุ 42 ปี พนักงานบริษัทเอกชนว่า มาถึงตั้งแต่เวลา 09.00 น. แต่เพิ่งได้วางดอกไม้จันทน์ เมื่อเวลา 15.00 น. ดีใจมากที่ได้ร่วมงานนี้ถึงแม้ใช้เวลานานแต่เข้าใจ เพราะชาวไทยทุกคนมีวัตถุประสงค์ที่จะได้น้อมรำลึกแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยก่อนหน้านี้ ได้ไปกราบพระบรมศพที่พระบรมมหาราชวังมาแล้ว 3 ครั้ง ภูมิใจที่สำเร็จแล้ว ขอทำความดีเพื่อพ่อหลวง รัชกาลที่ 9 ต่อไป

ลุยฝนถวายดอกไม้จันทน์วัดปากน้ำ

ที่วัดปากน้ำภาษีเจริญ ถนนรัชมงคลประสาธน์ แขวงปากคลอง เขตภาษีเจริญ อีกสถานที่หนึ่งซึ่งเปิดให้ประชาชนในพื้นที่สำนักงานเขตภาษีเจริญ ที่ไม่มีโอกาสได้เข้าไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระ เพลิงพระบรมศพ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้เข้ามาร่วมวางดอกไม้จันทน์ และแสดงความอาลัยร่วมกันเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งปรากฏว่าเวลา 15.30 น.ได้เกิดฝนโปรยลงมาหนาเม็ด แต่ประชาชนยังเข้าแถวรอเข้าไปวางดอกไม้จันทน์กันอย่างเนืองแน่น โดยแถวยาวจากภายในวัดออกไปจนถึงปากซอยเทอดไทย 40 เป็นระยะทางประมาณ 2.5 กม. ขณะที่ร้านสะดวกซื้อตามสองข้างทาง ซึ่งปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.พนักงานหลายร้านต่างเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งกายเป็นชุดสีดำ และออกมาทำกิจกรรมทำดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 เช่น แจกอาหาร แจกน้ำ ยาดม แผ่นกระดาษและถุงพลาสติกคลุมศีรษะกันฝนให้แก่ประชาชน

ช่อง 7 รวมตัวที่สวนจตุจักร

ไม่เพียงแต่ประชาชนทั่วไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนบันเทิงต่างก็เดินทางเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ตามจุดต่างๆทั่วกรุงเทพฯกันตั้งแต่เช้า อาทิ ผู้บริหาร ดารานักแสดง ผู้จัดละคร ผู้ประกาศข่าว และพนักงานสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี นับ 100 ชีวิต นำโดย นายพลากร สมสุวรรณ ผู้บริหาร พระเอกนางเอกดัง เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ, มิน-พีชญา วัฒนามนตรี, นิว-วงศกร ปรมัตถากร, นาว-ทิสานาฏ ศรศึก, ธันน์ ธนากร, ยุ้ย-จีรนันท์ มะโนแจ่ม, เอส-กันตพงศ์ บำรุงรักษ์, ซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, แซมมี่ เคาวเวลล์, ลอร์ด-สยม สังวริบุตร, หลุยส์-สยาม สังวริบุตร ผู้จัดละคร ฯลฯ เดินทางมาต่อแถวพร้อมกับประชาชนจำนวนมาก ที่บริเวณสวนสาธารณะจตุจักร ที่มีคนมารอตั้งแต่ซุ้มยังไม่เปิด จนท้ายแถวยาวออกไปถึงถนนพหลโยธิน ใกล้ห้าแยกลาดพร้าว และเมื่อเสร็จจากพิธีถวายดอกไม้จันทน์ หลายคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหวด้วยความอาลัยพ่อหลวงของแผ่นดิน โดยซี-ศิวัฒน์ เป็นตัวแทนนักแสดงเผยว่า ทุกคนมีความภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและได้เกิดมาในยุคสมัยของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ใช่เป็นเพียงแค่เรื่องเล่าแต่เป็นความทรงจำที่อยู่ในใจตลอดไป

