วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้อมถวายอาลัย

ณ วินาทีนี้ เป็นห้วงเวลาที่ทุกคนยังรู้สึก “คิดถึง” อยู่เสมอ

อยากจะย้อนบทความบางช่วงบาง ตอนที่ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้เคยตีพิมพ์เรื่อง “พระมหากษัตริย์ นักกีฬา” ถึงพระปรีชาสามารถทางด้านกีฬาของในหลวง รัชกาลที่ 9 ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงได้รับการยกย่องในฐานะ “พระมหากษัตริย์นักกีฬา” ไม่เฉพาะในประเทศไทย แต่นานาประเทศทั่วโลกต่างประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถของพระองค์

ด้วยทรงมี “กีฬา” อยู่ในพระราชหฤทัยและมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการกีฬาไทยเป็นล้นพ้น

นอกจากนั้น ยังทรงกีฬาอื่นๆอีกหลายชนิด เช่น สกีน้ำ, ว่ายน้ำ, เรือกรรเชียง, เรือพาย, แบดมินตัน, ยิงปืน, กอล์ฟเล็ก และเครื่องร่อน เป็นต้น กีฬาที่ทรงเล่นนั้น ส่วนใหญ่เป็นกีฬาที่ไม่ได้ใช้พระกำลังเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความรู้รอบตัว เทคนิค ไหวพริบ และความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เป็นองค์ประกอบ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยกีฬาเรือใบอย่างจริงจัง ประกอบกับมีฝีพระหัตถ์ในงานช่างไม้อยู่แล้ว และไม่โปรดซื้ออุปกรณ์ที่มีราคาแพง จึงทรงเริ่มต่อเรือใบด้วยพระองค์เอง โดยมีอู่ต่อเรือ และสระทดลองเล่นเรือในสวนจิตรลดา ปี พ.ศ.2508 ทรงต่อเรือใบประเภทเอนเตอร์ไพรซ์ 2 ลำ ลำแรกชื่อพระราชทานว่า “ราชปะแตน” ได้หมายเลขแสดงบนใบเรือ E 11111 จากสมาคมเรือประเภทเอนเตอร์ไพรซ์เป็นพิเศษ ลำที่ 2 ชื่อ “เอจี”

ต่อมาทรงตั้งหมวดเรือใบหลวงจิตรลดาขึ้น เพื่อจัดการแข่งขันเรือใบเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากหาดพัทยาไปที่อ่าวด้านเหนือของเกาะล้าน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกัปตันเรือ นำเรือ “ราชปะแตน” ลงแข่งขัน ชนะเลิศได้ที่ 1 นอกจากนี้ยังทรงคิดค้นออกแบบและต่อเรือใบประเภทม็อธ (Moth) จำนวนหลายลำ ระหว่างปี พ.ศ.2509-2510 พระราชทานชื่อเรือมด, เรือซูเปอร์มด และ เรือไมโครมด

ในการแข่งขันกีฬาแหลมทอง (กีฬาซีเกมส์เดิม) ครั้งที่ 4 กีฬาเรือใบแข่งขันทั้งสิ้น 3 วัน วันละ 2 เที่ยว ตั้งแต่วันที่ 11-13 ธ.ค.2510 จัดขึ้นที่อ่าวพัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรือใบเวคา 2 หมายเลขใบเรือ TH 27 พร้อมด้วยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงเรือใบเวคา 1 เข้าแข่งขันเรือใบในประเภทโอเค ดิงกี้

ในวันสุดท้าย 13 ธ.ค.2510 เมื่อครบ 6 เที่ยว รวมคะแนนออกมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญาฯ ทรงมีคะแนนเท่ากัน เสีย 6 คะแนน ชนะเลิศได้เหรียญทอง

พิธีทูลเกล้าฯถวายเหรียญรางวัลผู้ชนะเลิศกีฬาเรือใบประเภทโอเค ดิงกี้ มีขึ้นที่สนามศุภชลาศัย กรีฑาสถานแห่งชาติ ในวันเสาร์ที่ 16 ธ.ค.2510

ต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2529 เห็นชอบให้กำหนดวันที่ 16 ธ.ค.ของทุกปีเป็น “วันกีฬาแห่งชาติ” มาจนถึงปัจจุบันนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณแก่วงการกีฬาไทยอย่างมากมาย ในทุกบริบท พระราชทานไฟพระฤกษ์ในการแข่งขันกีฬาสำคัญๆมาอย่างยาวนาน พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะนักกีฬาไทยเข้าเฝ้าฯ และพระราชทานพระบรมราโชวาทแก่คณะนักกีฬาก่อนไปแข่งขันอันเป็นพลังใจที่ยิ่งใหญ่ของนักกีฬาทุกคน รวมถึงพระราชทานกำลังใจ พระราชทานความห่วงใยให้แก่นักกีฬาไทยที่ไปทำหน้าที่ในเกมต่างๆเสมอมา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการแข่งขันกีฬาสำคัญๆ และทอดพระเนตรนักกีฬาไทยลงชิงชัยหลายครั้ง

ด้วยเหตุนี้ คณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ได้มีมติเอกฉันท์ในการประชุมใหญ่ ครั้งที่ 92 ที่ประเทศตุรกี ให้ทูลเกล้าฯถวายอิสริยาภรณ์โอลิมปิกขั้นสูงสุด แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯได้นำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2530 ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน นับเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับพระเกียรติดังกล่าว

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2543 คณะกรรมการโอลิมปิกสากลยังได้มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล “ลาลาลูนีส คัพ” ซึ่งริเริ่มขึ้นเมื่อปี 2539 เพื่อเป็นสัญลักษณ์สูงสุดของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล ในการเชิดชูและประกาศเกียรติคุณแก่บุคคลที่เคยเป็นนักกีฬาดีเด่น และเป็นแบบอย่างที่ดียิ่งต่อสังคมโลก ซึ่งยังไม่เคยมอบแก่ผู้ใดมาก่อน โดยนายฮวน อันโตนิโอ ซามารานซ์ ประธานไอโอซีขณะนั้น นำคณะเข้าเฝ้าฯทูลเกล้าฯถวายรางวัล “ลาลาลูนีส คัพ” เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2543 ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล

นั่นสะท้อนได้อย่างชัดแจ้งว่า นานาชาติประจักษ์ และรับรู้ ร่วมแสดงความชื่นชมในพระอัจฉริยภาพด้านกีฬาของพระองค์ท่าน

บันทึกไว้บนแผ่นดิน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ วงการกีฬาไทยน้อมถวายอาลัยแด่องค์ “พระมหากษัตริย์นักกีฬา” ของพวกเรา...


พาวเวอร์บอมบ์