วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คาดล้านคน มาถวายพระเพลิงในกรุง 'สนามหลวง' รับได้หลักแสน

เตรียมจัดรถให้ไปปริมณฑล กษัตริย์-ประมุขรัฐมาถึงไทย


สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯพร้อมพระเจ้าหลานเธอ 2 พระองค์ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อันเป็นพระราชพิธีแรกในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตร การประกอบเครื่องสดประดับพระจิตกาธานอย่างใกล้ชิด เผยทีมช่างร่วมกันจัดทำอย่างสุดวิจิตรงดงามที่สุดในชีวิต “พระองค์ที” ทรงเป็นจิตอาสากวาดใบไม้ที่สุสานหลวงวัดราชบพิธ แหวกวงล้อมประชาชนประทานขนมแก่เด็ก กษัตริย์จิกมีและสมเด็จพระราชินีแห่งภูฏานพร้อมพระโอรส เสด็จฯถึงไทยเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว คลื่นประชาชนล้นหลามหลั่งไหลเข้ามณฑลพิธีท้องสนามหลวงทุกจุดคัดกรองตั้งแต่เช้ามืด ยอมทนแดดร้อน ขอนั่งรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศจนเต็มหมดทุกพื้นที่ หลายคนกอดพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอก หลั่งน้ำตาดีใจได้ร่วมในพระราชพิธีและถวายอาลัยครั้งสุดท้าย จัดจิตอาสาชุดพิเศษแต่งราชปะแตนให้สัญญาณถวายความเคารพ พสกนิกรทั่วไทยพร้อมถวายดอกไม้จันทน์ส่งเสด็จรัชกาลที่ 9 สู่แดนสรวง คาดคนในกรุงถวายพระเพลิง 1 ล้านคน

พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เริ่มขึ้นตามโบราณราชประเพณีไทยแล้วเมื่อวันที่ 25 ต.ค. ท่ามกลางเหล่าพสกนิกรไทยนับแสนคนจากทั่วประเทศ ที่ล้วนมีหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความภักดีต่อ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” และต้องการเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยครั้งสุดท้าย ร่วมถวายดอกไม้จันทน์ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่พระเมรุมาศจำลองตามจุดต่างๆ รอบมณฑลพิธีท้องสนามหลวง หลั่งไหลเดินทางเข้าพื้นที่กันตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23-24 ต.ค. โดยกระจายกันนั่งรอนอนรอข้ามวันข้ามคืน ใกล้จุดคัดกรองรอบสนามหลวง ยอมกรำฝนและนั่งตากแดดเพื่อเข้าไปจับจองที่นั่งรับเสด็จ “ในหลวงรัชกาลที่ 10 และพระบรมวงศานุวงศ์” กับชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ที่จะเริ่มขึ้นในเช้าวันที่ 26 ต.ค. และรอเวลาสำคัญที่จะส่งเสด็จพระผู้ทรงธรรมสู่สวรรคาลัยในช่วงเย็นวันเดียวกัน ด้วยหัวใจที่วิปโยคโศกเศร้าและดั่งใจสลายสุดอาลัยอย่างที่สุด

ขณะที่เหล่ากษัตริย์ พระราชวงศ์ ประมุขรัฐ ตลอดจนบุคคลสำคัญกว่า 40 ประเทศ เริ่มทยอยเดินทางมาเข้าร่วมพระราชพิธียิ่งใหญ่ โดยภาพประวัติศาสตร์ของราชประเพณีโบราณไทยในการถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ และภาพการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีของเหล่าพสกนิกรที่เกิดขึ้นในทุกหย่อมหญ้าทั่วไทยครั้งนี้ ได้ถูกถ่ายทอดสดแพร่ภาพสู่สายตาผู้คนหลายร้อยล้านคนทั่วทุกทวีป ให้ประจักษ์ในเหตุการณ์สำคัญของคนไทย ที่จะต้องถูกจารึกไว้เป็นประวัติศาสตร์สำคัญครั้งหนึ่งของโลก

อัญเชิญเครื่องสดประดับ

ที่พระบรมมหาราชวัง เมื่อเวลา 04.30 น.วันที่ 25 ต.ค. นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง นำเจ้าหน้าที่จิตอาสาขนแผงตาข่ายดอกไม้สดประดับชั้นเรือนยอดพระจิตกาธาน ขนาด 3.5 เมตร ที่ทีมเจ้าพนักงานฝ่ายในของราชสำนักได้บรรจงประดิษฐ์ร้อยแผงตาข่ายด้วยดอกรัก ประดับด้วยดอกเข็มประดิษฐ์สีแดงเลื่อมสีทอง จำนวน 4 แสนดอก จากเหล่าจิตอาสาและประชาชนช่วยกันจัดทำขึ้นมาทูลเกล้าฯถวาย โดยอัญเชิญจากพระบรมมหาราชวัง ผ่านประตูอนงคลีลา ประตูวิเศษไชยศรี ขึ้นประกอบชั้นเรือนยอดบนพระจิตกาธาน พระเมรุมาศ

ทีมช่างกราบบังคมทูลลา

ขณะที่กลุ่มช่างผู้จัดทำเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ที่ประกอบด้วยช่างราชสำนัก สกุลช่างแทงหยวก ตัวแทนช่างฝีมือ 4 ภาค ศิษย์เก่าโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ที่รวมตัวปฏิบัติงานด้านแทงหยวกกดพิมพ์ถอมะละกอดิบ งานดอกไม้สด ดอกไม้ประดิษฐ์ ที่โรงโขน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ มา 6 วัน ได้ร่วมกันทำพิธีกล่าวคำกราบบังคมทูลลาและถวายเป็นพระราชกุศล หลังเสร็จสิ้นงานเครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ที่ร่วมกันจัดอย่างวิจิตรงดงามที่สุดในชีวิต

พระเทพฯ ทอดพระเนตรทุกขั้นตอน

ในเวลาประมาณ 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินส่วนพระองค์ ไปยังพระจิตกาธาน พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ทอดพระเนตรการประกอบเครื่องสดประดับพระจิตกาธานอย่างใกล้ชิด โดยช่างได้นำงานเครื่องสดฝีพระหัตถ์ที่ทรงกรองดอกไม้ และแทงหยวกประดับพระจิตกาธาน ขึ้นประกอบบนชั้นเรือนยอด ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงฉายพระรูป และทอดพระเนตรการติดตั้งเครื่องสดอย่างละเอียดแล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

คนแห่นั่งใกล้ประตูเทวาภิรมย์

ในส่วนคลื่นประชาชนที่หลั่งไหลเดินทางกันเข้ามาที่บริเวณสนามหลวงและนอนค้างวันค้างคืนกันมาหลายวัน เพื่อรอเข้าร่วมพระราชพิธีครั้งสำคัญที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-29 ต.ค.นั้น ที่จุดคัดกรองที่ 2 ท่าช้าง เวลา 04.00 น. หลังจากเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประชาชนเดินทางเข้ามาปักหลักชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศและร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีประชาชนเข้าแถวผ่านจุดคัดกรองเป็นจำนวนมาก และผู้ที่ผ่านขั้นตอนการตรวจสอบจะได้รับสติกเกอร์ให้เข้าไปในจุดดังกล่าว โดยพื้นที่ด้านท่าช้าง ยาวไปจนถึงท่าเตียนและต้องนั่งอยู่บนฟุตปาทของถนนมหาราช จุดที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษและตรงเข้าจับจองพื้นที่คือบริเวณด้านหน้าประตูเทวาภิรมย์ เนื่องจากริ้วขบวนจะเริ่มเคลื่อนขบวนที่ประตูดังกล่าว จนช่วงสายแดดเริ่มร้อนประชาชนนำร่มมากางบังแดดเป็นแนวยาว มีหน่วยจิตอาสาต่างๆเข้ามาคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