“แอน ทองประสม” หลั่งน้ำตาอาลัย

ขณะที่นางเอกและผู้จัดละครช่อง 3 แอน ทองประสม นำดอกไม้จันทน์ที่จัดทำขึ้นเองมาร่วมพิธี ยังพระเมรุมาศจำลอง ลานด้านหน้าศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยแอนเผยทั้งน้ำตาว่า วันนี้ได้เห็นว่าประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบเรียบร้อย ไม่มีใครเอาเปรียบใคร ไม่มีใครแย่งอะไรกัน ต่อคิวกันอย่างสุภาพ เชื่อว่าถ้าพ่อเห็นคงจะชื่นใจที่คนไทยสามัคคีกัน ความรู้สึกของตนในตอนที่ถวายดอกไม้จันทน์ คืออยากมองพระองค์ท่านให้นานที่สุด ถึงจะเป็นเพียงพระบรมฉายาลักษณ์ที่อยู่ตรงพระเมรุมาศจำลอง พร้อมน้อมนำหลักคำสอนไปใช้ในชีวิต

“เจมส์จิ” ต่อแถวหลายชั่วโมง

ด้าน เจมส์-จิรายุ ตั้งศรีสุข พระเอกชื่อดัง ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง ภายในสนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ท่ามกลางประชาชนในพื้นที่และใกล้เคียงมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์จำนวนมาก และต่อแถวยาวจากหน้าสนามกีฬาฯ ไปถึงหน้าห้างเซียร์รังสิต ส่วนด้านถนนลำลูกกาแถวประชาชนยาวตั้งแต่ด้านหน้าสนามกีฬา ไปจนถึงบริเวณคลองชลประทานที่ 2 อ.ลำลูกกา ระยะทางกว่า 3 กม. ท่ามกลางแดดที่ร้อนระอุ ซึ่ง เจมส์-จิรายุ เผยว่า เห็นประชาชนร่วมใจกันมาที่นี่ ถึงแม้แถวจะยาวแต่ประชานและตนก็ไม่ท้อ เพราะเห็นทุกคนมาด้วยใจจริงๆ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

คนบันเทิงพร้อมถวายดอกไม้จันทน์

ส่วนที่วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ทีมผู้จัดละครช่อง 3 และนักแสดงรุ่นใหญ่ อาทิ ก้อย-ทาริกา, หน่อง-อรุโณชา, โย-ทัศน์วรรณ, ติ๋ว-อรสา รวมทั้งนักร้องดัง คริสติน่า อากีล่าร์ เดินทางมาถวายดอกไม้จันทน์ ขณะที่หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ มาพร้อมกับนิโคล เทริโอ, นางเอกดัง เบลล่า-ราณี แคมเปน ศิลปินนักแสดงอาร์เอส กุ้ง-สุธิราช, ลาล่า-ลูลู่, ยีน-เกวลิน และมังกร-ปภาวิน มาที่พระเมรุมาศจำลองหน้า พระลานพระราชวังดุสิต ส่วนนัท-มีเรีย พร้อม อั้ม-อธิชาติ ชุมนานนท์ ออกเดินทางจากวัดราชผาติการามวรวิหาร พร้อมเจ้าอาวาสวัดราชผาติการามวรวิหาร ไปถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดราชาธิวาสราชวรวิหาร ด้านศิลปินลูกทุ่ง อาทิ ไมค์-ภิรมย์พร เดินทางร่วมพิธี ณ ทุ่งศรีเมือง อ.เมือง จ.อุดรธานี ต่าย-อรทัย และไผ่-พงศธร ร่วมพิธี ณ วัดสัมมาชัญญาวาส ขณะที่เปาวลี พรพิมล ร่วมพิธี ณ ลานอเนกประสงค์ ที่ว่าการ อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี และอ้น-สราวุธ มาตรทอง มาร่วมวางดอกไม้จันทน์ ที่พระเมรุมาศจำลอง พุทธมณฑล และยังเป็นจิตอาสาช่วยเจ้าหน้าที่แจกอาหาร และเก็บขยะด้วย

ชนเผ่าร่วมวางดอกไม้จันทน์

ขณะที่บรรยากาศพิธีถวายดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ในส่วนภูมิภาค ปรากฏว่า ตลอดวันทุกแห่งที่มีการจัดพื้นที่ให้ประชาชนร่วมพิธีต่างก็เนืองแน่นไปด้วยผู้คน มาถวายดอกไม้จันทน์กันอย่างพร้อมเพรียง โดยที่ว่าการอำเภอเวียงแก่น จ.เชียงราย แม้จะมีฝนตกลงมาอย่างหนักตั้งแต่เช้า แต่ประชาชนยังเดินทางมาไม่ขาดสาย รวมถึงชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รวม 9 ชนเผ่า ประกอบด้วย เผ่าเย้า เผ่าม้ง จีนฮ่อ เผ่าอาข่า เผ่ามูเซอ เผ่าไทยเชื้อสายลาว เผ่าไทลื้อ เผ่าขมุ และเผ่าคนเมือง ทั้งหมดแต่งชุดประจำเผ่าไปวางดอกไม้จันทน์ เช่นเดียวกับชาวเขาเผ่าอาข่า เผ่าลีซอ เผ่าลาหู่ และอิ๊วเมียน ต.ห้วยชมภู อ.เมืองเชียงราย ไปร่วมพิธีบริเวณพระเมรุมาศจำลอง ฝูงบิน 416 อ.เมืองเชียงราย ส่วนบริเวณลานที่ว่าการ อ.แม่สาย ประชาชนและชนเผ่าชาติพันธุ์ รวมถึงชาวเมียนมาใน อ.แม่สาย และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา กว่า 3,000 คน เดินข้ามสะพานด่านพรมแดนร่วมงานพิธีวางดอกไม้จันทน์ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตั้งโรงทานถวายในหลวง ร. 9

