วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มองโลก–ย้อนมองไทย

อีกประมาณสองเดือนเศษ ก็จะขึ้นปีใหม่ 2561 ถ้ามองจากประเทศไทย มองไปยังนานาประเทศในเอเชีย จะเห็นทั้งความก้าวหน้าและถอยหลัง ของการปกครองระบอบประชาธิปไตย ประเทศส่วนใหญ่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่น อินเดียยังคงยืนเด่นเป็นประเทศประชาธิปไตยใหญ่ที่สุดในโลก ส่วนอินโดนีเซียประชาธิปไตยค่อนข้างใหม่ ยังก้าวต่อไปอย่างมั่นคง

ฟิลิปปินส์มีรูปแบบทุกอย่าง เป็นประชาธิปไตย มีรัฐธรรมนูญ มีพรรค การเมือง มีการเลือกตั้ง แต่ภายใต้การนำของประธานาธิบดีดูเตร์เต ฟิลิปปินส์ก้าวถอยหลัง โดยเฉพาะในด้านสิทธิมนุษยชน และการยุติธรรม การประกาศสงครามปราบยาเสพติดก่อให้เกิดระบบ “ศาลเตี้ย” ตำรวจมีสิทธิทำ “วิสามัญฆาตกรรม” ตามใจ ตายไปแล้วกว่า 6 พันชีวิต

เช่นเดียวกับกัมพูชาในรอบปี 2560 แม้จะมีรัฐธรรมนูญ มีพรรคการเมืองและมีการเลือกตั้ง ครบเครื่องประชาธิปไตย แต่ขาดสิทธิเสรีภาพที่แท้จริง และขาดระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ ระดับผู้นำพรรคฝ่ายค้านถูกจับกุมคุมขัง บางคนถูกบังคับให้ต้องลี้ภัยในต่างประเทศ และพรรคฝ่ายค้านมีสิทธิโดนยุบ ก่อนที่จะมีเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า ภายใต้ระบอบอำนาจนิยม

ส่วนจีนซึ่งเป็นอภิมหาอำนาจใหม่ของโลก เพิ่งเสร็จสิ้นการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กลายเป็นผู้นำที่มีอำนาจมากที่สุด ประกาศชัดเจนว่า จีนเป็นสังคมนิยมลักษณะพิเศษแบบจีน มีเป้าหมายจะสร้างประเทศให้เข้มแข็ง เป็นสังคมนิยมที่ทันสมัย มั่งคั่งร่ำรวย แต่ก็ไม่ลืมที่จะยืนยันว่า “เป็นประชาธิปไตย” ด้วย คงหมายถึงประชาธิปไตยแบบจีนๆ

เอเชียอีกประเทศหนึ่ง ซึ่งเป็นประชาธิปไตยที่มั่นคง ได้แก่ ญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นการเลือกตั้งใหญ่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พรรคเสรีประชาธิปไตยกับพันธมิตร ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีอาเบะเป็นผู้นำ มีชัยชนะฟ้าถล่ม ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 ด้วยนโยบายสำคัญคือ การประกาศกร้าว จะจับมือกับประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเผชิญหน้ากับคิมจองอึน

ผลการสำรวจความเห็นคนญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่ไม่ชอบและไม่ไว้วางใจอาเบะ แต่ที่ต้องเลือกเขาเป็นผู้นำต่อ เพราะไม่มีตัวเลือกอื่นที่มือถึง เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านแตกเป็นสองพรรค ขณะที่ประเทศยังอยู่ในภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ซ้ำยังถูกท้าทายจากเกาหลีเหนือ เผด็จการน้อยคิมชอบเล่นหวาดเสียว ลูบคมญี่ปุ่นด้วยการยิงขีปนาวุธข้ามหัว

มองนานาประเทศในเอเชียแล้ว กลับย้อนมองดูตัวเอง ปี 2561 เป็นปีแห่งความหวังใหม่ของคนไทย เพราะหัวหน้า คสช. และนายกรัฐมนตรีสัญญาว่า จะมีเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน และคืนสู่ประชาธิปไตย หลังจากที่อยู่ใต้อำนาจนิยมกว่าสี่ปี แต่จะสำเร็จตามที่มุ่งหวังหรือไม่ ขึ้นอยู่กับทุกฝ่าย ทั้งนักการเมืองและประชาชน จะเลือกคนดีหรือคนไม่ดีเข้าสู่อำนาจ.