วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สืบสาน “ศาสตร์พระราชา” “ซีพี” สร้างต้นแบบเกษตรกรไทยยั่งยืน

มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท เครือซีพีและซีพีเอฟ น้อมนำศาสตร์พระราชาสร้างสรรค์ “โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรม” ตามแนวพระราชดำริ ช่วยเกษตรกรไทยลืมตาอ้าปาก ยึดหลักพึ่งพาตนเอง สืบสานสู่ความยั่งยืน “มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท” สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ น้อมนำแนวพระราชดำริ จากโครงการเพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย มากกว่า 4,000 โครงการของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาปฏิบัติโดยการนำศาสตร์พระราชามาดำเนินโครงการต่างๆ โดยมุ่งหวังการมีส่วนร่วมพัฒนาภาคเกษตรของไทยสู่การพัฒนาชีวิต ความเป็นอยู่ และการมีอาชีพที่มั่นคง ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถดำเนินกิจการด้านการเกษตรด้วยตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทำด้วยใจภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้

ทั้งนี้ การได้มีโอกาสได้มีส่วนในการดำเนินโครงการตามรอยใต้เบื้องพระยุคลบาทในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการในหลากหลายโครงการ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างหาที่สุดมิได้ของมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท สนับสนุนโดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ และบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ อาทิ โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพหมู่บ้านสหกรณ์ที่เกิดขึ้นตามพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่มีฐานะยากจน ไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ให้ถือครองที่ดินเพื่ออยู่อาศัยและทำการเกษตรในรูปแบบหมู่บ้านสหกรณ์การเกษตร

โดยหลักเกษตรกรสมาชิกฯจะไม่ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เกษตรกรได้รับนั้น ที่ดินจะยังคงเป็นของโครงการอยู่แต่สามารถตกทอดถึงลูกหลานได้ ซึ่งเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยซีพีเอฟ และมูลนิธิได้เข้าร่วมส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงไก่ไข่เป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2520 ซีพีเอฟสนับสนุนการเลี้ยงไก่ไข่ในระบบปิดในสหกรณ์ 7 แห่ง จากทั้งหมด 14 แห่ง เพื่อพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ตามพระราชดำริ ตลอดจนการพัฒนาศักยภาพกรรมการสหกรณ์และสมาชิก ขณะที่มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทดำเนินการพัฒนาศักยภาพ และปลูกจิตสำนึกรักษ์สหกรณ์แก่เยาวชนลูกหลานควบคู่กันไป

สร้าง “หมู่บ้านเกษตรกรรม” ตามรอยพ่อ

ขณะที่โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรม เป็นอีกหนึ่งในโครงการที่เครือซีพีและซีพีเอฟได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาดำเนินการขยายผลให้เป็นรูปธรรม ด้วยการพัฒนาการเกษตรที่มองครบองค์รวม ทั้งเรื่องการผลิต การจัดการ การตลาด และการบริหารกำไร เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพมีรายได้ มีการจัดการ มีการตลาด มีการบริหารต้นทุน บริการกำไรอย่างพอเพียงและพึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง โดยการจัดตั้งองค์กรของตนเองมาดูแลกิจการ และนำผลกำไรมาสร้างสวัสดิการชุมชน ดูแลการพัฒนาชุมชนของตนเอง

เริ่มจาก “โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า” ต.หนองหว้า อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา บนผืนดินอันแห้งแล้งเนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นดินทรายที่เสื่อมสภาพ เพาะปลูกไม่ได้ผล มาจัดรูปที่ดินใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ.2520 จำนวน 1,253 ไร่ จัดสรรให้เกษตรกร 50 ครอบครัว ได้ใช้เป็นที่ดินทำกินและอยู่อาศัย เพื่อยกระดับศักยภาพเกษตรกร สู่การทำอาชีพเกษตรเชิงธุรกิจด้วยการเลี้ยงหมูภายใต้การสนับสนุนของซีพีเอฟ จนประสบความสำเร็จและกลายเป็นโมเดลความสำเร็จในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรผู้ยากไร้ ได้มีที่ดินทำกิน มีอาชีพมั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดี ดำรงชีวิตร่วมกับครอบครัวได้อย่างอบอุ่น และสืบทอดสู่ลูกหลานอย่างยั่งยืน