ที่ จ.เชียงใหม่ ประชาชนร่วมพิธีถวายดอกไม้ จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระเมรุมาศจำลอง ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา อ.เมืองเชียงใหม่ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว ส่วนที่สนามโรงเรียนวัดร้องวัวแดง ต.ร้องวัวแดง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมใจถวายดอกไม้จันทน์ และชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจของในหลวง ร.9 ขณะที่นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผวจ.ตาก นำข้าราชการและประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง บริเวณเขื่อนแม่ปิงตอนล่าง ภายในเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก

ชาวบ้านมารอตั้งแต่เที่ยงคืน

ส่วนที่บริเวณพระเมรุมาศจำลอง มณฑลพิธีสนามหน้าศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา นำประชาชนทุก หมู่เหล่ากว่า 1 แสนคน แต่งกายชุดดำ ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งพบว่าบางคนเดินทางมานั่งรอที่เต็นท์ตั้งแต่เที่ยงคืน เพื่อจะได้เข้าไปถวายดอกไม้จันทน์เป็นคนกลุ่มแรก และด้วยจำนวนคนที่มามากทำให้การต่อแถวยาวไปเกือบ 2 กม.ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อน และมีคนเป็นลมกว่า 100 คน

ยายทวด 5 แผ่นดินร่วมพิธี

ที่ จ.อุดรธานี ประชาชนจำนวนมากทยอยเดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง มณฑลพิธีสนามทุ่งศรีเมืองอุดรธานี โดยผู้เข้าร่วมพิธีจะต้องผ่านการสแกนร่างกายอย่างเข้มงวด ทั้งนี้ นางวาว วงษ์ไทย อายุ 104 ปี ยายทวด 5 แผ่นดิน เดินทางมาร่วมพิธีตั้งแต่เช้า เจ้าหน้าที่จัดให้นั่งวีลแชร์และได้ถวายดอกไม้จันทน์เป็นลำดับแรก ขณะที่นางจันทร โสภาวนัส อายุ 82 ปี อดีตสมาชิกกลุ่มแม่บ้านตำรวจตระเวนชายแดนที่ 24 อุดรธานี ที่นั่งวีลแชร์มาร่วมพิธีเช่นกัน กล่าวว่า สามีรับราชการเป็น ตชด.ทำให้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จในหลวง ร. 9 และพระบรมวงศานุวงศ์บ่อยๆ ถือว่าโชคดีกว่าอีกหลายคน จึงตั้งใจมาส่งเสด็จพระองค์

ขอนแก่นต่อคิวรอยาวเหยียด

ที่ จ.ขอนแก่น ประชาชนชาวขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง ทยอยเดินทางมาถวายดอกไม้จันทน์ ที่พระเมรุมาศจำลอง ณ วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมืองขอนแก่น ซึ่งพบว่าประชาชนส่วนใหญ่นำรถยนต์ส่วนตัวไปจอดในจุดที่กำหนด และโดยสารรถสาธารณะ รถแท็กซี่ ที่จัดไว้บริการเข้าร่วมพิธี แต่บริเวณจุดคัดกรองถึงพื้นที่จุดพักรอที่จัดเตรียมไว้ไม่เพียงพอต่อประชาชนที่เดินทางมาร่วมพิธีมากกว่า 1 แสนคน เจ้าหน้าที่ต้องเปลี่ยนจุดพักรอและขยายแถวเข้าคิวล้นทะลักออกไปถึงถนนศรีจันทร์ ยาวหลาย กม.

