วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาเฟียหรืออันธพาล?

โดย สหบาท

คนเรามันทิ้งสันดานเดิมลำบาก...ติดคุกติดตะรางมาแล้วก็แก้ไม่ได้...?

อย่าง นายวีระพัน หรือเฒ่า อินทะวง หนุ่มชาวลาว เจ้าของฉายามาเฟียสยาม ที่ไม่รู้ว่าใครไปตั้งให้มันเท่เข้าไปอีก หลังจากพ้นคุกเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.60 ถูกผลักดันกลับ สปป.ลาวบ้านเกิด น่าจะถูกขึ้นบัญชีห้ามเข้าไทยด้วย

แต่จู่ๆกลับมาเป็นข่าวดังอีกครั้ง เพราะเข้าไปขโมยเสื้อแจ็กเกต แบรนด์เนมราคากว่า 13,500 บาท จากร้านบอยลอนดอน ไทยแลนด์ ย่านสยามสแควร์!

ชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน ใช้เวลาไม่กี่วันตามไปลากคอจากซอยประชาสงเคราะห์ 3 ย่านดินแดง รับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เพราะชอบเสื้อแต่เงินไม่พอซื้อ เมื่อสบโอกาสจึงใส่เดินหนีออกจากร้านไปดื้อๆ

“หลังจากพ้นโทษออกมา กลับไปขายเสื้อผ้าที่นครเวียงจันทน์ ก่อนข้ามเรือมาทางจังหวัดหนองคายเพื่อซื้อเสื้อผ้าที่ประตูน้ำไปขาย กระทั่งมาก่อเหตุ รู้สึกสำนึกผิดและคิดจะบวช”

ถูกจับทีไร เห็นสำนึกผิดทุกที? สงสัยเป็นแพตเทิร์นเรียกร้องความเห็นใจของผู้ต้องหา...ใครจะเชื่อก็เชื่อไป แต่ผมไม่เชื่อ...

เพราะพฤติกรรมการก่อเหตุไม่ได้ต่างจากเมื่อปี 58 ที่ถูกจับครั้งนั้น มีเหยื่อยาวเป็นหางว่าว แต่บางคนไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี?

เอาเฉพาะคดีที่ทำให้ติดคุกมาเตือนความจำ คดีแรกเมื่อบ่ายวันที่ 10 ส.ค.2558 ก่อเหตุลักโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ศศิวิมล วงศ์มั่น หลังว่าจ้างให้ไปนวดที่โรงแรมบางกอกพาเลส แจ้งความที่ สน.พญาไท ข้อหาลักทรัพย์

คดีที่สองเย็นวันที่ 12 ส.ค.2558 ใช้ขวดน้ำตีหน้า นายพศวัต บัณดิษฐ์ศิลป์ อายุ 17 ปี บริเวณหน้าโรงภาพยนตร์ชั้น 6 ห้างสยามพารากอน แจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายที่ สน.ปทุมวัน

และคดีสุดท้ายเมื่อเช้าวันที่ 4 ก.ย.2558 กระโดดถีบ น.ส.วัลลภา ตระกูลแพร่หลาย อายุ 23 ปี บนสถานีรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ทีหัวลำโพง อ้างว่าถูกเหยียบเท้าและมองหน้า แจ้งความดำเนินคดีข้อหาทำร้ายร่างกายที่ สน.ปทุมวัน

พฤติกรรมทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ ให้ราคาอย่างมากแค่อันธพาล...ไม่ใช่มาเฟีย...

ไม่รู้ว่าติดคุกคราวนี้ หลังพ้นโทษจะกลับมาแสดงแผลงฤทธิ์ในไทยอีกหรือเปล่า?

ทำให้คิดไปว่า ประเทศไทยเรานี่มันเข้าง่ายออกง่ายจริงๆ อย่างนี้มีใครคิดไม่ดีจะเข้ามาก่อเหตุใหญ่โต แล้วจะเอาอะไรไปป้องกัน?

สหบาท