วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอ๊ะ จิรากร ขอเป็นส่วนเล็กๆ ในสังคม ทำดีตามรอยในหลวง ร.9

ถึงจะเดินทางลำบากและไกลแค่ไหนก็ไม่เกินความตั้งใจของนักร้องหนุ่ม เอ๊ะ จิรากร สมพิทักษ์ หรือ “หน้ากากอีกาดำ” ที่ตั้งใจพาภรรยา ชมพู่ วรัญญา บุญล้ำ และ น้องเอญ่า ลูกสาว ไปร่วมถวายดอกไม้จันทน์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่วัดคงคาภิมุข ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่ง เอ๊ะ เผยกับ “บันเทิงไทยรัฐออนไลน์” ถึงเหตุผลที่เลือกมาถวายดอกไม้จันทน์ที่วัดแห่งนี้ แม้จะเป็นวัดเล็กๆ ที่เดินทางไปค่อนข้างลำบากก็ตาม รวมทั้งถามถึงการมาร่วมพิธีครั้งนี้ว่าเป็นยังไงบ้าง พร้อมทั้งถามถึงความตั้งใจในการทำความดีต่อไปเพื่อในหลวง รัชกาลที่ 9 อีกด้วย

ไปถวายดอกไม้จันทน์เป็นยังไงบ้าง?
“ก็เลือกที่วัดคงคาภิมุข ต.ตะกั่วป่า อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ด้วยเพราะเคยมาที่นี่แล้ว อย่างคราวที่แล้วผมก็มาทำบุญกับ อ.เป็นหนึ่ง และพี่โรจน์ รวมถึงศิลปินดาราต่างๆ ผมก็มาช่วยเหลือบ้านเด็ก เลยเลือกที่นี่เพราะดูเงียบสงบดีครับ ถามว่าตอนที่ถวายดอกไม้จันทน์มีอธิษฐานอะไรบ้าง บอกตรงๆ ว่าคิดอะไรไม่ออกเลย แล้วเรามัวแต่ตั้งใจที่จะทำให้ถูกต้องตามพิธี และน้องเอญ่าก็ไปด้วยไง ก็ต้องคอยเทรนเอญ่าตลอดครับ

วันนี้ทุกคนก็ไปแบบทุลักทุเล เพราะวัดที่เราไปเป็นวัดประจำอำเภอแค่นั้นเอง เราก็ตั้งใจที่จะไป ไม่ว่าจะลำบากขนาดไหน ก็ห่างจากที่พักสักประมาณครึ่ง ชม.ได้ครับ บรรยากาศฝนตกแล้วเพิ่งหยุด อาสากับตำรวจ ข้าราชการเยอะแยะมากมาย แต่ว่าประชาชนน้อย พูดตรงๆ ว่าที่นี่ค่อนข้างไกลปืนเที่ยง 2-3 ทุ่มชาวบ้านเขาหลับกันหมดแล้ว และที่นี่ฝนตกตั้งแต่เช้าเพราะมรสุมเข้า แต่ที่มาก็ดีใจตรงที่มีเด็กนักเรียน ครูอาจารย์ก็มาขอถ่ายรูป เราก็ให้กำลังใจเขาว่าคืนนี้อดทนนะครับ เพราะกว่าจะเสร็จพิธีการก็คงจะดึก”

ถ้าเราบอกอะไรพระองค์ท่านได้ เราอยากบอกอะไร?
“อยากบอกในคำที่พระองค์ท่านเคยพูดในงานถวายเพลิงพระศพของพระพี่นาง พ่อสอนให้เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด การละเลยหน้าที่ที่เราควรทำ คงไม่ใช่การไว้ทุกข์ที่ดีนัก ท่านตรัสว่า “เสียใจได้แต่อย่าละเลยหน้าที่” พระองค์ท่านตรัสเมื่อครั้งสูญเสียพระพี่นาง คนที่อยู่ทางนี้ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปให้ได้นั่นแหละครับ”

ก่อนที่จะมาถวายดอกไม้จันทน์ ความรู้สึกเราเป็นยังไงบ้าง?
“บอกตรงๆ ว่าในหัวผมคิดอะไรไม่ออก มันตื้อไปหมด เหมือนวันที่รู้ว่าท่านเสด็จสวรรคต วันนั้นขับรถกลับมาจากหัวหิน ออกมาตั้งแต่บ่าย 2-3 โมง ก็เริ่มมีข่าวไม่ค่อยดีออกมาแล้ว มาถึงกรุงเทพฯ ประมาณ 1-2 ทุ่ม จะถึงบ้านแล้ว พอรู้ข่าวก็เบลอ คิดอะไรไม่ออกเลย คิดอยู่อย่างนึงว่าเราตั้งปณิธานไว้เหมือนเดิมว่าทำอะไรก็ได้ให้เป็นส่วนนึงของสังคม เพื่อให้สังคมมันดีขึ้น และทำตัวไม่ให้คนอื่นเขาเดือดร้อนนั่นแหละครับ”

หลังจากนี้เราตั้งใจจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่านบ้าง?
“เราก็อยากเป็นส่วนเล็กๆ ของป่อเต็กตึ๊ง เป็นส่วนเล็กๆ ของสังคม เวลามีงานอะไรก็จะเข้าไปช่วย แต่ก่อนผมก็อยู่เสถียรธรรมสถานด้วย เวลามีงานเราก็ไปสันทนาการกับกิจกรรมที่ให้กำลังใจคน มีงานบุญก็ไป จุดประสงค์เราคือว่าเราทำหน้าที่อะไรได้ เราถนัดด้านการร้องเพลง การให้ความสุขคน ให้กำลังใจคน เราก็ทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุด

เพราะผมเล็งเห็นอย่างนึงว่าสิ่งที่ทำให้คนเรามีพลังงานมากที่สุดคือความรัก ความหวังดี ความรักทำได้ทุกอย่าง ทำให้เรามีพลังได้ อย่างการสร้างทัชมาฮาล นั่นคือพลังแห่งความรักที่ทำได้ขนาดนั้น เลยรู้สึกว่าถ้าเราทำให้คนมีกำลังใจได้ ทำให้คนเขามีความรัก หาตัวเองเจอ ทำในสิ่งที่เขาชอบ เราก็จะแบ่งปันความรักที่เรามี แบ่งปันพลังงานที่เรามีให้กับทุกคนได้ครับ”.