ทบ.ออสเตรเลียส่งผู้แทนร่วมพิธี

ขณะเดียวกัน พ.ท.สัญญา โยธานันต์ ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 8 นำผู้แทน กองทัพบกประเทศออสเตรเลีย จำนวน 23 นาย ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดป่าแสงอรุณ จ.ขอนแก่น ในโอกาสที่เดินทางมาฝึกร่วมกองทัพบกไทย-ออสเตรเลีย รหัส Chapel Gold 2017 ที่กรมทหารราบที่ 8 ค่ายสีหราชเดโชไชย จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 20 ต.ค. ถึงวันที่ 4 พ.ย.2560 เนื่องจากประเทศไทยและประเทศออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เคยเสด็จฯไปศึกษา ณ วิทยาลัยการทหารดันทรูน ประเทศออสเตรเลีย

ภาคใต้หลั่งน้ำตาสุดอาลัย

ขณะที่ประชาชนภาคใต้หลั่งไหลร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง เริ่มที่ จ.นราธิวาส พสกนิกรนับหมื่นคนทยอยเดินทางมายังพระเมรุมาศจำลอง บริเวณสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา ศูนย์ราชการจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่เช้าตรู่และเริ่มถวายดอกไม้จันทน์ เมื่อเวลา 09.00 น. ทั้งนี้ นางจำเนียง สุวรรณกิจ อายุ 78 ปี เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ถึงแม้ว่าตนจะมีอายุมากแต่ตั้งใจเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า มีเจ้าหน้าที่นำรถเข็นมาคอยให้บริการ จะอยู่จนพิธีจบเพื่อแสดงความจงรักภักดี

ฝนโปรยปรายดอกไม้สะพรั่ง

ส่วนบริเวณพระเมรุมาศจำลอง ที่สนามศักดิ์เสนีย์ โรงเรียนเบญจมราชูทิศ อ.เมืองปัตตานี มีฝนตกโปรยปรายตั้งแต่ช่วงเช้า ส่งผลให้ดอกดาวเรือง 99,999 ต้น ตกแต่งรอบพระเมรุมาศจำลอง ชุ่มฉ่ำและเบ่งบานงดงาม ดุจทุ่งดาวเรืองบนสรวงสวรรค์ ขณะที่เหล่าพสกนิกรทุกเพศทุกวัยทั้ง 12 อำเภอ เดินทางมาจับจองที่นั่งบริเวณประตูทางเข้าท่ามกลางความโศกเศร้า เพื่อร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากไปร่วมพระราชพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง แต่ไม่สามารถไปได้ ขอส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยอยู่ในพื้นที่และจะยึดพระราชดำรัสในการดำเนินชีวิตสืบไป เช่นเดียวกับ จ.ยะลา พสกนิกรทุกหมู่เหล่าแสดงความจงรักภักดีร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง สนามโรงพิธีช้างเผือก เขตเทศบาลนครยะลา อ.เมืองยะลา ท่ามกลางการดูแลอย่างเข้มงวด

สงขลาไม่ย่อท้อต่อคิวยาว

ที่พระเมรุมาศจำลอง สนามสระบัว อ.เมืองสงขลา พสกนิกรทุกหมู่เหล่ายืนรอต่อแถวเข้าจุดคัดกรอง ตั้งแต่ช่วงเช้าเป็นระยะทางกว่า 1 กม. เจ้าหน้าที่เตรียมรถบริการรับ-ส่ง จัดหน่วยพยาบาลเคลื่อนที่ อาหาร และเครื่องดื่ม รองรับประชาชนที่คาดว่ามาร่วมพิธีกว่า 6 หมื่นคน ส่วน จ.ตรัง ประชาชนกว่า 1 หมื่นคน ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง ลานวัฒนธรรมสนามกีฬาทุ่งแจ้ง อ.เมืองตรัง ท่ามกลางท้องฟ้าโปร่งและมีเมฆบัง ประชาชนเชื่อว่าเป็นบุญญาบารมีของในหลวง ร.9 พระบารมีแผ่ถึงบนฟ้าทำให้ไม่ให้มีแสงแดดจ้าและนำความร่มเย็นมาให้ประชาชน

