วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สถิตเป็น ‘พลังแผ่นดิน’

แล้วก็ถึงวันที่พสกนิกรไทยทั้งประเทศรู้สึก “ใจหาย” กันทั้งแผ่นดิน

กับภาพที่ตราตรึงไปชั่วชีวิต เริ่มขึ้นในเวลา 07.00 น.วันที่ 26 ตุลาคม กำหนดพระราชพิธีอัญเชิญพระบรมโกศไปยังพระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง โดยริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศตามโบราณราชประเพณี

สมพระเกียรติองค์พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

โดยมีพระราชา พระราชินี เจ้าชาย เจ้าหญิง พระราชวงศ์ ผู้นำจาก 40 กว่าประเทศทั่วโลก เดินทางมาร่วมพระราชพิธีสำคัญในประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรไทย

ถือได้ว่าเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของโลก

ภายใต้บรรยากาศที่สื่อต่างประเทศยังทึ่ง ราชอาณาจักรไทยหนึ่งเดียวเท่านั้น

ตามปรากฏการณ์คลื่นมหาชนที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศของประเทศไทย รวมถึงคนไทยที่อาศัยอยู่ต่างประเทศที่เดินทางกลับมาตุภูมิ เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร “ในหลวงรัชกาลที่ 9”

ขอให้ได้ใกล้ชิด “พ่อของแผ่นดิน” เป็นครั้งสุดท้าย

ตามภาพข่าวที่ผู้คนมาเฝ้ารอกันข้ามวันข้ามคืน เพื่อต่อแถวเข้าจุดคัดกรองในเช้าวันที่ 25 ตุลาคม โดยไม่หวั่นแม้อากาศร้อนอบอ้าวสลับกับสายฝนที่เทกระหน่ำ

มีทั้งลูกเด็กเล็กแดงไปยันคนชรา ไม่เว้นแม้แต่คนพิการ

พูดเสียงเดียวกัน ลำบากแค่นี้ยังไม่ได้เศษเสี้ยวที่ “พ่อ” ทำเพื่อคนไทยมาทั้งชีวิต

จิตวิญญาณ “ลูกไทย” หลอมรวมอย่างน่าอัศจรรย์

และทุกอย่างก็อยู่ในพระเนตรพระกรรณ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณบดินทรเทพยวรางกูร “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เข้าร่วมพระราชพิธี

พระราชทานเบาะรองนั่งเพื่อบรรเทาปัญหาพื้นที่ร้อนระอุ

พร้อมรับสั่งผ่าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. และ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก ขอให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อประชาชนที่เข้าร่วมพระราชพิธีให้ดี

อย่าไปดุ ไปเข้มงวดกับเขามากนัก

สะท้อนถึงพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ ทรงใส่พระทัยในรายละเอียดปลีกย่อยที่เกี่ยวกับทุกข์สุขของราษฎร

และถึงตอนนี้ก็เป็นกระแสที่ฟื้นคืนมาแล้ว

ตามแนวพระราชดำริ “จิตอาสา” ทำดีถวายพ่อ พระราโชบาย “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ที่ช่วยทำให้วัฒนธรรมอันดีงามของความเป็นไทยที่เลือนหายไปเริ่มกลับมาในสังคม

ในอารมณ์ที่ทุกภาคส่วน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนทั่วไปต่างเสนอตัวเป็น “ผู้ให้” โดยไม่หวังผลตอบแทน แบบที่ “พ่อของแผ่นดิน” ทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง

รถ เรือ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง อาสารับส่งประชาชนที่เดินทางเข้าร่วมพระราชพิธีฟรีๆ

“จิตอาสา” กระจายตัวไปทั่วทุกพื้นที่

อาหาร น้ำดื่ม สิ่งของเครื่องใช้ แจกจ่ายกันแบบไม่มีวันหมด

และฉากความสวยงามที่แทรกอยู่ในความอาลัยไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ จุดศูนย์กลางประเทศไทยเท่านั้น

มันเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ

ตามต่างจังหวัดก็มีภาพของพระเมรุมาศจำลองในพื้นที่ต่างๆ ตกแต่งอย่างงดงามตระการตาสมพระเกียรติ สมกับพลังแห่งความจงรักภักดี

รองรับประชาชนที่มีความตั้งใจถวายดอกไม้จันทน์แทบจะทุกหัวระแหง

แรงศรัทธาอาลัยเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ

แน่นอน มันสุดจะกลั้นน้ำตา ข่มอาการใจหาย จากนี้ไปพ่อไม่อยู่ให้เห็นในรูปพระวรกายอีกแล้ว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจน ตามภาพที่คลื่นพลังคนไทยส่งพ่อคืนสู่สวรรคาลัย

มันคือ “พลังแฝง” ที่ยิ่งใหญ่กว่าแสนยานุภาพของอาวุธยุทโธปกรณ์ของชาติมหาอำนาจ

“องค์พ่อภูมิพล” ไม่ได้จากลูกไปไหน

ธ สถิตเป็นพลังแผ่นดินของประเทศไทยอย่างถาวร.

ทีมข่าวการเมือง