วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ก้อง ห้วยไร่" สร้างชีวิตดี วันนี้ได้เป็น 'ผู้ให้' เล่ากี่ครั้งก็ประทับใจ ซึ้งใจไม่ลืมวันเป็น 'ผู้รับ'

กว่าเส้นทางชีวิตจะพัดพามาถึงจุดที่ชีวิตเข้าที่ โด่งดังเป็นที่รู้จักเป็นที่รักของแฟนๆ การงานมั่นคงจนเริ่มดูแลตัวเองและครอบครัวได้ดี นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ก้อง ห้วยไร่ ผ่านความลำบากที่ต้องได้โอกาสที่ดีจากผู้แบ่งปันทำเอาเจ้าตัวรู้ซึ้งถึงคำว่าน้ำใจ เมื่อมีโอกาสเป็นผู้ให้ ก็ตั้งใจทำเต็มที่ ทั้งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย บริจาคเงินก้อนใหญ่สร้างโรงพยาบาล หยิบยื่นน้ำใจแก่ผู้อื่น และไม่เคยลืมความรู้สึกของผู้รับ ก้องเล่าเรื่องราวว่าที่ฟังทีไรก็ประทับใจ ย้อนไปถึงวันที่เคยลำบาก มี อาร์ม-ศุภวุฒิ นักฟุตซอลทีมชาติ เคยให้เงินก้อง 1,000 บาท?

“จำได้ไม่เคยลืมเด็กคนนี้เลยครับ เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ผมมีครอบครัว แล้วเมียทิ้ง ยอมรับว่าเอ๋อเลย ตอนนั้นมีรถยนต์ มีทุกอย่างเป็น ผจก.ศูนย์บริการความ งาม พอเราสิ้นหวังไม่รู้จะไปไหน เลยไปร้านอาหารร้านหมูกระทะที่ผมเคยร้องเพลงตอนเป็นนักศึกษารามฯ ก็ไปเจอศุภวุฒิ ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเค้าเป็นนักฟุตซอลทีมชาติ เค้าก็ถามว่าเราไม่ได้ร้องเพลงแล้วเหรอ เป็นอะไรเห็นเศร้าๆกินข้าวมารึยัง เราก็นั่งแบบไม่ได้สั่งอะไรกิน น้องเค้านั่งอีก โต๊ะ มีน้องช้าง-กฤษดา วงษ์แก้ว นักฟุตซอลเหมือนกัน เค้าเลยมานั่งด้วย ถามเราว่าไม่กินอะไรเลยเหรอ เราบอกไม่มีเงิน เมียทิ้งจะไปนอนที่ไหนก็ยังไม่รู้ เค้าก็เอาเงินให้ผม 1,000 บอกว่างั้นพี่ไปหาข้าวกินและไปหาที่พักนะ ผมก็รับมาเอ๋อๆและเดินต่อ มีกีตาร์อยู่ตัวนึง ไปอยู่หน้ารามฯจนเช้า นั่งตบยุงคิดว่าชีวิตเรามานั่งทำอะไรตรงนี้ วันนั้นมีคอนเสิร์ต ไลฟ์อินคราม ของบอดี้สแลมในสนามราชมังคลาฯ ผมไม่ได้เข้าไปดูข้างในนะ ผมเปิดหมวกอยู่ข้างหน้า เก็บเงินของอาร์มไว้ พอได้เงินร้อยกว่าบาทก็ไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้งมานั่งกิน เพลงพี่ตูนเข้าหูมา ท่อนที่ว่า “วันที่ใจมืดมน วันที่ชีวิตหลงทางมาไกล” เพลงทางกลับบ้าน แล้วพี่ตูนเล่าเรื่องราวที่ต้องแอบร้องไห้ตอนที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ผมแบบน้ำตาไหลตามเลย ผมคิดตอนนั้นเลยว่า ผมจะกลับบ้าน และจะไม่มาเหยียบกรุงเทพฯอีก เลยนั่งรถกลับบ้าน พร้อมเงินของศุภวุฒินั่นแหละ หลังจากนั้นก็ปลูกแตงทำนา และก็ได้แต่งเพลง ไสว่าสิบ่ถิ่มกัน ขึ้นมา จนมาถึงวันนี้”

ถึงตอนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะมั้ย? “ยอมรับว่าถึงวันนี้ชีวิตเปลี่ยนไปเยอะเลยครับ การเป็นอยู่ครอบครัวตัวเราดีขึ้น เมื่อก่อนเหนื่อยกว่านี้อีกเยอะแต่มันจับต้องอะไรไม่ได้เลย ทำงานเป็นคนใช้แรงงาน ทุกวันนี้ก็ดีขึ้น ก็ต้องดูแลตัวเองมากขึ้น ดูแลเรื่องเวลาพักผ่อน”

ความฮอตของงานในปีนี้? “มันก็แตกต่างกันไป ช่วงหลังก็เริ่มรู้ตัวเองว่ารับงานเพื่อให้งานมีคุณภาพมากกว่าเดิม เมื่อก่อนมีเท่าไหร่รับหมดแต่งานที่ออกไป 3 งานแรกโอเค งานที่เหลือเริ่มแผ่ว ตัวเราเสีย คนจัดงานยิ่งเสีย ผ่านมาปีที่ 3 ทำให้เราเรียนรู้ขึ้น”

ความดังทำให้มีคนเข้าหามากขึ้นมั้ย? “ใช่ครับ คนเข้ามาหลากหลายรูปแบบแต่สิ่งที่เจอ ณ ตอนนี้คือเรื่องของคนมาขอความช่วยเหลือเพราะเค้าเห็นภาพที่เราช่วยบริจาคในจุดต่างๆ มีบ้างที่มาขอบอกว่าพ่อแม่ป่วย ไปโรงพยาบาล แต่เราก็พยายามบอกเค้าว่าผมไม่สามารถช่วยคุณได้ขนาดนั้นนะ ผมช่วยคุณได้ครั้งนี้ครั้งเดียว เป็นคนที่เราไม่รู้จัก ไม่ใช่ผมมองไม่เห็นความลำบากของเค้า แต่ถ้าคุณขอผมได้ คุณก็ขอคนอื่นได้ ไม่อยากสร้างนิสัยที่ไม่ดี ที่เราช่วยเพราะเราเคยลำบาก เรารู้ว่ามันเป็นยังไงเวลามันไม่มีจริงๆ เวลาผมทำก็เต็มที่อย่างสร้างโรงพยาบาล ที่สกลนครเพื่อทุกคนได้ใช้จริง ถ้ามีโอกาสผมก็เลือกแบ่งปันเสมอ ชีวิตผมผมแบ่งเงินออกเป็น 3 ส่วน แบ่งเงินไว้ใช้ในอนาคต 1 ส่วน ไว้ใช้ส่วนตัว 1 ส่วน และอีกส่วนคือการบริจาคและบริหารกับบริวาร ทั้งคนใกล้ตัว ไม่ใช่ว่าเรามีความสุขอย่างเดียว พ่อแม่พี่น้องญาติด้วย อย่าง บ.ซาวด์มีแฮงที่ผมตั้งขึ้นมา มีญาติ พี่เขย พี่สาว หลาน กระจายรายได้เค้าด้วยครับ”.

ทีมข่าวบันเทิง