กอดพระบรมฉายาลักษณ์แนบอก

ส่วนที่หน้าโรงแรมรอแยล รัตนโกสินทร์ ประชาชนที่มานั่งรอและตากฝนทั้งคืน เริ่มตั้งแถวตั้งแต่เวลา 04.30 นาที เข้าจุดคัดกรองที่ 4 หน้าแม่พระธรณีบีบมวยผม เจ้าหน้าที่เปิดช่องทางตรวจรักษาความปลอดภัยตั้งแถว 3 เส้นทาง บริเวณแนวถนนอัษฎางค์ทั้งฝั่งซ้ายและขวา และบริเวณถนนราชดำเนินกลางหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ แถวยาวไปถึงบริเวณผ่านฟ้าลีลาศ ตัดเลี้ยวขวาป้อมมหากาฬ ท้ายแถวอยู่บริเวณแยกสำราญราษฎร์ ถนนมหาชัย ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร โดยจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกนำยาดมแจกจ่ายประชาชนจัดระเบียบการเรียงแถวเข้าคิว โดยประชาชนส่วนใหญ่นำพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ติดตัวมาเพื่อส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย ขณะที่หน่วยแพทย์และพยาบาลของโรงพยาบาลราชวิถี คอยช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลมหน้ามืด จากการเบียดเสียดของคนจำนวนมาก รวมถึงทีมกู้ภัยของมูลนิธิร่วมกตัญญูนำเปลสนามคอยดูแลประชาชนที่เป็นลม

ยอมนั่งตากแดดตากฝน

น.ส.อาภรณ์ โสภณชีวิณ อายุ 64 ปี กล่าวระหว่างรอคิวที่หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ว่า เป็นแม่ค้าขายอาหารอยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัยบูรพาบางแสน จ.ชลบุรี ตั้งใจเดินทางมาร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย มาตั้งแต่ 07.00 น. วันที่ 24 ต.ค. นอนตากแดดตากฝนด้วยความตั้งใจ เพื่อมาร่วมส่งพระองค์ท่านเป็น ครั้งสุดท้าย ถึงแม้จะกินเจก็ได้เตรียมอาหารเจและน้ำมาเพื่อรับประทานระหว่างรอพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ตั้งใจว่าจะอยู่ถึงวันที่ 28 ต.ค. ที่ผ่านมาติดตามการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศผ่านทางโทรทัศน์ รู้สึกเศร้าสะเทือนใจ หากมีใครถามถึงความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ท่าน ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้ เพราะเสียใจจนพูดไม่ออก

หลั่งน้ำตาได้ร่วมพระราชพิธี

สำหรับบรรยากาศที่จุดคัดกรองที่ 4 แม่พระธรณีบีบมวยผม หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ในเวลา04.00 น. เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กมาจัดเป็น 3 ช่องเพื่อเป็นช่องทางให้ประชาชนเดินเข้าไปในจุดคัดกรอง ทำให้เกิดการเบียดเสียดกันชั่วขณะ ก่อนเปิดให้ประชาชนเข้าผ่านจุดตรวจพร้อมติดสติกเกอร์สัญลักษณ์ไว้ที่หน้าอก

นายธนกร จินดาศรี ผู้ผ่านจุดตรวจเป็นคนแรก กล่าวทั้งน้ำตาว่า เดินทางมาตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค. จองที่พักไว้ที่โรงแรมรัตนโกสินทร์ มาต่อแถวเพื่อเข้าร่วมพิธี ความรู้สึกรักพระองค์ไม่อาจกล่าวเป็นคำพูดได้ ภูมิใจที่ได้เกิดในรัชกาลที่ 9 สำหรับจุดคัดกรองนี้เปิดให้ประชาชนเข้าจนกระทั่งเวลา 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ปิดชั่วขณะเนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีประชาชนเดินทางเข้าไปจนเต็มพื้นที่

ปชช.เต็มพื้นที่หน้าธรรมศาสตร์

ขณะที่จุดคัดกรองที่ 8 บริเวณท่าพระจันทร์ ด้านประตูทางออกมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประชาชนมาเข้าแถวรอคิวกันตั้งแต่กลางดึกของวันที่ 24 ต.ค. ยาวไปจนถึงท่าน้ำท่าพระจันทร์ ประชาชนทุกคนที่จะเข้ามาภายในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง จะต้องผ่านจุดคัดกรองตรวจกระเป๋า บัตรประชาชน และลงทะเบียนอย่างละเอียด พร้อมกับรับสติกเกอร์เข้าพื้นที่ ประชาชนส่วนใหญ่ได้เตรียมนำอาหารน้ำดื่ม และอุปกรณ์กันฝนกันแดดมาจากบ้าน หรือต้องการจะเดินทางออกนอกพื้นที่ จะต้องคืนสติกเกอร์กับเจ้าหน้าที่ โดยจุดหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีจิตอาสานำอาหารและน้ำดื่มมาแจกจ่ายให้ประชาชนด้วย

ตั้งใจมาส่งเสด็จครั้งสุดท้าย

นายวิศิษย์ศักดิ์ วิศิษฎ์สินธพ อายุ 25 ปี ชาว จ.นครปฐม เดินทางมาจากบ้านกับเพื่อนตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค. กล่าวว่า แม้ว่าบ้านจะไม่ห่างจากสนามหลวงมากนัก แต่ก็รีบมาจับจองพื้นที่โดยได้เตรียมอาหาร น้ำดื่ม มาจากบ้านให้เพียงพอในเวลา 3 วัน เพื่อที่จะให้ใกล้ชิดพระองค์และร่วมส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้ายให้มากที่สุด ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาฝนตกเกือบตลอด แต่ได้หลบฝนอยู่ตามชายคา ของร้านค้า แม้จะเปียกปอนไปทั้งตัว ก็อดทน เพราะอยากเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีครั้งสำคัญนี้

แอร์สาวบินตรงจากแดนจิงโจ้

น.ส.ชลธิชา ทรัพย์เพิ่มเสถียร อดีตแอร์โฮสเตสสายการบินแห่งหนึ่ง กล่าวว่า มากับเพื่อนๆเพิ่งเดินทาง มาจากประเทศออสเตรเลีย ลงเครื่องเมื่อตี 1 แล้วเดินทางเข้ามาจับจองพื้นที่ ที่ด้านประตูเทวาภิรมย์ ผ่านจุดคัดกรองท่าช้าง เพราะต้องการที่จะมาส่งเสด็จ เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 13 ต.ค.2559 ไม่ได้อยู่เมืองไทย แต่ทราบข่าวจากโทรทัศน์ รู้สึกเสียใจมาก แม้ว่าจะไม่เคยเฝ้ารับเสด็จในหลวง ร.9 แต่ก็รักและเทิดทูนพระองค์ท่านมาก เมื่อมีโอกาสจึงอยากที่จะเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่แสดงออกถึงความจงรักภักดี มาส่งเสด็จเป็นครั้งสุดท้าย ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลารอนานก็ได้เตรียมทั้งอาหาร น้ำดื่ม พร้อมไว้แล้ว

