วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ทำนาอินทรีย์+เคมี ปลอดภัยได้ต้นทุนต่ำ

กลุ่มเกษตรกรบ้านดงลิง อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ น่าจะเป็นตัวอย่างของการใช้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ยาฆ่าแมลง ผลิตข้าวและเมล็ด พันธุ์ได้มาตรฐานจีเอพี จนได้รับการคัดเลือกเป็น เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ปี 2559

“เราไม่ทำนาอินทรีย์ เพราะดูแล้วไม่คุ้มค่า สัดส่วนตลาดน้อย เงื่อนไขการรับรองอินทรีย์ทำได้ยาก ที่สำคัญพื้นที่เพาะปลูกรวมกันมีไม่กี่ไร่ แค่ค่ากำจัดหญ้า โรคแมลง ก็ลำบากแล้ว เลยเลือกทำเกษตรแบบปลอดภัย ใช้เคมีผสมกับหลักการของ กรมการข้าว กรมวิชาการฯ ผลผลิตก็ไม่เห็นมีปัญหา เพราะมีการตรวจสอบการใช้เคมีอย่างใกล้ชิด และมีการตรวจสอบสารตกค้างอยู่เสมอ”

สมัคร สมรภูมิ เกษตรกรสมาชิกเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจ ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านดงลิง เล่าถึงที่มาของการทำนาแบบปลอดภัย...จากเดิมใช้แต่เคมี เปลี่ยนมาใช้ทั้งปุ๋ยอินทรีย์เคมีและยาฆ่าแมลง ควบคู่กันไปเพื่อลดต้นทุน โดยไถกลบตอซังแทนการเผา ปล่อยน้ำเข้านาพร้อมใส่ปุ๋ยคอกและจุลินทรีย์เร่งการย่อยสลาย ไถดะปรับหน้าดิน จากนั้นใช้รถดำนาปักดำข้าว

เมื่อต้นกล้าอายุได้ 7 วัน ฉีดยาคุมวัชพืช ถึงจะปล่อยน้ำเข้านา ระดับน้ำไม่เกิน 5 ซม. สังเกตศัตรูต้นข้าว หอย ปู หากมีการระบาดรุนแรง จะฉีดยาฆ่าหอยเมทัลดีไฮด์ นอกจากนั้นจะดูแลตามคำแนะนำของกรมการข้าว และกรมวิชาการเกษตร

ข้าวอายุได้ 3 เดือน หมั่นสังเกตโรคและแมลง ใส่ปุ๋ยบำรุงต้นข้าวสูตร 46-0-0 หมั่นดูโรค หนู และแมลงศัตรูพืช หากพบการระบาดใช้สารชนิดออกฤทธิ์ประเภทดูดซึม เช่น ฟิโปรนิล หรือเบนซัลแทป ต้นข้าวอายุ 4 เดือน ใส่ปุ๋ยบำรุงสูตร 15 : 15 : 15 ระยะตั้งท้องฉีดพ่นฮอร์โมนไข่บำรุงรวงข้าว

“เราทำเกษตรอุตสาหกรรมมุ่งเชิงพาณิชย์ จำเป็นต้องมีนวัตกรรมการเกษตร เทคโนโลยี ปุ๋ย และสารเคมี เพื่อความรวดเร็ว ประหยัดต้นทุน ทุ่นแรงและเวลา เพื่อประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ย เรามีตอซัง และปุ๋ยคอกมาช่วย ที่สำคัญเราปฏิบัติตามคำแนะนำ คำเตือนบนฉลากสารเคมีอย่างเคร่งครัด ใช้ปุ๋ยยาเท่าที่จำเป็นตามอาการของโรค แมลง มีกรรมการคอยตรวจสอบทุกเรื่องตั้งแต่เตรียมดิน ให้ปุ๋ย ยา ใช้เคมี ให้อยู่ในมาตรฐาน GAP มีแล็บตรวจค่าต่างๆ แม้ผลผลิตจะไม่เพิ่มขึ้น ได้เท่าเดิมไร่ละ 700 กก. แต่ช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลงไป ไร่ละ 1,430 บาท จากเดิมที่ทำแต่นาเคมี ตกไร่ละ 6,530 บาท”

และเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ทางกลุ่มเกษตรกรบ้านดงลิง เริ่มน้อมนำเอาแนวทางเกษตรผสมผสานของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน ไม่ต้องรอแต่ผลผลิตข้าวอย่างเดียว...ในส่วนของสมัคร ลดพื้นที่ปลูกข้าวจากที่มี 5 ไร่ ลงเหลือ 4.2 ไร่ เพื่อกันไว้ทำเกษตรผสมผสาน

พื้นที่ 1 งานกว่า ขุดบ่อเก็บกักน้ำและเลี้ยงปลา พื้นที่ข้างบ่อ 30 ตร.ว. ปลูกดาวเรืองตัดดอก ขาย ดอกละ 50 สตางค์ ส่วนพื้นที่ว่างริมบ่อปลูกพืชผักสวนครัว เก็บขายตลาดรายวัน มีรายได้เฉลี่ยวันละ 350-500 บาท.

กรวัฒน์ วีนิล