“ความสำเร็จของเกษตรกรหนองหว้าทุกคนเกิดขึ้นได้ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ด้วยแนวพระราชดำริด้านการปฏิรูปที่ดิน ที่ซีพี ซีพีเอฟ และเกษตรกรทุกคนร่วมกันน้อมนำมาปฏิบัติตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ชาวหนองหว้าทุกคนน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” นายภักดี ไทยสยาม ประธานบริษัท หมู่บ้านเกษตรกรรมหนองหว้า จำกัด กล่าว

พัฒนาสู่ “หมู่บ้านสามัคคี เทคโนโลยีทันสมัย”

ต่อจากนั้น หลังจากที่ดำเนินโครงการแรกได้ 1 ปี ซีพีได้ขยายโครงการสู่ “โครงการหมู่บ้านเกษตรกรรมกำแพงเพชร” ต.เทพนคร และ ต.คณฑี อ.เมือง จ.กำแพงเพชร ในปี พ.ศ.2521 ด้วยการรวบรวมที่ดินผืนใหญ่กว่า 4,000 ไร่ นำมาจัดสรรแก่เกษตรกร 64 ครอบครัว ให้มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอง มีอาชีพเลี้ยงสุกรควบคู่กับการเพาะปลูก ด้วยการนำระบบการจัดการครบวงจรมาใช้พัฒนาอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีซีพีเอฟถ่ายทอดความรู้ เทคนิควิชาการด้านการเลี้ยง การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และช่วยเหลือรับซื้อผลผลิตทั้งหมดจึงไม่ต้องเสี่ยงด้านการตลาด พร้อมแนะนำวิธีบริหารการเงิน โดยในช่วงตลอด 39 ปีที่ผ่านมา เกษตรกรทุกคนต่างมุ่งมั่นสร้างอาชีพและพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็ง จนได้ชื่อว่า “หมู่บ้านสามัคคี เทคโนโลยีทันสมัย” และส่งต่อความสำเร็จสู่เกษตรกรรุ่นที่ 2 ที่มุ่งพัฒนาอาชีพให้มั่นคงต่อไป

ความสำเร็จของเกษตรกรทั้ง 2 โครงการ ได้กลายเป็นต้นแบบที่ถูกต่อยอดสู่โครงการเพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตำรวจไทยใน “โครงการเกษตรสันติราษฎร์” ต.นาวังหิน อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ในปี พ.ศ.2548 โดยซีพีและซีพีเอฟจัดสรรที่ทำกินกว่า 230 ไร่ พัฒนาให้เป็น “หมู่บ้านเกษตรกรรมแนวใหม่แห่งแรกของประเทศไทย” ช่วยให้ตำรวจชั้นผู้น้อยของ สภ.เกาะจันทร์ จำนวน 31 รายและครอบครัว ในรูปแบบ “โครงการ 1 หมู่บ้าน 4 ผลิตภัณฑ์” โดยซีพีเอฟสนับสนุนการพัฒนา 3 อาชีพหลัก ทั้งการปลูกผักปลอดสาร การเพาะเลี้ยงกบ การเลี้ยงสุกร และเลี้ยงไก่พื้นเมืองเป็นอาชีพรอง ทำให้มีรายได้หมุนเวียนตลอดปี พร้อมพัฒนาอาชีพต่างๆอย่างเข้มแข็ง

จัดสรรทรัพยากร-ลดตัดไม้ทำลายป่า

นอกจากนี้ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟได้เข้าสนับสนุน โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อ.หนองปรือ จ.กาญจนบุรี โครงการจากสายพระเนตรอันยาวไกลของพ่อหลวงของปวงไทย ที่ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของ “การบริหารและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่”

