วันศุกร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปัญหา “มนุษย์ล่องหน”

เมื่อเร็วๆนี้มีการเผยแพร่ข้อมูลจาก โครงการในสังกัดธนาคารโลก (เวิลด์ แบงก์) ที่ชื่อว่า โครงการสำรวจเอกลักษณ์เพื่อพัฒนา (ID4D) เตือนปัญหาคนล่องหนที่ไม่ใช่คนหายตัวได้ แต่ใช้ชีวิตเดินผสมปนเปกับคนทั่วไป

คนเหล่านี้ คือ ผู้ไม่มีบัตรประชาชนหรือบัตรอะไรอื่นเพื่อแสดงตัวตน ตามข้อมูลของไอดี 4 ดี มีอยู่ทั่วโลก มากกว่า 1,100 ล้านคน เทียบกับประชากรทั้งโลก 7,400 กว่าล้านคน ถือว่าไม่น้อยเลย

แม้จะใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่มนุษย์ล่องหนกลุ่มใหญ่นี้ ถือว่าสุ่มเสี่ยงถูกเอารัด เอาเปรียบและถูกกีดกัน รวมทั้งสูญเสียโอกาสเข้าถึงบริการของรัฐ ไม่ว่าการศึกษาและบริการสาธารณสุข

ถิ่นที่อยู่ของคนกลุ่มนี้มีจำนวนมากในทวีปแอฟริกาและเอเชีย และพบว่ามีมากกว่า 1 ใน 3 เป็นเด็กที่สุ่มเสี่ยงตกเป็นเหยื่อทั้งบังคับใช้แรงงานและเป็นเหยื่อแก๊งค้ามนุษย์

ปัญหาของการมีมนุษย์ล่องหนจะมีมากในกลุ่มคนหรือครอบครัวยากจน ถูกกีดกันทางสังคม และพื้นที่เกิดโรคระบาดหรือพื้นที่มีการสู้รบ และเกิดจากหลายปัจจัย แต่ที่สำคัญคือเรื่องระยะทางหรือการอยู่ห่างไกลจากบริการของรัฐในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา เช่น ผู้คนที่อยู่ใกล้ลุ่มแม่น้ำอเมซอนของเขตประเทศเปรู ต้องใช้เวลานั่งเรือ 5 วัน เพื่อไปที่ทำการของรัฐ จึงเป็นอุปสรรคใหญ่ของการไปแจ้งเกิดลูก

หลายครอบครัวไม่รู้ว่าการแจ้งเกิดเป็นเรื่องสำคัญ แต่ก็มีการปกปิดไม่แจ้งเกิดลูกด้วยเหตุผลอื่นๆด้วย เช่น ลูกนอกสมรสและปัญหาการเมืองบางที่ หรืออย่างกรณีมีการปกปิดไม่แจ้งเกิดลูก เพราะพ่อแม่กลัวจะถูกเล่นงานจากการเข้มงวดนโยบายลูกโทนของจีน (ยุคแรกๆก่อนมีการผ่อนปรนภายหลัง)

ไอดี 4 ดี สนับสนุนให้นำเทคโนโลยีช่วยสำรวจและขึ้นทะเบียนเพื่อช่วยคนล่องหนจะไม่ต้องตกเป็นเหยื่อถูกเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป เหมือนอย่างที่หลายองค์กรกำลังพยายามทำในตอนนี้ เช่น องค์กรช่วยเหลือเด็ก “แพลน อินเตอร์เนชันแนล” (Plan International) ที่ทำมาตั้งแต่ปี 2005 ช่วยตามขึ้นทะเบียนเด็กได้มากกว่า40 ล้านคนใน 32 ประเทศ
องค์กรแพลนฯใช้แอพพลิเคชั่นบน

มือถือที่เข้าถึงข้อมูลเกิดและตายของรัฐ ให้ผู้นำหมู่บ้านใช้เก็บและแจ้งข้อมูลเข้าส่วนกลางได้ แต่ไอดี 4 ดี ก็ยอมรับว่าการทำฐานข้อมูลไว้ส่วนกลาง อาจถูกผู้ไม่ประสงค์ดีนำไปใช้ในทางผิดๆ

เรื่องนี้ การหากฎหมายมาป้องกันเรื่องส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญด้วยเช่นกัน.

เกรียงศักดิ์ จุนโนนยางค์