สะพานพระปิ่นเกล้าคนล้นหลาม

ที่จุดคัดกรอง 9 ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ข้าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝั่งทิศเหนือ เริ่มเปิดให้ประชาชนผ่านจุดตรวจเข้าพื้นที่ตั้งแต่เวลา 04.00 น. เร็วกว่ากำหนดเดิม 1 ชม. ประชาชนตั้งแถว 2 แถว บนฟุตปาทยาวไปตามถนนพระอาทิตย์ ถึงเวลา 02.00 น. หางแถวยาวไปถึงแยกบางลำพู ทุกคนที่ จะผ่านจุดคัดกรองจะรับสติกเกอร์ติดอกเสื้อ แสดงบัตรประชาชนเดินผ่านเครื่องสแกนตรวจอาวุธ ถ่ายรูป มีการตรวจกระเป๋าสัมภาระอย่างละเอียด จากนั้น เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องสแกนบัตรประชาชนสมาร์ทการ์ดจำนวน 12 เครื่อง บันทึกข้อมูลหากไม่ได้นำบัตรประชาชนมาให้ใช้ใบขับขี่ หรือบัตรที่ทางราชการออกให้เพื่อบันทึกด้วยมือลงคอมพิวเตอร์ ก่อนเดินผ่านหน้าโรงละครแห่งชาติเข้าไปพื้นที่รอบสนามหลวง หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

9โมงเช้าหางแถวยาวถึงบางลำพู

เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลจุดคัดกรอง ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า เปิดเผยว่าจุดนี้จะรองรับประชาชนที่เดินเท้าเข้ามาจากถนนพระอาทิตย์ ถนนจักรพงษ์ และเดินข้ามฝั่งลงมาจากสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า แต่หากมารถยนต์กับมอเตอร์ไซค์ทางถนนเจ้าฟ้าจะให้เลี้ยวขวาเข้าถนนพระอาทิตย์เพื่อเข้าแถวรอคิวผ่านจุดคัดกรอง ซึ่งจนถึงเวลา 09.00 น. หางแถวยังรอคิวยาวถึงแยกบางลำพู ส่วนรถเจ้าหน้าที่ที่มาตามถนนเจ้าฟ้าจะให้เลี้ยวซ้ายเข้ามหาวิทยาลัยธรรม ศาสตร์ รวมทั้งสื่อมวลชนจะผ่านจุดนี้เข้าไปที่ศูนย์สื่อมวลชนหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจุดนี้ปล่อยให้ประชาชนผ่านเข้าไปกว่า 2 พันคน จึงปิด ชั่วคราว เพราะด้านในเริ่มแน่น ได้ประกาศแจ้งประชาชนที่ยังปักหลักรอให้ไปที่ถนนราชดำเนินกลาง เพื่อไปเข้าจุดคัดกรองแม่พระธรณี

เอื้อเฟื้อคนพิการให้ลัดคิวได้

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ส่วนที่บริเวณแยกอรุณอมรินทร์ก่อนขึ้นสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้าปิดการจราจรตั้งแต่ 05.00 น. มีประชาชนต่างทยอยเดินเท้าขึ้นสะพานเพื่อข้ามไปร่วมพิธีในท้องสนามหลวง อย่างต่อเนื่อง ระหว่างทางมีจิตอาสา และผู้ใจบุญนำน้ำ อาหาร ลูกอม พัดแจกระหว่างทางก่อนขึ้นสะพานและแม้จะมีประชาชนจำนวนมากเข้าแถวรอคิวผ่านจุดตรวจยาวเหยียดสุดสายตา แต่ทุกคนก็ยืนรอคิวด้วยสีหน้ามีความสุขที่จะได้เข้าไปรอร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ หลายคนเดินถือพระบรม ฉายาลักษณ์ไว้ในมือด้วยความทะนุถนอม ส่วนใหญ่บอกว่าออกมาจากบ้านตั้งแต่เที่ยงคืน ส่วนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จะมานอนอยู่ในพื้นที่รอบนอกสนามหลวงได้ 1-2 วันแล้ว ซึ่งแม้คนจะหนาแน่นมาก แต่การเข้าคิวก็ยังเอื้อเฟื้อให้คนพิการได้ลัดคิวเข้าจุดคัดกรอง

แม้ตาบอดแต่หัวใจสุดจงรักภักดี

ในจำนวนผู้มาเข้าแถวในจุดคัดกรองจุดนี้มี “ยายแหม่ม” น.ส.พรทิพย์ แต้สุวรรณ อายุ 57 ปี ที่ดวงตาบอดทั้ง 2 ข้าง มี “น้องเซฟ” หลานชายอายุ 4 ขวบ เดินจูงมือมาเข้าจุดคัดกรอง กล่าวว่า ตาบอดจากต้อหินทั้ง 2 ข้างมานาน 14 ปีแล้ว แต่อยากมาเพราะรักในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ออกเดินทางจากบ้านที่วัดเกาะวังไทร อ.เมือง จ.นครปฐม มานอนอยู่ข้างคลองหลอด 3 วันแล้ว ฝนตกลำบากมากแต่ก็ทนได้ หลานชายก็ไม่ได้งอแง เพราะอยู่กับยายมานาน แม่คลอดแล้วทิ้งไว้ให้เลี้ยงนานแล้ว มาอยู่ข้างสนามหลวง มีคนเอาข้าวเอาน้ำมาให้เพราะสงสาร

หอบลูก 5 เดือนเตรียมเสบียงพร้อม

นอกจากนี้ ยังมีนางปณิฐาณ์ อัครมหาฐีร อายุ 41 ปี อุ้มลูกสาววัย 5 เดือน พร้อมจูงลูกชายวัย 5 ขวบ ขณะที่อีกมือเข็นรถเข็นเด็กมีสัมภาระสำหรับเด็กและน้ำ นม กล้วยเป็นเสบียงเดินเท้าข้ามสะพานพระปิ่นเกล้าท่ามกลางแดดที่ร้อน ทำให้ลูกสาวตัวน้อยร้องเป็นระยะจนต้องหยุดปลอบเป็นช่วงๆ พร้อมให้สัมภาษณ์ว่า ขับรถส่วนตัวพาลูก 2 คนออกจากบ้านที่ศรีราชา จ.ชลบุรี ตั้งแต่ 8 โมงเช้าของวันนี้ มาถึงประมาณเที่ยงและจอดรถไว้ที่พาต้า ก่อนเดินเท้าข้ามสะพานพระปิ่นเกล้ามา จะพยายามเข้าไปให้ได้ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ สามีต้องทำงานจึงไม่ได้มาด้วย และไม่ได้ห้าม ทั้งไม่มีใครดูแลลูก จึงต้องพามา ก่อนหน้าก็พากันมาเช่นนี้มากราบสักการะหลายครั้ง ครั้งนี้เป็นความตั้งใจอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมพระราชพิธีครั้งสำคัญในชีวิต และขอให้ได้มาเป็นส่วนหนึ่งที่ได้ส่งเสด็จพระองค์สู่สวรรคาลัย โดยจะอยู่จนเสร็จสิ้นพระราชพิธีช่วงดึกคืนวันที่ 26 ต.ค.

