วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขยายเวลา แก้เกมไม่มีคนสมัครกกต. กรธ.คาดคงรอดูเชิง ไม่ขอเป็นไม้ประดับ

“สุรชัย” แบะท่าขยายวันรับสมัคร กกต. หลังจากยังไม่มีใครมาสมัครสักราย อ้างตั้งสเปกสูงเพื่อให้ได้คนดีมาคุมเลือกตั้ง ขอร้องใครรู้ตัวมีคุณสมบัติครบช่วยกันเสียสละเพื่อส่วนรวม กรธ.เชื่อไร้ปัญหา แค่ผู้สมัครรอดูเชิงกันอยู่ กรธ.ถกต่อ ข้อห้ามผู้สมัคร ส.ส. พท.วอนหลังงานสำคัญทุกฝ่ายรู้รักสามัคคี ให้อภัยกัน แสดงกตัญญูแด่พ่อของแผ่นดิน “บิ๊กตู่” เซ็นปรับแต่งทีมงานบิ๊ก คสช.อีกรอบ

หลังจากคณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครผู้สมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กกต. แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้มาสมัครแม้แต่รายเดียว ล่าสุดนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ระบุว่าอาจต้องมีการขยายกรอบเวลาการเปิดรับสมัครออกไป พร้อมยืนยันว่าจะไม่กระทบกับโรดแม็ปเลือกตั้งแน่นอน

สนช.แย้มขยายวันรับสมัคร กกต.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 ต.ค. ที่สนามหน้าอาคารมูลนิธิชัยพัฒนา เชิงสะพานพระราม 8 นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ยังไม่มีผู้มาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกรรมการการเลือกตั้ง ว่า เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหา กกต. ต้องไปคิดว่าเป็นเพราะสาเหตุใด และจะต้องทำอย่างไร เบื้องต้นอาจมีการขยายกรอบเวลาการรับสมัคร หากผู้มารับสมัครเตรียมเอกสารไม่ทัน ทั้งนี้การที่ต้องกำหนดคุณสมบัติ กกต.ไว้สูง เพื่อต้องการได้คนดีมาปฏิบัติงาน ทำให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม

ขอร้องผู้มีคุณสมบัติครบเสียสละ

นายสุรชัยกล่าวว่า ยืนยันว่าหากต้องขยายกรอบเวลาการรับสมัครผู้เข้ารับการสรรหาเป็น กกต. จะไม่กระทบต่อโรดแม็ปเลือกตั้ง เนื่องจากกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 10 ฉบับ ยังไม่แล้วเสร็จ และยังไม่ถึงกรอบเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ดังนั้นขอเชิญชวนผู้ที่มีคุณสมบัติครบตามที่กฎหมายกำหนด พอที่จะเสียสละเพื่อส่วนรวม สามารถดูแลบ้านเมือง นำไปสู่การเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรมได้ มาลงรับสมัครเป็นกรรมการการเลือกตั้ง

กรธ.เชื่อผู้สมัครรอดูเชิงกันอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า หลังจากที่ยังไม่มีผู้มาสมัครเป็นกรรมการ กกต. และอาจต้องขยายกรอบเวลาการรับสมัครออกไปนั้น เบื้องต้นทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้พูดคุยกันถึงกรณีดังกล่าว เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหาไม่กระทบต่อโรดแม็ปการเลือกตั้ง เนื่องจากยังมีเวลารับสมัครไปถึงวันที่ 10 พ.ย. และกฎหมายลูกที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งยังไม่เสร็จ ยังเหลือกรอบเวลาการร่างกฎหมายลูกถึงสิ้นเดือน พ.ย. เชื่อว่าหลังจากนี้จะมีคนทยอยมาสมัคร และเนื่องจากคุณสมบัติของ กกต.ที่กำหนดให้สูงขึ้น ทำให้หลายคนอาจกำลังตรวจสอบคุณสมบัติของตนเองให้ถี่ถ้วน ว่าไม่มีตรงไหนติดขัด และอาจยังดูเชิงกันก่อนที่จะสมัครเข้ารับการสรรหา ว่าจะมีใครมาสมัครบ้าง เพราะไม่ต้องการให้ตัวเองเป็นเพียงไม้ประดับ และต้องชัดเจนว่าเมื่อมาสมัครแล้วต้องเป็นตัวจริงเสียงจริง ส่วนเรื่องการขยายกรอบเวลารับสมัครนั้น กรธ.ยังไม่ได้พูดถึงแต่อย่างใด

กรธ.ถกต่อร่าง พ.ร.บ.เลือก ส.ส.

วันเดียวกันเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 24 ต.ค. โดยการประชุมวันนี้ กรธ.ได้พิจารณาประเด็นคุณสมบัติ และข้อห้ามของผู้ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. อาทิ การที่ผู้สมัครไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งระดับท้องถิ่น และระดับชาติ รวมทั้งหาทางออกสำหรับผู้ที่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว แต่ข้อมูลอาจตกหล่นไป ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง โดย กรธ.จะนัดประชุมเพื่อพิจารณารายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 27 ต.ค. เวลา 13.00 น.

“เจตน์” ย้ำไร้สัญญาณคว่ำ ก.ม.ลูก

ขณะที่ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวถึงขั้นตอนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญของ สนช.ต่อจากนี้ ว่า ล่าสุด พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จะส่งถึง สนช. วันที่ 31 ต.ค. สนช.จะเร่งบรรจุเข้าที่ประชุมวันที่ 2 พ.ย. แต่ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีข้อถกเถียงกันแค่ไหน เพราะยังไม่เห็นร่างของ กรธ. ยังไม่รู้ว่า กรธ.จะยอม ป.ป.ช.หรือไม่ในประเด็นใดบ้าง จากนั้นต้องมาดูว่า ที่กรธ.ร่างมามีปัญหาหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่เห็นจึงพูดไปก่อนไม่ได้ ยืนยันว่านอกจากเราจะมีคณะศึกษาล่วงหน้าประสานงานกัน เพื่อจะได้ไม่เสียเวลาเเล้ว กระบวนการพิจารณาเราก็ว่ากันตามเนื้อผ้า ดังนั้น ประเด็นข่าวลือที่ว่า สนช.จะคว่ำกฎหมายลูก ไม่น่าจะมีสัญญาณคว่ำ และไม่เคยได้ยิน รวมถึงไม่มีการล็อบบี้อะไรด้วย

พท.วอนทุกฝ่ายรู้รักให้อภัยกัน

ด้านนายชวลิต วิชยสุทธิ์ อดีตรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าเชื่อว่าสิ่งสำคัญที่สุดหลังจากเสร็จพระราชพิธีสำคัญ คือ การรู้รักสามัคคี เพื่อสร้างความปรองดองของคนในชาติ ซึ่งจะได้ชื่อว่าเป็นผู้กตัญญูกตเวทีแด่พ่อของแผ่นดินอย่างแท้จริง ประเทศและประชาชนบอบช้ำจากความขัดแย้งมามาก จนขาดความเชื่อมั่น ส่งผลให้บ้านเมืองถดถอย ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการต่างประเทศ สมควรที่ทุกฝ่ายจะตั้งสติ หันมาร่วมมือกันแก้ไขปัญหา โดยน้อมนำพระราชดำรัสในหลวงรัชกาลที่ 9 คือ รู้รัก สามัคคี มาปฏิบัติ

แสดงกตัญญูแด่พ่อของแผ่นดิน

นายชวลิตกล่าวอีกว่า ประการสำคัญคือ รัฐบาล และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรน้อมนำคุณธรรมทางศาสนามาประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา โดยคุณธรรมสำคัญ คือ การให้อภัย เมตตา และกรุณา ซึ่งรัฐบาลในอดีตเคยแก้ไขสำเร็จมาแล้ว ขออย่าผลักภาระความเสื่อมโทรม ความถดถอยของบ้านเมืองดังกล่าวให้กับรุ่นลูกรุ่นหลานเป็นผู้แก้ เราควรร่วมกันตั้งเป้าหมายส่งต่อมรดกของบ้านเมืองในสภาพที่ประชาชนในชาติมีความรัก ความสามัคคีกัน ให้รุ่นลูกรุ่นหลานรับช่วงพัฒนาบ้านเมืองต่อไป ก็จะได้ชื่อว่ากตัญญูกตเวทีแด่พ่อของแผ่นดิน

ปรับแต่งทีมงานบิ๊ก คสช.อีกรอบ

รวมถึงมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 6/2560 เรื่อง แต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจของ คสช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้เปลี่ยนแปลงการแต่งตั้งบุคคลปฏิบัติงานใน คสช. ตามประกาศ คสช.ที่ 93/2557 ประกอบด้วย รองเลขาธิการประจำผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. 14 ราย อาทิ พล.อ.อาทร โลหิตกุล เป็นรองเลขาธิการฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.วลิต โรจนภักดี เป็นรองเลขาธิการฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา และแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. 14 ราย อาทิ พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช เป็นที่ปรึกษาฯ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา สั่ง ณ วันที่ 25 ต.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.