วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'จุ๋ย' ปลื้มปีติได้ถวายงานใกล้ชิด ตั้งใจจะถ่ายทอดเรื่องราวสู่ลูกหลาน

เป็นอีกหนึ่งคนวงการบันเทิงที่มีโอกาสได้ถวายงานใกล้ชิด พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตสำหรับนางเอกสาว จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา พร้อมทั้งจะถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านให้แก่ลูกฟังต่อไป ซึ่ง จุ๋ย เผยว่า “ช่วงที่เข้าวงการมาแรกๆ ด้วยความที่เป็นคนหน้าไทย เลยมีโอกาสได้ใส่ชุดไทยศิวาลัย หนึ่งในแปดชุดไทยพระราชนิยมของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ถวายงานเดินแบบในงานเลี้ยงต้อนรับพระราชอาคันตุกะที่เดินทางมาจากหลากหลายประเทศ ซึ่งพอตัดชุดเป็นไซส์ของจุ๋ยแล้วก็ได้ไปรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในหลายๆครั้งเหมือนกัน แต่มีอยู่วันนึงที่เป็นบุญในชีวิตไม่รู้ลืม หลายๆคนอาจจะไม่ได้เจอพระองค์ท่าน แต่ของเราเคยได้นั่งอยู่แทบพระบาทเพื่อส่งเสด็จฯ จุ๋ยได้มองฉลองพระบาทไม่กล้าเงยหน้าขึ้นไปมองพระองค์เลย คือมันใกล้มากๆ ได้ฟังพระองค์ท่านตรัสกับพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ดีใจมาก”

มีการยึดหลักคำสอนของพระองค์ท่านมาใช้ยังไงบ้าง? “เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ทุกวันนี้รู้สึกว่ามีความสุขกับชีวิตของตัวเองมากๆ ที่เรารู้จักว่า ความสุขของตัวเองคืออะไร และเราเพียงพอกับสิ่งไหน อะไรที่เรามีความสุขแล้วเราก็รักษามันไว้ ส่วนอะไรที่ไม่ได้จำเป็นกับชีวิตเราเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อ ก็พยายามลดลงมาค่ะ ใช้ชีวิตให้กลับไปสู่ธรรมชาติ จุ๋ยมาจากเด็กต่างจังหวัดแล้วรู้สึกโชคดีที่ได้เจอพุฒ ซึ่งเค้าก็เป็นเด็กต่างจังหวัดเหมือนกัน เป็นคนที่ไม่ช็อปปิ้งเลย กลับบ้านเราก็ได้อยู่กับธรรมชาติ ทุกวันนี้จุ๋ยก็ได้ใช้มะนาวจากสวนของพุฒทำกับข้าวทุกวัน เราพอมีพอกิน สิ่งเหล่านี้มันก็จริงอย่างที่พระองค์สอนให้เราทำเศรษฐกิจแบบพอเพียง ใช้แบบพอดี มันก็ทำให้เห็นว่าชีวิตมันดีถ้าเราได้ทำตามพระองค์ท่านสั่งสอน และมีพระบรมราโชวาทอีกมากมาย ที่สามารถนำมาปรับใช้ได้”

ถ้าเรามีลูกพร้อมจะถ่ายทอดเรื่องราวในหลวงรัชกาลที่ 9? “พร้อมค่ะ เรารู้สึกว่าสอนให้เค้าได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย การที่เราทำตามจะทำให้เราได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยและมีความสุขจริงๆ และจุ๋ยเชื่อเรื่องบาปกรรม อาจจะมีกรรมที่เราได้ทำเมื่อชาติที่แล้วหรือชาตินี้โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ ก็อาจจะส่งผลทำให้ชีวิตของเราเจอเรื่องร้ายๆบ้าง แต่เมื่อไหร่ที่เรายังคงเดินทางในความดี สิ่ง เหล่านี้จะช่วยพยุงไม่ให้เราตกต่ำไปถึงที่สุด จุ๋ยก็เคยเจอชีวิตช่วงที่แย่ที่สุดของเรานะ แต่อาจจะน้อยกว่าคนอื่น ช่วงที่พ่อป่วย หรือเจอมรสุมที่ต้องย้ายที่ทำงานหรือเปลี่ยนช่อง คนก็เข้าใจไปต่างๆนานา เราไม่สามารถไปควบคุมปากคนได้ แต่เราจะทำยัง ไงให้อยู่กับมันแล้วมีความสุข โชคดีที่ครอบครัวจะไม่ซีเรียสกับมันแล้วปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็จะไม่กดดันตัวเอง ก็อยู่ได้อย่างมีความสุขในแบบของตัวเอง”.