จนท.ปูเบาะให้ ปชช.รอบวัง

ส่วนการจัดการบริเวณด้านในสนามหลวง ตั้งแต่ก่อนเวลาที่จะเปิดให้ประชาชนผ่านจุดคัดกรองเพื่อเข้าสู่บริเวณสนามหลวง ในเวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่ได้จัดการนำเบาะฟูกปูให้แก่ประชาชนที่จะเข้ามาเฝ้าชมพระราชพิธีครั้งสำคัญครั้งนี้ เกือบเต็มพื้นที่ถนนราชดำเนินใน บริเวณหน้าศาลฎีกา เกือบถึงศาลหลักเมือง พร้อมติดตั้งพัดลมเหล็กเครื่องใหญ่บริเวณด้านหลัง นอกจากนี้ ยังได้ติดตั้งพัดลมเหล็กรอบกำแพงพระบรมมหาราชวัง จัดให้ประชาชนได้นั่งริมฟุตปาทด้านหน้ากำแพงพระบรมมหาราชวังตั้งแต่บริเวณตลอดถนนท้ายวังจนถึงประตูเทวาพิทักษ์ พระบรมมหาราชวังอีกด้วย

แจกอาหารพระราชทานมื้อเช้า

จากนั้น ในเวลา 06.52 น. เจ้าหน้าที่เริ่มแจกอาหารพระราชทาน เป็นข้าวไข่ต้ม กับกะเพราหมูสับ และข้าวขาหมู กุนเชียงทอด รวมทั้งก๋วยเตี๋ยวผัดซีอิ๊ว พร้อมน้ำดื่มแก่ประชาชนที่อยู่ในบริเวณสนามหลวงโดยรอบ พร้อมแจ้งว่าจะมีอาหารครบ 3 มื้อ และในบริเวณจุดคัดกรองบางแห่ง เช่น บริเวณจุดคัดกรองแยกวัดพระเชตุพน ได้แจกอาหารและน้ำดื่มแก่ประชาชนในตอนที่เข้ามาตั้งแต่แรกเลย และตลอดถนนท้ายวัง บนทางเท้าทั้งสองฝั่งของถนนสนามไชย ตั้งแต่บริเวณหน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน จนถึงหน้ากระทรวงกลาโหม มีประชาชนเข้ามาจับจองที่นั่งโดยในส่วนที่มีพื้นที่ว่าง เจ้าหน้าที่ก็ได้จัดประชาชนมานั่งให้เต็มพื้นที่

พระองค์ทีทรงเป็นจิตอาสา

เวลา 10.00 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ทรงร่วมทำกิจกรรมจิตอาสาเฉพาะกิจ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยฉลองพระองค์เสื้อคอโปโลสีดำพระราชทาน ผูกผ้าพันคอสีเหลือง ฉลองพระมาลาสีฟ้า เป็นเครื่องแบบจิตอาสาพระราชทาน เมื่อเสด็จถึงได้ถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วเสด็จไปพระอุโบสถ ทรงกราบพระพุทธอังคีรส พระประทาน ก่อนถวายสังฆทานแด่สมเด็จพระสังฆราช

ทรงกวาดใบไม้สุสานหลวง

จากนั้นทรงพระดำเนินยังสุสานหลวง ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะสถูปอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา อันเป็นที่บรรจุสรีรางคารของราชสกุลมหิดล และพระดำเนินไปอนุสาวรีย์เจ้าจอมมารดาอ่วม ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะ ภายในบรรจุสรีรางคารของเจ้าจอมมารดาอ่วม พิศลยบุตร และพระโอรสรวมทั้งสมาชิกสายราชสกุลกิตติยากร พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงกวาดใบไม้ที่สุสานหลวง และทำความสะอาดประตู กระจกหน้าต่างอนุสรณ์สถานรังษีวัฒนา และทำความสะอาดประตูสุนันทานุสาวรีย์ ก่อนที่จะทาสีรั้ว ทรงประทานขนม น้ำดื่มแก่ประชาชน

ทอดพระเนตรพระเมรุมาศ

เวลา 11.30 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ เสด็จยังศาลหลักเมือง ประทานอาหาร น้ำดื่ม ขนมปัง คุกกี้ และยาดม ให้กับประชาชนที่มาเฝ้ารอชมริ้วขบวนและร่วมพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9 ทันทีที่เสด็จถึงทรงโบกพระหัตถ์ พร้อมกับแย้มพระสรวลให้กับประชาชนที่รอเฝ้ารับเสด็จ จากนั้นพระดำเนินแจกสิ่งของให้ประชาชน จากหน้าศาลหลักเมืองไปจนถึงบริเวณหน้าศาลฎีกา ก่อนเข้าไปทอดพระเนตรพระ เมรุมาศ ตลอดเส้นทางมีประชาชนได้กล่าวคำว่า ทรงพระเจริญเป็นระยะๆ

แหวกฝูงชนประทานขนมให้เด็ก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทรงประทานขนมอยู่นั้น “องค์ที” ทอดพระเนตรเห็นเด็กหญิง 2 คนอายุระหว่าง 4 ขวบ และ 6 ขวบ ที่นั่งอยู่กับผู้ปกครองกลางฝูงชน ตรงหน้าศาลหลักเมือง ทรงขออนุญาตประชาชนที่นั่งอยู่แหวกวงล้อมเข้าไปนำขนมและน้ำดื่มส่งให้ถึงมือเด็กหญิงทั้ง 2 คน สร้างความปลาบปลื้มให้กับนายสุกัญ บุญเรือง อายุ 46 ปี ชาว จ.นครพนม พ่อของเด็กหญิงทั้ง 2 อย่างยิ่ง และกล่าวด้วยใบหน้าปลื้มปีติว่า เดินทางมากับครอบครัวตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. มาพักที่ริมคลองหลอด 2 วันที่ผ่านมา ลูกทั้งสองต่างเปียกปอน แต่ก็อดทน กระทั่งทราบว่าองค์ทีจะเสด็จมาหน้าศาลหลักเมือง จึงพาลูกมารับเสด็จ ไม่คิดว่าพระองค์จะมีความเมตตากับลูกๆ ทรงเดินเข้ามาประทานขนมให้ สร้างความปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ ไม่คิดไม่ฝันว่าครอบครัวจะได้มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ได้ขนาดนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะจดจำไปตลอดชีวิต ขณะที่ ด.ญ.ชลธิชา บุญเรือง อายุ 6 ขวบ กล่าวว่า ตื่นเต้นมากที่ได้รับขนมจากองค์ที ดีใจ จะกินขนมไม่ให้เหลือ ไม่คิดว่าพระองค์จะเดินเข้ามาหา

แถลงความพร้อมพระราชพิธี

เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน กอร.พระราชพิธีได้แถลงข่าวการเตรียมความพร้อมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ การอำนวยความสะดวกและ การดูแลประชาชนที่เข้าร่วมในงานพระราชพิธีที่ศูนย์สื่อมวลชน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมี พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร และนายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ เข้าร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้

ปิดเข้าชั่วคราวจุดคัดกรอง

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. กล่าวว่า สำหรับพื้นที่รองรับประชาชนด้านในสนามหลวงและรอบพระบรมมหาราชวัง รองรับประชาชนได้ 100,000 คน จากข้อมูลเบื้องต้นเมื่อเวลา 10.00 น. มีประชาชนเข้าพื้นที่จำนวน 23,000 คน จุดคัดกรองที่ประชาชนเข้ามามากที่สุด ได้แก่ แยกสะพานช้างโรงสี รองลงมาคือ แม่พระธรณีบีบมวยผมและจุดคัดกรองทั้ง 9 จุด ได้หยุดให้ประชาชนเข้าชั่วคราว ให้เจ้าหน้าที่ได้ปรับปรุงพื้นที่ภายในเนื่อง จากพื้นที่บางส่วนมีน้ำขังและเปิดให้ประชาชนเข้าอีกครั้งภายหลังปรับพื้นที่เสร็จในเวลา 20.00 น. พร้อมยืนยันพื้นที่ด้านในยังคงสามารถรองรับประชาชนได้อีกเรื่อยๆ จนกว่าจะเต็มพื้นที่ ในวันที่ 26 ต.ค. เวลา 05.00 น. จะปิดการจราจรเพิ่มเติมในระยะที่ 3 จำนวน 42 เส้นทาง

จัดจิตอาสาพิเศษถวายความเคารพ

ด้านนายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า กอร.พระราชพิธีฯ จัดจิตอาสาเฉพาะพิเศษ 50 คน ประจำจุดโดยรอบพื้นที่สนามหลวงจุดละ 2 คน ดูแลความเรียบร้อยของประชาชน พร้อมส่งสัญญาณในการถวายความเคารพ เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงกัน โดยสามารถสังเกตได้จากการแต่งกายชุดราชปะแตนเต็มยศ จะประจำจุดโดยรอบพื้นที่สนามหลวง

เตรียมอาหาร-น้ำดื่มบริการ ปชช.

ขณะที่การอำนวยความสะดวกของประชาชน นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้ช่วยปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.จัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มจำนวน 650,000 ชุดต่อวัน เพื่อรองรับประชาชนที่เข้าร่วมงานพระราชพิธี โดยจะกระจายไปยังจุดต่างๆ โดยรอบสนามหลวง พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ที่มีอยู่โดยรอบพื้นที่ กทม. สำหรับสถานที่พักค้าง กทม.ได้จัดไว้ จำนวน 164 แห่ง รองรับประชาชนได้จำนวน 27,000 คนต่อวัน ประชาชน รับบริการได้ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนและเครื่องนอนไปติดต่อได้ตามจุดต่างๆที่จัดเตรียมไว้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 1555 นอกจากนี้ยังติดตั้งกล้องวงจรปิดประมาณ 5 หมื่นตัวรอบพื้นที่ กทม. พร้อมจัดเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างเต็มที่

ปิดถนนรอบลานพระรูป

สำหรับบรรยากาศบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า มีการสร้างพระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้ประชาชนได้มาร่วมพิธีถวายดอกไม้จันทน์นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวันของวันที่ 25 ต.ค. ได้มีการปิดถนนบริเวณโดยรอบดังกล่าว และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารอยู่ประจำจุดเพื่อรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด รวมทั้งมีจิตอาสาทยอยเดินทางมาสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนเข้ามาปฏิบัติหน้าที่กัน แต่ยังมีประชาชนเข้ามาในพื้นที่ค่อนข้างบางตา โดยส่วนใหญ่จะเป็นจิตอาสาที่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในหน้าที่ต่างๆ

หนูน้อยวัย 2 ขวบเศษเป็นจิตอาสา

นอกจากนี้ ยังมีว่าที่ ร.ต.ญ.พรทิพย์ ไชยจันทร์ดี คุณแม่วัย 29 ปี นำบุตรสาว “น้องพริ้มเพรา” ด.ญ.พรปวีร์ ฝูงสกุลวณิชย์ วัย 2 ขวบ 4 เดือน มาร่วมทำหน้าที่เป็นจิตอาสา ร่วมกันอำนวยความสะดวก ทั้งแจกยาดม ผ้าเย็น น้ำ และอื่นๆให้กับประชาชนที่มาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ว่าที่ ร.ต.ญ.พรทิพย์กล่าวว่า ส่วนตัวมาเป็นจิตอาสาในกลุ่มงานประเภทประชาสัมพันธ์ และตั้งใจนำน้องพริ้มเพรามาร่วมเป็นจิตอาสาในครั้งนี้ด้วย จุดประสงค์อยากให้เขามีส่วนร่วมในการเป็นจิตอาสาทำดีเพื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นการช่วยปลูกฝังให้ลูกทำดีเพื่อสังคมควบคู่กันไป สำหรับน้องพริ้มเพรา เป็นจิตอาสามาตั้งแต่วันที่ 24 ตุลาคม เท่าที่สังเกตลูกชอบที่จะทำกิจกรรมโดยไม่รู้สึกเหนื่อยเลย ก่อนหน้านี้ตนได้พาน้องไปกราบสักการะแสดงความอาลัยในหลวงรัชกาลที่ 9 มาแล้วด้วย

ดีใจได้ร่วมทำซุ้มดอกไม้ประดับ

ขณะที่ น.ส.ศรันยา มากมณี อายุ 42 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ย่านสะพานใหม่ กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เดินทางออกจากบ้านพักตั้งแต่เช้าตั้งใจว่าจะไปเป็นจิตอาสาช่วยงานที่ท้องสนามหลวง แต่พอลงรถตู้ที่บริการรับส่งฟรีที่วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เห็นเจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครกำลังช่วยกันจัดทำซุ้มดอกไม้ประดับบริเวณหน้าวัด และตลอดแนวถนนราชดำเนินนอก เจ้าหน้าที่บอกต้องทำอีกเยอะ ต้องทำกันทั้งคืน ยังขาดคนอีกมาก จึงช่วยทำงานอยู่ที่จุดนี้ รู้สึกภูมิใจ อย่างน้อยก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการทำความดีเพื่อน้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ขณะที่เส้นทางเสด็จตลอดถนนราชดำเนินนอก ก็จะมีความสวยงามสมพระเกียรติ

น้อมรับกระแสรับสั่ง “ในหลวงร.10”

ที่กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช (กอร.พระราชพิธีฯ) กระทรวงกลาโหม เวลา 12.00 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวหลังเป็นประธานการประชุม กอร.พระราชพิธีฯ ว่า ภาพรวมเรียบร้อยดี ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด กำชับเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนให้ดูแลพี่น้องประชาชนให้มีความสุขมากที่สุด ตามกระแสพระราชดำรัสสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กอร.พระราชพิธีฯ ได้จัดเตรียมร่มอำนวยความสะดวกให้ประชาชนหากมีฝนตกลงมา อยากให้ประชาชนช่วยเตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝนมาด้วย สำหรับพื้นที่รองรับประชาชน กอร.พระราชพิธีฯจะขยายพื้นที่รองรับประชาชนที่หลั่งไหลมามาก โดยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ได้ประเมินตัวเลขประชาชนเข้าร่วมพระราชพิธีในส่วนกลางประมาณ 250,000 คน

ให้ดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

ด้าน พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการขยายพื้นที่เพื่อรองรับประชาชนว่า พล.อ.ประวิตรสั่งการให้เปิดพื้นที่เพิ่มเติมบริเวณติดกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านถนนมหาราช ถนนท้ายวัง และถนนที่ผ่านหน้าวงเวียนหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) มาจนถึงศาลหลักเมือง รวมถึงฟุตปาทในพื้นที่สนามหลวง เมื่อเปิดพื้นที่นี้แล้วรองรับประชาชนได้ถึง 110,000 คน จากเดิมรองรับได้ 50,000 คน พล.อ.ประวิตร ยังสั่งการที่ประชุมให้รับกระแสรับสั่งของในหลวง ให้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด อำนวยความสะดวกยืดหยุ่นให้ได้มากที่สุด ปัญหาที่พบเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย เช่น จุดคัดกรองบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. ระบุว่าจะแก้ปัญหานี้ด้วยการเปลี่ยนพื้นที่นั่งของประชาชนไปจุดอื่น แต่จุดคัดกรองตรงนี้ยังคงมีอยู่

สนามหลวงรองรับได้กว่าแสนคน

รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงการรองรับประชาชนในท้องสนามหลวงว่า ช่วงเวลา 08.00 น. มีประชาชนเข้าในจุดต่างๆรอบสนามหลวง จำนวน 20,000 คน ทำให้ต้องปิดจุดคัดกรอง เพื่อปรับปรุงพื้นที่เนื่องจากเกิดฝนตกทำให้มีน้ำขัง และมีประชาชนติดอยู่ที่จุดคัดกรอง 20,000 คน ทำให้บริเวณหน้าจุดคัดกรองหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์เกิดกระทบกระทั่งกัน แต่เจ้าหน้าที่ได้ทำความเข้าใจกับประชาชน ทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจกัน โดยมีการเปิดโซนเพิ่มที่บริเวณถนนมหาราช ถนนท้ายวัง ถนนสนามไชย รอบพื้นที่สนามหลวงข้างพระเมรุมาศฝั่งศาลฎีกา และกลางสนามหลวง ซึ่งเฉพาะในสนามหลวงสามารถรองรับได้ 20,000 คน รวมประชาชนที่จะเข้ามาชมริ้วขบวนในทุกพื้นที่ราวประมาณ 110,000 คน

ปชช.มามากให้ไปพระเมรุมาศจำลอง

ขณะที่นายชัยวัฒน์ บุญชวลิต กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กล่าวว่า พื้นที่ชั้นในและชั้นนอกพระบรมมหาราชวังไปจนถึงพระลานพระราชวังดุสิต รองรับประชาชนได้ทั้งหมดประมาณ 3 แสนคน คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาประมาณ 1 ล้านคน หากมีประชาชนเต็มพื้นที่เจ้าหน้าที่จะประกาศไม่ให้ประชาชนเข้าพื้นที่ รวมถึง ขสมก.จะลำเลียงประชาชนไปยังพระเมรุมาศจำลองในจุดอื่นแทน หากพระเมรุมาศในกรุงเทพฯเต็ม จะให้ไปพระเมรุมาศจำลองบริเวณปริมณฑล เช่น จ.นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม เป็นต้น

สู้ทนรอแม้ฝนตกแดดร้อน

ช่วงเวลา 14.30 น. บรรยากาศในท้องสนามหลวงร้อนอบอ้าว ฝนตกสลับแดดออก แต่ประชาชนก็นั่งสู้แดดและฝนประจำจุดไม่มีถอย หลังจากฝนหยุด บรรดาจิตอาสาทีมแพทย์พยาบาลต่างเข้ามาดูแลประชาชนตามจุดต่างๆ รวมทั้งยังมีจิตอาสาเฉพาะกิจงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ มาแจกจ่ายอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มแก่ประชาชนบริเวณท้องสนามหลวงอย่างไม่ขาดสาย ระหว่างที่นั่งเฝ้ารอ เจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้ประชาชนได้เปลี่ยนอิริยาบถด้วยการเดินในบริเวณใกล้เคียงได้ แต่ไม่สามารถข้ามเขตบริเวณที่นั่งประจำที่ได้ ทำให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณท้องสนามหลวง มีความผ่อนคลายมากขึ้น

ธรรมศาสตร์บริการประชาชน

เวลา 14.30 น. ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายบริหารและความยั่งยืน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มาดูความเรียบร้อยในการดูแลประชาชน บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกล่าวว่า ได้เปิดพื้นที่ส่วนหนึ่งให้ประชาชนที่อยู่ในระหว่างรอคิวเข้ามาใช้บริการห้องน้ำของ SCG ที่ด้านในมหาวิทยาลัย หากมีคนรอคิวจำนวนมาก ยังมีห้องน้ำแบบตู้ตั้งอยู่ที่หน้าคณะนิติศาสตร์บริการ แต่จากการตรวจสอบพบว่า ห้องน้ำยังไม่เพียงพอต่อจำนวนประชาชน จะนำห้องน้ำแบบตู้มาติดตั้งเพิ่ม ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะเปิดพื้นที่ไว้บริการประชาชน แต่ปรากฏว่าจะต้องกันพื้นที่บางส่วนไว้เป็นที่จอดรถของทูตานุทูตที่มาร่วมพระราชพิธี ซึ่งเป็นเรื่องของความปลอดภัย แต่เราก็จะดูแลประชาชนให้ดีที่สุด

89 พระบรมฉายาลักษณ์ติดกำแพง มธ.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่มีการอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช มาประดิษฐานไว้ที่บนกำแพงหน้ามหาวิทยาลัย ผศ.ดร.ปริญญากล่าวว่า พระบรมฉายาลักษณ์ ทั้งหมดเป็นแนวความคิดของนายปริญญา สุขชิต ที่เป็นคนคัดเลือกพระบรมฉายาลักษณ์จำนวน 89 องค์ เป็นพระบรมฉายาลักษณ์ในพระอิริยาบถต่างๆ ที่หาชมได้ยากมาติดตั้งไว้ มหาวิทยาลัยยินดีสนับสนุนในการใช้สถานที่ เพราะเห็นว่าประชาชนที่มาจะได้ชมก่อนที่จะส่งเสด็จ ถือเป็นโอกาสที่ทุกคนจะร่วมกันนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์

นศ.ไทย-เทศ “สิงห์อาสา” ร่วมแจกน้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตลอดทั้งวันตั้งแต่เช้าจดค่ำ มีกลุ่มสิงห์อาสาร่วมกับกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาสิงห์อาสาทั้งไทยและต่างประเทศ อาทิ กว่า 200 คน จาก 16 สถาบันการศึกษาทั่วกรุงเทพฯ มาเป็นจิตอาสาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในทุกจุดรอบสนามหลวง พร้อมกับแจกน้ำดื่มแก่ประชาชนที่นั่งอยู่ในพื้นที่ทุกจุดและจัดชุดบริการน้ำเคลื่อนที่เร็ว กับตั้งจุดบริการน้ำดื่มรอบบริเวณรวม 18 จุดด้วยกัน ทั้งยังได้จัดชุดปฐมพยาบาลเคลื่อนที่ไว้ดูแลประชาชนที่เกิดเจ็บป่วยด้วย ทั้งนี้ นักศึกษาทั้งหมดเผยว่า มารวมตัวกันเป็นจิตอาสาเพราะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ทรงมีต่อปวงชนทุกชาติทุกศาสนาในทุกแห่งหน อันนำความซาบซึ้งใจอย่างหาที่สุดมิได้ จนเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ให้ทุกคนร่วมทำความดีเพื่อ “พ่อ”สำหรับ นศ.จิตอาสาของสิงห์อาสาชาวต่างชาติ อาทิ ฝรั่งเศส ภูฏาน จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น

กว่า 8 หมื่นคนนั่งเรือมาสนามหลวง

เวลา 15.00 น. นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมเจ้าท่า เดินทางมาตรวจสภาพความพร้อมและความปลอดภัยของท่าเรือท่าช้าง และท่าเรือต่างๆ ในลำน้ำเจ้าพระยา ในการรองรับประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมในงานพระราชพิธีถวายเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ต.ค.ว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงเวลา 13.30 น. มีประชาชนใช้บริการเรือด่วนและเรือข้ามฝากมายังท่าเรือยอดพิมาน ท่าเรือราชินี ท่าเรือปิ่นเกล้า ท่าเรือเทเวศร์ กว่า 80,000 คนแล้ว ขณะนี้มีผู้มาใช้บริการเรือข้ามฝากมายังท่าเรือปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร มาเป็นจำนวนมาก ประกอบมีประชาชนหลั่งไหลมารอผ่านจุดคัดกรองที่ 9 บริเวณสะพานปิ่นเกล้าหนาแน่น ทำให้ต้องมีการปิดการให้บริการท่าเรือปิ่นเกล้า ฝั่งพระนคร เพื่อความปลอดภัยไปก่อน โดยประชาชนที่จะข้ามฟากจากท่าเรือปิ่นเกล้า จากฝั่งธนบุรี ต้องไปขึ้นที่ท่าเรือพระราม 8 แทน

ท็อป-ดารณีนุช ร่วมปักหลักรอ

ในจำนวนผู้มาร่วมส่งเสด็จ มีพิธีกรนักแสดงชื่อดัง “ท็อป-ดารณีนุช โพธิปิติ” พร้อมเพื่อนและลูกชายที่ถือเป็นหนึ่งในตัวแทนคนบันเทิง ที่ตั้งใจจริงเข้าไปร่วมพระราชพิธี โดยมาปักหลักนอนรอในวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ใกล้กับจุดคัดกรองแยกพระเชตุพนตั้งแต่ช่วงเย็นวันที่ 24 ต.ค. เจ้าตัวได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรม @topdaraneenute เป็นระยะ ตั้งแต่ภาพบรรยากาศหลังมีฝนตกหนักจนประชาชนหลบฝนกันอย่างทุลักทุเล และนอนพักพิงบริเวณหน้าวัดจนได้ต่อคิวเข้าสนามหลวงในช่วงเช้ามืด พร้อมบรรยายความรู้สึกว่า “ไม่ว่าจะแดดหรือฝนก็จะขอสู้สุดใจเพื่ออยู่ร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 จนถึงที่สุด จะอยู่ตรงไหนก็น้อมใจกราบพ่อได้ เราก็ล้วนใจดวงเดียวกัน ทุกเสียงฝากกราบส่งพ่อที่ฝากมาตนจะทำให้ดีที่สุด อีกทั้งท็อป-ดารณีนุช ยังได้เผยแพร่คลิปวีดิโอชื่นชมการทำงานของเจ้าหน้าที่และจิตอาสา รวมทั้งการจัดการ การคัดกรอง การแบ่งหน้าที่ของทุกหน่วยงานในงานนี้

ชื่นชมตั๊ก-บงกช เป็นจิตอาสา

ขณะที่นักแสดงสาวตั๊ก-บงกช เบญจรงคกุล เผยความรู้สึกผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวว่า เป็นบุญของตนจริงๆที่ได้เป็นหนึ่งในประชาชนจิตอาสาเฉพาะกิจ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในประเภทงานบริการประชาชน ดูแลพื้นที่พระลานพระราชวังดุสิต และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งตั๊กได้เดินทางไปประจำการบริเวณพระราชวังดุสิต ทำให้มีผู้เข้าไปให้กำลังใจและชื่นชมจำนวนมาก

คนล้นฟุตปาทหน้าหอประชุม มธ.

ส่วนที่บริเวณริมฟุตปาทหน้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ต่อเนื่องผ่านหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชินี ไปถึงจุดคัดกรองที่ 9 ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า มีประชาชนชุดแรกที่เดินทางเข้าจุดคัดกรองตั้งแต่เวลา 04.00 น. เข้านั่งจับจองพื้นที่ริมถนนจนเต็มไปหมด เฉพาะหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีกว่า 2 พันคน และมีประมาณ 300 คน ได้เข้าไปนั่งบริเวณพื้นที่ด้านหน้าหอประชุมใหญ่ ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์สื่อมวลชน ท่ามกลางสภาพอากาศร้อนบ้าง อึมครึมบ้าง แต่ปลอดฝนทั้งวัน

สองย่าหลานหมดแรงของีบก่อน

จนถึง 16.00 น. ประชาชนทั้งคนชราและเด็กที่อิดโรยจากการอดนอนเพราะฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้พากันนอนหลับเอาแรง รวมทั้ง “น้อง” ด.ญ.ชลลดา ศิริพงษ์สุข อายุ 11 ปี ที่ตามนางสมหมาย บุญพรหม อายุ 58 ปี ซึ่งเป็นย่า มาจาก จ.กาญจนบุรี ได้นั่งหลับบนพื้นถนนโดยเอาศีรษะหนุนขอบฟุตปาทแทนหมอน เมื่อสอบถามนางสมหมายเผยว่ามาถึงราชดำเนินเวลา 18.00 น.วันที่ 24 ต.ค. เจอฝนตกหนักหลายรอบจนเปียกปอนไม่ได้นอนทั้งคืน แม้ลำบากก็ทนได้ และเชื่อว่ามีบุญที่ได้มาร่วมงานของพ่อ

เด็กทุน ร.9 เดินเท้ามาส่งเสด็จ

ส่วนที่หน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ด.ญ.ดีรณา ม่วงโสภา อายุ 13 ปี และนายฉัตรชัย ธ.ธง อายุ 15 ปี นักเรียนจากโรงเรียนหนองม่วงวิทยา จ.ลพบุรี แต่งชุดนักเรียนนั่งถือป้ายติดพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 มีข้อความ “น้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้” ด.ญ.ดีรณา กล่าวว่า เรียนอยู่ชั้น ม.1 เมื่อ 3 ปีก่อน เคยเขียนจดหมายถวายฎีกาจนได้รับทุนพระราชทาน มีความตั้งใจจะเดินเท้าจากบ้านมาร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย จึงชักชวนเพื่อนในโรงเรียน และนายฉัตรชัยที่มีความตั้งใจเหมือนกัน ส่วนครูและเพื่อนๆก็ให้กำลังใจให้ทำสำเร็จตามความตั้งใจ ออกเดินเท้าจาก จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 17 ต.ค. มีนางวาสิฎฐี มณีกุล อายุ 53 ปี ญาติเดินทางมาด้วย ตลอด 7 วัน ลำบากมากเพราะแดดร้อนและไม่มีฝนตกจนมาถึงสนามหลวงวันที่ 24 ต.ค. ฝนตก หนักมาก แม้เหนื่อยแต่ก็ภูมิใจที่ได้ทำถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และจะอยู่สนามหลวง 5 วันจนเสร็จพิธีในวันที่ 29 ต.ค.

เปิดตึกสันติไมตรีรับรองบุคคลสำคัญ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯได้เร่งจัดเตรียมความพร้อมของตึกสันติไมตรี ซึ่งใช้เป็นที่รับรองและเป็นจุดพักรอบุคคลสำคัญ ทั้งในส่วนของนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี (ครม.) พร้อมคู่สมรส ผู้บัญชาการเหล่าทัพ คณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ประธาน สนช. ประธาน กรธ. ประธานองค์กร และหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ก่อนเดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 26 ต.ค. โดยในส่วนของตึกสันติไมตรีหลังนอก นอกเหนือจากการจัดเตรียมโต๊ะเก้าอี้แล้ว ยังได้มีการทดลองเปิดใช้จอแอลอีดีขนาด 8×2.88 เมตร ที่ได้มีการติดตั้ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงตึกสันติไมตรี และในวันที่ 26 ต.ค. จะเปิดให้ชมถ่ายทอดสดงานพระราชพิธีเคลื่อนริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศในช่วงพักรอ

รอง ปธน.เวียดนามมาถึงแล้ว

ในส่วนของพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระราชวงศ์ ประมุขรัฐ จากทั่วโลก ยังคงทยอยเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงเช้าที่ท่าอากาศยานแห่งชาติสุวรรณภูมิ มีนางดั่ง ถิ หง็อก ถิง รองประธานาธิบดี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม นางโอลกา ยิปิฟาโนวา รองประธานสภาดูมา สหพันธรัฐรัสเซีย เดินทางมาในนามตัวแทนของประเทศเพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในวันที่ 26 ต.ค.