ชาวซาไกรวมใจน้อมอาลัย

ที่ จ.สตูล ประชาชนนับหมื่นคนเดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง หน้าศาลากลางจังหวัดสตูล ทุกคนต่างน้อมจิตแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า บางรายถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ส่วนที่วัดนิคมพัฒนาราม ผัง 7 หมู่ 3 ต.นิคมพัฒนา อ.มะนัง กลุ่มชาวซาไก 25 คน อาศัยในพื้นที่หมู่ 10 ต.น้ำผุด อ.ละงู ร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวง ร.9 นายไข่ ศรีมะนัง หัวหน้ากลุ่มซาไก เปิดเผยว่า รู้สึกเสียใจจนนอนไม่หลับ แม้ว่าพวกตนเป็นเงาะป่าซาไกอาศัยอยู่ในป่าแต่รักในหลวงภูมิพล ทรงห่วงใยและช่วยเหลือพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ตั้งใจนำครอบครัวมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ หากไม่มาจะรู้สึกเสียใจมาก เช่นเดียวกับกลุ่มชาวซาไก 4 คน ภายใต้การนำของนายยาว รักษ์ป่าบอน อาศัยบนเทือกเขาบรรทัดพื้นที่รอยต่อ จ.พัทลุง จ.ตรัง และ จ.สตูล มาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดป่าบอนต่ำ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เพื่อแสดงความจงรักภักดี

เพชรบุรี-ประจวบฯ-ชุมพร คนล้นหลาม

ส่วนบรรยากาศพระเมรุมาศจำลอง วัดคลองวาฬ พระอารามหลวง อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนเข้าร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์อย่างเนืองแน่น และต้องเดินทางตามเส้นทางที่กำหนดและจอดรถในจุดที่กำหนด จากนั้นจะมีรถของจิตอาสาและเจ้าหน้าที่เตรียมไว้คอยรับ-ส่ง เช่นเดียวกับที่หน้าวัดห้วยมงคล ต.ทับใต้ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีประชาชนมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ จนแถวยาวล้นออกไปนอกวัด มีการเข้าแถวยาวไปจนถึงสี่แยกวัดห้วยมงคล ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว ส่วนที่วัดคงคารามวรวิหาร ต.คลองกระแชง อ.เมืองเพชรบุรี นายสมชาย มีทรัพย์ รอง ผวจ.เพชรบุรี นำข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่าร่วมถวายดอกไม้จันทน์กันอย่างเนืองแน่น ไม่ต่างจาก จ.ชุมพร ประชาชนหลั่งไหลร่วมในพิธี ถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง โครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ อ.เมืองชุมพร ช่วงเช้ามีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนยังคงปักหลักรอเพื่อแสดงความอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณทรงมีต่อพสกนิกร ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

คนปากน้ำไม่ท้อแดดเปรี้ยง

ณ พระเมรุมาศจำลอง ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร ตลอดทั้งวันมีประชาชนนับแสนคน ทยอยเดินทางมาร่วมพิธีกันอย่างล้นหลาม ทำให้ถนนประโคนชัย ยาวไปถึงถนนสายลวด และวนกลับมาถนนศรีสมุทร ทางเข้าศาลากลางจังหวัด รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร มีประชาชนยืนรอกันแน่นขนัดเพื่อรอเข้าคิวผ่านจุดคัดกรองตามขั้นตอน การรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางแสงแดดร้อนเปรี้ยง แต่ไม่มีใครย่อท้อ เนื่องจากทุกคนต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ที่จะได้ร่วมน้อมส่งเสด็จพ่อหลวงสู่สวรรคาลัย ประชาชนจำนวนมากพากันหลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยรักพระองค์ท่าน และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

สาวชัยนาทถึงพิการก็ไม่ท้อ

ด้าน จ.ชัยนาท ประชาชนทุกหมู่เหล่าเดินทางมายังพระเมรุมาศจำลอง บริเวณสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติศาลากลางจังหวัดชัยนาทอย่างไม่ขาดสาย เพื่อร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งทุกคนต้องเข้าคิวผ่านจุดคัดกรองตามขั้นตอนการรักษาความปลอดภัย ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว น.ส.วัลภา หลักเฟือง อายุ 38 ปี ป่วยเป็นโรคโปลิโอตั้งแต่กำเนิด เปิดเผยว่า วันนี้ตั้งใจมาร่วมพิธีตั้งแต่ช่วงเช้าและเข้าถวายดอกไม้จันทน์ตอนบ่ายโมง ถึงอากาศจะร้อนไม่เป็นอุปสรรค และแม้ร่างกายตนจะไม่ปกติเหมือนคนทั่วไป แต่จะทำทุกอย่างตามคำสอนของพ่อ เช่นเดียวกับ จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง จ.อุทัยธานี และ จ.สุพรรณบุรี เหล่าพสกนิกรพร้อมใจร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง เพื่อแสดงความจงรักภักดี ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า