โดยมูลนิธิชัยพัฒนาและสำนักงานคณะกรรมการประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ได้สนับสนุนการพัฒนาและปรับปรุงสภาพแวดล้อม ตลอดจนพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เริ่มจัดระเบียบชุมชนตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 เพื่อให้ราษฎรที่บุกรุกทำลายป่าได้อยู่อาศัยในพื้นที่ที่เหมาะสม จัดสรรพื้นที่ให้อาศัยและที่ดินทำกินรวม 400 ครอบครัว ซึ่งมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทและซีพีเอฟเข้าไปมีส่วนร่วมเมื่อปี พ.ศ.2536 ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการอาชีพเกษตรแก่เกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญซีพีเอฟยังช่วยพัฒนาเกษตรกรจำนวน 20 ครอบครัว ที่ได้เข้าไปสนับสนุนอาชีพเลี้ยงไก่ไข่ให้สามารถยกระดับฟาร์มเทียบเท่ามาตรฐาน

7 อาชีพ 7 รายได้ หลักคิดใหม่ผสมผสาน

ขณะที่โครงการเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ 7 อาชีพ 7 รายได้ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เป็นอีกหนึ่งโครงการที่มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท และซีพีเอฟได้น้อมนำแนวพระราชดำริด้านเกษตรผสมผสานและทฤษฎีใหม่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เพื่อให้เกษตรกรได้มีโอกาสและมีทางเลือกในการประกอบอาชีพ ทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริม รวม 7 อาชีพ 7 รายได้ โดยซีพีเอฟส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ทั้งไก่ไข่ ไก่กระทง ไก่พื้นบ้าน สุกรขุน สุกรพันธุ์ ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนและปัจจัยการผลิต ทั้งพันธุ์สัตว์และวัคซีนสำหรับสัตว์ พร้อมให้คำแนะนำด้านวิชาการและเทคโนโลยี รวมถึงเป็นตลาดรองรับผลผลิตในรูปแบบประกันราคา

จากการดำเนินงานมากว่า 20 ปี พบว่าเกษตรกรประสบความสำเร็จในการประกอบอาชีพเป็นอย่างดี มีรายได้หมุนเวียนตลอดปี สามารถต่อยอดสู่อาชีพอื่นๆได้

สานต่อพระราชปณิธานเพื่อเกษตรยั่งยืน

ทั้งนี้ นอกจากโครงการเพื่อพัฒนาด้านการเกษตรแก่เกษตรกรแล้ว มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทและซีพีเอฟ ได้มีส่วนร่วมพัฒนาเยาวชนไทยผ่านโครงการศูนย์ฝึกอาชีพเยาวชนเกษตร ต.สามพระยา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมสาธารณประโยชน์ที่สอดคล้องกับแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรม ราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในชนบทให้มีอาชีพดี โดยศูนย์ฝึกตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เริ่มดำเนินกิจกรรมเมื่อปี พ.ศ.2531 ภายในมีศูนย์ฝึกอบรมสาธิตเกษตรเชิงธุรกิจและถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมทั้งเป็นศูนย์เรียนรู้แก่เยาวชนและประชาชน ในลักษณะศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านโครงการเลี้ยงไก่ไข่กว่า 14,000 ตัว รวมทั้งโครงการเลี้ยงแพะนมพันธุ์ซาแนล ที่สามารถนำนมแพะมาเป็นอาหารเสริมให้นักเรียนทุนในพระราชานุเคราะห์ ซึ่งอยู่ประจำที่ศูนย์ฝึกได้รับประทานแทนนมวัว และนำผลผลิตบางส่วนไปจำหน่ายเป็นรายได้เสริมด้วย

โดยนอกจากโครงการเหล่านี้ มูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบท เครือซีพี และซีพีเอฟ จะยังคงสานต่อพระราชปณิธานในการพัฒนาภาคเกษตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 สืบไป ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย.