วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์" นิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ยลตระการพระเมรุมาศ "ในหลวง ร.9"

พระเมรุมาศ

สถาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นตามโบราณราชประเพณีในการถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตามคติความเชื่อ พระมหากษัตริย์ เป็นผู้ที่สั่งสมพระบารมีมาตั้งแต่อดีตชาติ เป็นเทวราชา เป็นพระนารายณ์ที่อวตารลงมาสู่โลกมนุษย์ เพื่อดับทุกข์เข็ญ

ซึ่งอ้างอิงตามคติความเชื่อเรื่องไตรภูมิ และเขาพระสุเมรุ ให้เหมาะสมกับทิพยภาวะของเทวราชา ที่ลงมาจุติบนโลกมนุษย์ ในนามกษัตริย์ และเชื้อสายของพระองค์ ตั้งแต่มีพระชนม์ชีพ จนสิ้นพระชนม์ชีพ หรือการสวรรคต อีกทั้งยังมีคติความเชื่อเกี่ยวกับการเสด็จกลับสวรรค์ หรือโลกของเทวดา ซึ่งต้องสร้างพระเมรุมาศที่ยิ่งใหญ่และงดงาม ทั้งมีการถวายพระเพลิงด้วยไม้หอมและเครื่องหอมต่างๆ เพื่อส่งดวงพระวิญญาณกลับสู่เขาพระสุเมรุ

ตลอดระยะเวลา 9 เดือนเต็ม ด้วยพลังแห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ปวงชนชาวไทยทั่วหล้า ได้หลอมรวมใจเป็นหนึ่ง ในการก่อสร้างพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9

ปรากฏความวิจิตรบรรจงแห่งการรังสรรค์พระเมรุมาศทรงบุษบก 9 ยอด ประกายสีทองอร่าม สถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย รูปแบบกรุงรัตนโกสินทร์ ผสมผสานกับศิลปกรรมสมัยรัชกาลที่ 9 ไว้ได้อย่างล้ำค่าและสมพระเกียรติ จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย

และเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้ โบราณราชประเพณี พระราชพิธีและพระเมรุมาศในพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สู่ประชาชน หลังผ่านพ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 แล้ว

รัฐบาลโดยคณะกรรมการฝ่ายจัดการนิทรรศการงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กำหนดเปิดให้ประชาชนเข้าชมพระเมรุมาศ และสิ่งปลูกสร้างประกอบ ตลอดจนภูมิทัศน์ประดับพระเมรุมาศอย่างใกล้ชิด

พร้อมทั้งมีการจัดนิทรรศการงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เรื่อง “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” ระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย.2560 ช่วงเวลา 07.00-22.00 น. ในการนี้ สมเด็จพระเทพรัตน ราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จ พระราชดำเนินไปทรงเปิดนิทรรศการวันที่ 2 พ.ย.นี้

ในการเข้าชมพระเมรุมาศนั้น เมื่อเข้าสู่ประตูทางเข้าพื้นที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านหน้าของพระเมรุมาศ จะมีการแจกแผ่นพับนำชมนิทรรศการ และเปิดให้ประชาชนได้ถ่ายรูปร่วมกับ ภูมิทัศน์พระเมรุมาศ ที่ใช้แนวคิดที่สื่อถึงพระราชกรณียกิจ และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่แสดงถึงพระอัจฉริยภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงชนชาวไทยให้มีความอยู่ดีกินดี

ซึ่งประกอบด้วย คันนารูปเลขเก้าไทยสีดิน-ทองและแปลงนาสาธิต ขนาด 1 ไร่ โดยกรมการข้าวนำต้นข้าว 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ปทุมธานี 1 พันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ข้าว กข 31 หรือพันธุ์ปทุมธานี 80 มาปลูก รวมจำนวนกว่า 170,000 ต้น

ส่วนบริเวณด้านข้างแปลงนามีการจัดสร้างฝายน้ำล้น 2 ระดับ ไหลลงสู่แก้มลิงด้านล่าง ซึ่งมีกังหันน้ำชัยพัฒนาติดตั้งอยู่จำนวน 2 เครื่อง ร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ ขณะที่รอบแก้มลิง ได้มีการปลูกแปลงหญ้าแฝก ยางนา ต้นมะม่วงมหาชนก และพืชผักสวนครัว ซึ่งในส่วนนี้จะให้เวลาประมาณ 15 นาที

เมื่อเข้าสู่พื้นที่พระเมรุมาศแล้ว จะเปิดให้ประชาชนชมอย่างอิสระ โดยกำหนดระยะเวลาไว้รอบละ 45 นาที แบ่งออกเป็น การขึ้นชม พระเมรุมาศ ซึ่งให้ขึ้นถึงชั้น 1 เท่านั้น ขณะที่ พระที่นั่งทรงธรรม มีการจัดนิทรรศการเรื่อง “พระผู้ทรงเป็นนิรันดร์” แสดงเรื่องราว พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยแบ่งเป็น 5 ตอนที่ต่อเนื่องกัน ได้แก่ 1.เมื่อเสด็จอวตาร 2.รัชกาลที่ร่มเย็น 3.เพ็ญพระราชธรรม 4.นำพระราชไมตรี และ 5.พระจักรีนิวัตฟ้า

ภายในนิทรรศการ ประกอบด้วยภาพพระบรม ฉายาลักษณ์และภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่หาชมยาก รวมทั้งภาพอุปกรณ์ทรงงานในการดูแลทุกข์สุขของราษฎรตลอดรัชสมัย จดหมายเหตุเรื่องราวการเจริญพระราชไมตรีกับต่างประเทศ ภาพสามมิติรูปรางวัลต่างๆที่นานาประเทศน้อมถวายในฐานะพระมหากษัตริย์นักพัฒนา ตลอดจนการประมวลความคิดและความรู้สึกของปวงประชาต่อการสูญเสียพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่ง

ส่วน ศาลาลูกขุน ทั้ง 6 หลัง จัดแสดงนิทรรศการที่เรียงร้อยเรื่องราวการจัดสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศในทุกๆส่วน สะท้อนแนวคิดและขั้นตอนการทำงาน ทั้งด้านสถาปัตยกรรม ประติมากรรมและจิตรกรรมประดับพระเมรุมาศ งานประณีตศิลป์ในส่วนของการจัดสร้างพระโกศจันทน์ พระโกศทองคำ เครื่องสังเค็ด รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ และการเตรียมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ทั้งหมดนั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงการทุ่มเทแรงกาย แรงใจจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ คณะช่างศิลปินทุกสาขา ตลอดจนเหล่าจิตอาสาและประชาชน ที่เข้ามาร่วมทำงานอย่างสุดฝีมือด้วยความรักต่อในหลวงรัชกาลที่ 9

ขณะที่ ทับเกษตร ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ จัดนิทรรศการสำหรับผู้พิการทางสายตา ให้สามารถจับสัมผัสได้ พร้อมมีเสียงบรรยายให้ความรู้ในขณะเข้าชม โดยมี การจำลองพระเมรุมาศสัตว์หิมพานต์เทวดา รวมถึงชิ้นส่วนและลวดลายศิลปกรรมประกอบพระเมรุมาศผิวนูนสูง

ตลอดระยะเวลาของการจัดนิทรรศการบริเวณพระเมรุมาศ จะมีการแสดงมหรสพและวงดนตรีบรรเลง เพื่อให้ผู้เข้าชมนิทรรศการได้ซึมซับบรรยากาศเสมือนวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งแต่ช่วงเวลา 18.00–22.00 น. และการประโคมดนตรี วงบัวลอย บริเวณศาลาลูกขุน เวลา 08.00–17.00 น. นอกจากนี้ ทุกวันเสาร์และอาทิตย์ จะมีการแสดงโขนหน้าพระที่นั่งทรงธรรมด้วย

และนอกจากจะมีการเข้าชมนิทรรศการภายในพระเมรุมาศแล้ว ยังได้มีการเชื่อมโยงเส้นทางให้ประชาชนเข้าชม ราชรถ และ พระยานมาศ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่โรงราชรถ ภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร อีกด้วย

สำหรับการเข้าชมนิทรรศการ คณะอนุกรรมการบริหารจัดการเนื่องในการจัดนิทรรศการ ได้ประมาณการจำนวนผู้เข้าชมวันละ 100,000 คน แบ่งเป็นวันละ 18 รอบ รอบละ 5,500 คน โดยกำหนดแผนการเข้าชมให้มี จุดคัดกรองประชาชนทั่วไป 3 จุด ได้แก่ หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ท่าช้าง และวงเวียนรักษาดินแดน ส่วนของพระภิกษุ ผู้พิการ จะมีจุดคัดกรองถนนหน้าพระธาตุ ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ มีจุดคัดกรองบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้ ผู้เข้าชมทุกคนจะต้องแต่งกายชุดสุภาพ และแสดงบัตรประชาชน ณ จุดนี้ ก่อนที่จะผ่านไปยังจุดพักคอย ทางเข้าพระเมรุมาศ ซึ่งได้จัดเต็นท์ไว้บริการ จำนวน 5 เต็นท์ รองรับผู้เข้าชมได้ประมาณ 1,600 คนต่อเต็นท์ สำหรับผู้พิการ และผู้สูงอายุ จะมีรถเข็นรองรับด้านนอก และมีช่องทางพิเศษอำนวยความสะดวกไว้รองรับ

ขณะที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้มีการจัดรถสำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาชมพระเมรุมาศ และนิทรรศการ เพื่อบริการรถรับส่งประชาชนจากจุดต่างๆ มายังท้องสนามหลวง ตั้งแต่เวลา 05.00-23.00 น. รวม 6 เส้นทาง เส้นทางละ 10 คัน ดังนี้ 1.อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 2.สถานีรถไฟหัวลำโพง 3.สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ 4.สถานีขนส่งหมอชิต 5.สถานีขนส่งเอกมัย และ 6.วงกลมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ขณะที่กองทัพเรือจะมีบริการเรือข้ามฟากที่ ท่านิเวศน์วรดิฐ และ ท่าราชนาวิกสภา ช่วงเวลา 06.00-22.30 น. ซึ่งจะมีสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบพื้นที่

พระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ มีการสืบทอดตามโบราณราชประเพณีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงปัจจุบัน เป็นการสืบทอดมรดกอันทรงคุณค่าทางวัฒนธรรมของชาติ ที่แฝงไว้ซึ่งคติความเชื่อ ธรรมเนียมปฏิบัติ และจารีตประเพณีดั้งเดิม

การเปิดให้ประชาชนเข้าชม นิทรรศการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง รัชกาลที่ 9 นอกจากจะได้ชมความงดงามของพระเมรุมาศและรับความรู้จากนิทรรศการแล้ว

เหนือสิ่งอื่นใดยังจะได้จารึกไว้ในความ ทรงจำถึง พระเมรุมาศ สถาปัตยกรรมล้ำค่าหนึ่งเดียวในโลก ที่ปวงประชารวมใจเป็นหนึ่ง ในการแสดงพลังความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนคนไทย และต่อประชาคมโลก ของในหลวงรัชกาลที่ 9

“พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย”.

ทีมข่าววัฒนธรรม