พุทธมณฑลคนมากกว่าที่คาด

ส่วนที่พระเมรุมาศจำลอง ที่สนามหญ้าหน้าวิหารพุทธมณฑล พุทธมณฑล จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนมารอคิวเข้าจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 04.00 น. ซึ่งทางพุทธมณฑลเปิดให้ประชาชนเข้ามาวางดอกไม้จันทน์ที่พระเมรุมาศจำลองได้ทางประตูทางเข้า 2 และ 3 ฝั่งถนนพุทธมณฑลสาย 4 โดยหลังจากที่ พล.ต.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.พล.ร.9 เป็นประธาน ในการวางดอกไม้จันทน์ในเวลา 09.00 น.แล้ว ได้เปิดให้ประชาชนเข้าวางดอกไม้จันทน์ โดยมีพระสงฆ์จำนวน 1,339 รูป จากโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เนื่องพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่วัดพิชยญาติการามร่วมกับกระทรวงกลาโหม จัดขึ้น เข้าร่วมในการวางดอกไม้จันทน์ด้วย อย่างไรก็ตามเนื่องจากมีประชาชนทยอยเดินทางมาจำนวนมาก ส่งผลให้แถวยาวออกไปภายนอกพุทธมณฑลถึงบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ยาวไปจนถึงซอยกระทุ่มล้ม 11 วัดนครชื่นชุ่ม ทั้งนี้ นายสิทธิกร อ้วนศิริ ผอ.สำนักงานพุทธมณฑล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า มีประชาชนเดินทางมาวางดอกไม้จันทน์มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งทางพุทธมณฑลเตรียมดอกไม้จันทน์ไว้ 372,000 ดอก

ทหารปืนใหญ่ทำอาหารเลี้ยงฟรี

ด้านบริเวณพระเมรุมาศจำลอง วัดบัวขวัญ พระอารามหลวง ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี ประชาชนพากันเดินทางมาเข้าคิวรอแต่เช้าตรู่เพื่อถวายดอกไม้จันทน์ ท้ายแถวอยู่ห่างจากพระเมรุมาศจำลองประมาณ 1 กิโลเมตร โดยเจ้าหน้าที่จัดพานสำหรับถวายดอกไม้จันทน์ไว้ 40 พาน เพื่อให้เพียงพอแก่ประชาชนจำนวนมาก คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นคน ขณะที่ทหารจากกรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 นำรถครัวสนามเคลื่อนที่จำนวน 3 คัน มาประกอบอาหารทั้งหมด 30,000 ชุด แบ่งเป็นมื้อเช้า 4,000 ชุด มื้อกลางวัน 6,000 ชุด และมื้อเย็น 10,000 ชุด มีเมนูกะเพราไก่ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธีได้รับประทาน

ร่วมถวายดอกไม้จันทน์เนืองแน่น

ที่ จ.ชลบุรี ประชาชนในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี และใกล้เคียง จำนวนมากเดินทางมาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ วัดชัยมงคล (พระอารามหลวง) ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยเมืองพัทยาได้ปิดกั้นพื้นที่การจราจรบริเวณโดยรอบสถานที่จัดงาน และจัดที่จอดรถจำนวน 30 จุด ในพื้นที่โดยรอบ พร้อมจัดหารถยนต์มาบริการรับส่ง มีประชาชนนับหมื่นคนมารอต่อคิวยาวเหยียดบนถนนพัทยาใต้ ระยะทางยาวกว่า 1 กม. ส่วนที่วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มีข้าราชการและประชาชนมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลอง ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

กะเหรี่ยงเคเอ็นยูอาลัย ร.9

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 26 ต.ค. ตรงกับเวลาประเทศไทย 07.30 น.นายปะโด่ ซอ ชาปีโตะ ผู้ว่าราชการจังหวัดมะริดทะวาย ของชนกลุ่มน้อยเคเอ็นยู สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง นำทหารตำรวจภาครัฐและประชาชนชาวกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ร่วมพิธียืนไว้อาลัยและถวายดอกไม้จันทน์ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นครั้งสุดท้ายบริเวณที่ทำการจังหวัดมะริดทะวาย ห่างจากชายแดนด่านถาวรบ้านพุน้ำร้อน หมู่ 12 ต.บ้านเก่า อ.เมืองกาญจนบุรี ประมาณ 15 กม. นายปะโด่ ซอ ชาปีโตะ กล่าวว่า ชาวกะเหรี่ยงเคเอ็นยูสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลายปีที่ผ่านมาทรงมีพระเมตตาเผื่อแผ่ให้ที่พักพิงแก่ผู้ลี้ภัยชาวกะเหรี่ยง รวมถึงแรงงานเข้ามาประกอบสัมมาอาชีพในราชอาณาจักรไทย

คนไทยในสหรัฐฯน้อมส่งเสด็จ ร.9

สำหรับบรรยากาศการถวายดอกไม้จันทน์ของเหล่าพสกนิกรชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศต่างๆทั่วโลกนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา นายสมิทธิ์ ทรัพย์วิบูลย์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ รายงานว่า ที่วัดพุทธบูชา เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 26 ตุลาคม พระเทพกิตติวิมล หัวหน้าคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จัดให้มีพิธีวางดอกไม้จันทน์ ถวายความอาลัย และพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยมีนายแพทย์สมพงษ์ ธิตาราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ซึ่งมีชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมพิธีกว่า 200 คน เข้าร่วมวางดอกไม้จันทน์

จัดวางดอกไม้จันทน์หลายจุด

นอกจากนี้ ชาวไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ในหลายพื้นที่ ได้จัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก่อนหน้าวันพระราชพิธีและตรงกับวันพระราชพิธี อาทิ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. วัดป่าธรรมชาติ เมืองชิโนฮิลล์ รัฐแคลิฟอร์เนีย จัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ มีนายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เป็นประธานในพิธี ปรากฏว่ามีชาวไทยจากเมืองต่างๆมาร่วมพิธีนับพันคน ส่วนที่วัดไทยนครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่มี ชุมชนไทยอยู่จำนวนมาก จัดพิธีวางดอกไม้จันทน์ในวันที่ 26 ต.ค. เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับประเทศไทยวันที่ 27 ต.ค. เวลา 05.30 น.มีนายธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เป็นประธานในพิธี และพระวิเทศธรรมคุณ ประธานคณะสงฆ์เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ คาดว่ามีชาวไทยเข้าร่วมงานกว่า 3,000 คน ส่วนที่นครบอสตัน รัฐแมสซาชูเสตต์ สถานที่ประสูติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สถานกงสุลใหญ่นครนิวยอร์ก กำหนดจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่วัดนวมินทราชูทิศเฉลิมพระเกียรติ ในช่วงบ่ายวันที่ 26 ต.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ตรงกับเช้ามืดวันที่ 27 ต.ค. ตามเวลาในประเทศไทย

ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในเขตกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และปริมณฑล อาทิ วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และวัดธรรมประทีป ในรัฐแมรีแลนด์ วัดญาณรังษี วัดป่าเทสรังสี วัดป่านานาชาติ วัดป่าสันติธรรม ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ซึ่งตรงกับเวลาพระราชพิธี ในประเทศไทยไปจนถึงเวลา 18.00 น. ขณะที่สถานกงสุลใหญ่นครชิคาโก ร่วมกับสมาคมไทย ชุมชนไทยและวัดไทยในชิคาโก ทำพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ วัดธัมมาราม นครชิคาโก

ไทยในยุโรปพร้อมใจร่วมงาน

ที่วัดศรีนครินทรวราราม เมืองเกรทเซนบาค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ต.ค. เวลา 10.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเวลาช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั่วโมง โดยมี น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อุปทูต ณ กรุงเบิร์น เป็นประธานในพิธีจุดเครื่องทองน้อย ณ เบื้องหน้าพระบรมฉายา ลักษณ์ และเริ่มพิธีวางดอกไม้จันทน์ เวลา 11.00น.มีชาวไทยในสวิตเซอร์แลนด์ ประเทศออสเตรีย และประเทศใกล้เคียงไปร่วมงานจำนวนมาก เช่นเดียวกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน จัดพิธีขึ้นที่วัดพุทธประทีป

คนไทยในสิงคโปร์มาไม่ขาดสาย

สำหรับที่ประเทศสิงคโปร์ สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ จัดให้มีพิธีวางดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่สถานเอกอัครราชทูต โดยมีคนไทยในสิงคโปร์มารอถวายดอกไม้จันทน์ ก่อนเวลาเป็นจำนวนมาก และสถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ เปิดให้ประชาชนเข้าถวายดอกไม้จันทน์ก่อนเวลาที่กำหนดไว้ 30 นาที คือจากเดิมที่เริ่มเปิดในเวลา 10.00 น. เป็นเวลา 09.30 น. ขณะที่ในช่วงบ่ายมีผู้มาวางดอกไม้จันทน์กว่า 1,200 คน โดยนายธงชัย ชาสวัสดิ์ เอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์ ได้รับความร่วมมือจากจิตอาสา จัดบริการอาหาร น้ำดื่ม และการปฐมพยาบาล ไว้คอยให้บริการตลอดเวลาทั้งวัน ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว จัดพิธีบำเพ็ญกุศล ถวายดอกไม้จันทน์ ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

