วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จาก...เข้าเฝ้าครั้งแรก ถึง...เข้าเฝ้าครั้งสุดท้าย

โดย ซูม

ผมมั่นใจว่าพี่น้องชาวไทยส่วนใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ในวันนี้ล้วนเคยมีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 กันมาแล้วทั้งสิ้น

อาจจะเฝ้าใกล้อาจจะเฝ้าไกลแต่ก็น่าจะเคยเห็นพระองค์จริง เห็นพระพักตร์จริง อย่างน้อยก็หนึ่งครั้งในชีวิต

เนื่องเพราะพระองค์ท่านเสด็จไปทั่วทุกแห่งหนของประเทศไทยมาตลอด 70 ปีที่ทรงครองราชย์...ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใกล้หรือไกล...เจริญแล้วหรือยังล้าหลังทุรกันดารก็ตาม

สำหรับผมโชคดีที่ได้เรียนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จึงมีโอกาสเฝ้าพระองค์ท่านอย่างใกล้ชิดที่สุด ครั้งหนึ่งในชีวิต

ในโอกาสเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร พร้อมกับบัณฑิตธรรมศาสตร์ทุกคณะ เมื่อ พ.ศ.2506 หรือ 54 ปีก่อนโน้น

ที่ผมใช้คำว่าเข้าเฝ้าใกล้ชิดที่สุดก็เพราะพระองค์ท่านประทับอยู่ห่างจากบัณฑิตในระยะที่จะทรงยื่นพระหัตถ์มาถึงมือของบัณฑิตแต่ละคนที่เข้ารับพระราชทานปริญญาในวันนั้น

ความใกล้ชิดระหว่างพระองค์ท่านกับบัณฑิตแต่ละคนจึงอยู่ห่างกันเพียงแค่ “ความกว้าง” ของแผ่น “ปริญญาบัตร” จากพระหัตถ์ที่ทรงยื่นให้ และมือของบัณฑิตแต่ละคนที่ยื่นออกไปรับ...เท่านั้นเอง

สำหรับผมแล้วถือเป็นการเข้าเฝ้าที่นำมาซึ่งความปีติและตื้นตันใจที่สุดของชีวิต และไม่เคยลืมเลือนแม้จนบัดนี้

รวมทั้งไม่มีวันที่จะลืมเลือนพระบรมราโชวาทที่พระราชทานให้แก่บัณฑิตรุ่นผมที่ทรงเน้นให้บัณฑิตทุกคนนำวิชาความรู้ตามสาขาที่ตนได้รับจากมหาวิทยาลัยออกไปทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม และประเทศชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้

ซึ่งผมก็โชคดีอีกเช่นกัน เพราะมีโอกาสใช้วิชาความรู้ทั้งจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจากการเรียนเพิ่มเติมที่สูงขึ้นไปทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ สมดังพระบรมราโชวาทเป็นเวลาถึง 30 ปี

การเข้ารับราชการ และการทำงานที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ ซึ่งมีภารกิจในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติ น่าจะถือได้ว่ามีส่วนในการทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติในระดับหนึ่ง

ตลอดเวลาที่รับราชการและทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่ก็คืองานพัฒนาชนบท ผมได้นำคำแนะนำ คำสั่งสอนของพระองค์ท่านไปประยุกต์ใช้และพบว่าทำให้งานต่างๆลุล่วงไปด้วยดีเสมอๆ

โดยเฉพาะที่ทรงแนะนำให้ใช้หลัก “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” นั้นถือเป็นคัมภีร์ที่พวกเราชาวสภาพัฒน์ยุคนั้นยึดถือในการทำงาน
ดังนั้น แม้ในระยะหลังๆผมจะไม่มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกเลย แต่ก็มิได้รู้สึกว่าห่างเหินแต่อย่างใด เพราะยังนำคำสั่งสอนของพระองค์ท่านมาใช้โดยตลอด ทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิตประจำวัน

ผมเพิ่งจะมีโอกาสเข้าเฝ้าในหลวงรัชกาลที่ 9 อีกครั้ง เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

เป็นการเข้าเฝ้าด้วยน้ำตา พร้อมๆกับพี่น้องชาวไทยๆอื่นๆที่หลั่งไหลกันไปถวายสักการะพระบรมศพพระองค์ท่าน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท รวมแล้วถึงกว่า 12 ล้านคน

แม้ผมจะรู้สึกวิปโยคอย่างใหญ่หลวง ขณะก้มลงกราบถวายบังคมเบื้องหน้าพระบรมศพ แต่เพียงชั่วขณะหนึ่งก็กลับรู้สึกปลื้มปีติและภาคภูมิใจที่พบความจริงว่า พระองค์ท่านทรงเป็นที่รักและเคารพของคนไทยทั้งแผ่นดินอย่างแท้จริง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ผมไม่มีโอกาสไปร่วมส่งเสด็จอย่างใกล้ชิดเหมือนพี่น้องประชาชนมหาศาลที่ไปร่วมงานบริเวณรอบๆเกาะรัตนโกสินทร์

แต่ผมก็ได้มีโอกาสร่วมส่งเสด็จ ณ สถานที่ที่จัดไว้ไม่ไกลจากบ้านนัก และรีบเดินทางเข้าโรงพิมพ์เพื่อร่วมกับเพื่อนๆในกองบรรณาธิการไทยรัฐ ในการบันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ด้วยน้ำตาตามหน้าที่ของพวกเรา

นี่คือการถวายงานครั้งสุดท้ายแด่ในหลวง ร.9 เพื่อให้ไทยรัฐฉบับพิเศษ “ส่งใจสู่ฟ้าอาลัยพ่อ” สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะสมบูรณ์ได้

จากวันนี้ไปไม่มีพระองค์ท่านอีกแล้ว แต่พวกเราชาวไทยจะยังคงรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอยู่เสมอ

ไม่ว่าสุขหรือทุกข์เราจะแหงนหน้าขึ้นมองฟ้า แล้วเราจะก้มลงกราบฟ้าที่เรารู้ว่า “พ่อ” ของเราประทับอยู่บนโน้น...ด้วยรัก เคารพ ศรัทธา และบูชาตราบนิจนิรันดร์.

“ซูม”