คณะสงฆ์ในซิดนีย์ร่วมสวดมนต์ถวาย

ขณะเดียวกัน ที่วัดพุทธรังษี ลูเมียห์ ประเทศออสเตรเลีย เวลาประมาณ 13.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยแล้ว ท่านเจ้าคุณพระราชสีลาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพุทธรังษี ลูเมียห์ ประธานฝ่ายสงฆ์ นายณัฐพล ขันธหิรัญ กงสุลใหญ่ ประจำนครซิดนีย์ หน่วยราชการไทย และประชาชนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศออสเตรเลีย จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยดวงใจที่จงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ นอกจากนี้ ภายในวัดยังตั้งเต็นท์โรงทาน อาหารเจ ให้บริการแก่ผู้มาร่วมงาน จากนั้นเวลา 16.00 น. คณะสงฆ์นิกายต่างๆเริ่มสวดมนต์ถวายเป็นพระราชกุศล เป็นเวลา 1 ชั่วโมง และต่อด้วยในเวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเวลลิงตัน นิวซีแลนด์ จัดพิธีที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

สุดเศร้ากับความสูญเสียครั้งใหญ่

วันเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ณ ศูนย์วัฒนธรรมเขตโวลูเว แซงต์ปิแอร์ กรุงบรัสเซลส์ โดยมีนายมนัสวี ศรีโสดาพล เอกอัครราชทูต เป็นประธานประกอบพิธีทางศาสนา และหลังจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินขึ้นบนพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว เอกอัครราชทูตทอดผ้าไตรบังสุกุล ก่อนหยิบดอกไม้จันทน์จุดไฟหลวงพระราชทาน หลังจากนั้น พระสงฆ์ ข้าราชการสถานเอกอัครราชทูต เจ้าหน้าที่ และคนไทยในเบลเยียมและลักเซมเบิร์กพร้อมครอบครัว รวมถึงกัปตันสายการบินไทยเที่ยวบินทีจี 934 และลูกเรือ 19 คน ที่เพิ่งเดินทางมาถึงก็ได้เปลี่ยนชุดดำรีบเดินทางมาร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ซึ่งผู้เข้าร่วมพิธีหลายคนถึงน้ำตาไหลรินโศกเศร้ากับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้

รัฐบาลขอบคุณคนไทย

เวลา 21.20 น. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ขอบคุณประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ได้ร่วมกันน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อย่างสุดซึ้งในวันนี้ ถือเป็นการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและเคารพ เทิดทูนต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกรทุกหมู่เหล่า ด้วยความงดงามและสมพระเกียรติอย่างสูงสุด รวมทั้งขอบคุณมิตรประเทศและประชาคมโลกที่ได้ร่วมแสดงความอาลัย และส่ง ความปรารถนาดีมายังประเทศไทยในช่วงเวลาเช่นนี้

จารึก ร.9 ไว้ในใจตลอดกาล

พล.ท.สรรเสริญกล่าวอีกว่า ภาพประวัติศาสตร์ในวันที่ 26 ต.ค. 2560 ที่ปวงชนชาวไทยในแผ่นดินและนานาประเทศ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนและจิตอาสา ได้แสดงให้เห็นถึงความรักสามัคคีพร้อมเพรียง รวมทั้งความอดทนและความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแรงกล้า เพื่อร่วมแสดงความอาลัยแด่ล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 9 จะถูกจารึกไว้ตลอดกาล พล.อ.ประยุทธ์ได้ระบุด้วยว่า บัดนี้ พระราชภารกิจที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงบำเพ็ญเพื่อปวงชนชาวไทย มาตลอดรัชสมัย 70 ปี ได้ปลดเปลื้องลงแล้วโดยสมบูรณ์ ขอให้ประชาชนสะกดกลั้นความโศกเศร้าและแปรเปลี่ยนเป็นพลัง เพื่อทำหน้าที่ของตนเองให้ถึงพร้อมและเป็นกำลังใจให้แก่กัน ร่วมกันรักษาและพัฒนาแผ่นดินไทยให้เจริญรุ่งเรืองสมดังพระราชเจตนารมณ์สืบไป นับจากนี้ พระองค์ท่านจะทรงสถิตเสถียรอยู่กลางดวงใจพสกนิกรชาวไทยทุกคนตราบนิจนิรันดร์