กษัตริย์จิกมี–ราชินีเสด็จพร้อมเจ้าชายน้อย

จากนั้นในเวลา 11.00 น. สมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก และสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา วังชุก แห่งราชอาณาจักรภูฏาน พร้อมด้วยพระโอรส เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของสายการบินภูฏาน ดรุก แอร์ เที่ยวบินที่เคบี 150 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ในการนี้ สมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ ทั้งนี้เมื่อค่ำวันที่ 24 ต.ค. สมเด็จพระราชาธิบดีทูโพที่ 6 และสมเด็จพระราชินีนานาสิปาอู แห่งราชอาณาจักรตองกา ก็เสด็จฯ ถึงไทยเพื่อร่วมในงานพระราชพิธีแล้วเช่นกันราชินีสเปนถวายความเคารพพระบรมโกศ

ในเวลา 13.14 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงนำเสด็จ สมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งราชอาณาจักรสเปน ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อทรงถวายความเคารพพระบรมโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก่อนจะมีพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ร.10 บำเพ็ญกุศลออกพระเมรุ

เวลา 15.00 น. ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีการประกอบพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลออกพระเมรุ ซึ่งถือเป็นพิธีสำคัญวันแรกของงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาท สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่จัดให้มีขึ้น 5 วันตามโบราณขั้นตอนราชประเพณี ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริวัณณวรีนารีรัตน์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า ทีปังกรรัศมีโชติ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริภาจุฑาภรณ์ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า อทิตยาทรกิติคุณ คุณพลอยไพลิน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน ราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ทรงประเคนพัดรองที่ระลึก

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะและเครื่องทองน้อย ถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร แล้วทรงประเคนพัดรองที่ระลึกงานออกพระเมรุ แก่สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนา จำนวน 11 รูป และพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์ที่จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระ ชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีน ญวน 20 รูป พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 แล้ว พระสงฆ์ 30 รูปสวดศราทธพรต

พระสงฆ์ 89 รูปสวดมาติกาสดับปกรณ์

จากนั้นสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ 89 รูป สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร และย่ามที่ระลึกงานออกพระเมรุ พระสงฆ์สดับปกรณ์ บรรพชิตจีน ญวน สวดมาติกา สดับปกรณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชา กระบะมุกที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมจนถึง 21.00 น. วันรุ่งขึ้นรับพระราชทานฉัน ชาวพนักงานประโคม ประจำยามตามราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนินกลับ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี

แจกแผ่นพับที่ระลึกงานพระราชพิธี

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดส่งแผ่นพับที่ระลึกใน พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 10,300,000 ฉบับ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่พระเมรุมาศจำลอง และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั้งในและต่างประเทศแล้ว โดยแบ่งเป็น 3 รูปแบบ คือ ฉบับภาษาไทยแจกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และส่วน ภูมิภาค จำนวน 9,600,000 ฉบับ ขณะที่ฉบับภาษาอังกฤษมอบให้กระทรวงต่างประเทศแจกให้ทูตานุทูตชาวต่างชาติและตามซุ้มดอกไม้จันทน์ในต่างประเทศ 100,000 ฉบับ ทั้ง 2 แบบจะแจกในวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ต.ค. ส่วนรูปแบบที่ 3 จำนวน 6 แสนฉบับ จะนำมาแจกในการเข้าชมพระเมรุมาศช่วงระหว่างวันที่ 2-30 พ.ย. หลังจากพระราชพิธีมีการพิมพ์รูปแบบที่ 3 เพิ่มอีกจำนวน 3,000,000 ฉบับ เพื่อแจกให้ประชาชนที่มาเข้าชมพระเมรุมาศ ซึ่งประชาชนสามารถนำไปใส่กรอบไว้เป็นที่ระลึก และไว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

“แก้ม” ร้องเพลงในพระราชพิธี

ในส่วนของคนวงการบันเทิง มีรายชื่อของนักร้องชื่อดัง “บี้-สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว” หรือ “บี้ เดอะ สตาร์” และ “แก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น” หรือ “แก้ม เดอะสตาร์” ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงมหรสพสมโภชในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 26 ต.ค. ส่วนของเวทีที่ 3 ซึ่งเป็นการบรรเลงดนตรีสากล ทั้งนี้ แก้ม-วิชญาณีเปิดเผยความรู้สึกของการได้รับเกียรติสูงสุดในชีวิตครั้งนี้ว่า ภูมิใจมากและรู้สึกว่าเป็นวันที่สำคัญมากครั้งหนึ่งในชีวิตที่จะได้ทำหน้าที่ร้องเพลงพระราชนิพนธ์ของพระองค์ท่านอย่างมีความหมายมากๆ แม้เราจะไม่อยากให้มีวันนี้แต่มันก็มาและถึงเกิดขึ้น ภูมิใจที่ได้เป็นส่วนร่วมส่วนเล็กๆได้อยู่ในบริเวณที่เชื่อว่าคนไทยทุกคนอยากจะได้อยู่ตรงนั้น จะตั้งใจทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เป็นโอกาสสำคัญในการอยู่ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด และจะเป็นงานหนึ่งที่จะอยู่ในใจ ไว้เล่าให้ลูกให้หลานได้ฟังตลอดไปว่าครั้งหนึ่ง ได้เคยถวายงานและอยู่ในพระราชพิธีถวายพระเพลิง ในหลวงรัชกาลที่ 9 กษัตริย์ที่คนไทยรักมากที่สุด

ไม่มีถ่ายทอดสดแอลอีดีเอกชน

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีประชาชนสอบถามว่าจะมีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 ผ่านทางจอแอลซีดีที่ติดตั้งอยู่ตามป้อมตำรวจหรือตามแยกจราจรว่า จอแอลซีดีทั่ว กทม. เป็นของเอกชน ไม่ได้เชื่อมโยงสัญญาณไว้ หากต้องการถ่ายทอดสดต้องประสานกับกองประชาสัมพันธ์กลาง ขณะนี้ทราบว่ายังไม่มีการประสานขอถ่ายทอดแต่อย่างใด สำหรับงานประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ปรากฏบนจอแอลซีดีทั้งหมด บริษัทเจ้าของจอแอลซีดีอนุญาตให้ประชาสัมพันธ์ได้ 8 ช่วงต่อหนึ่งวัน นานช่วงละ 30 วินาที สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้เป็นเจ้าของแต่อย่างใด

กรมประชาฯจัดถ่ายทอด 9 จุด

มีรายงานว่า จอภาพแอลอีดีที่จะถ่ายทอดสด งานพระราชพิธีฯ นั้น กรมประชาสัมพันธ์ได้ติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ อาทิ บริเวณโดยรอบสนามหลวง ถนนราชดำเนิน และจุดที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง 9 แห่ง ประกอบด้วย พระลานพระราชวังดุสิต สำนักงานสลากกินแบ่ง (เก่า) สวนนาคราภิรมย์ ลานปฐมบรมราชานุสรณ์ รัชกาลที่ 1 สะพานพุทธ ลานคนเมือง สนามกีฬาธูปะเตมีย์ พุทธมณฑล ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา และสถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ทั่วไทยพร้อมถวายดอกไม้จันทน์

สำหรับบรรยากาศตามจังหวัดต่างๆ เมื่อวันที่ 25 ต.ค. เหล่าจิตอาสาและเจ้าหน้าที่เร่งตกแต่งพระเมรุมาศจำลอง รวมถึงซักซ้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 9 เริ่มที่ภาคเหนือ จ.พะเยา กลุ่มจิตอาสาร่วมใจทำความสะอาดรอบพระเมรุมาศจำลอง ริมกว๊านพะเยา พร้อมติดตั้งจอทีวีขนาดใหญ่ ให้ประชาชนชมการถ่ายทอดสดพระราชพิธีถวายพระเพลิง ส่วน จ.พิษณุโลก เจ้าหน้าที่ปรับภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศจำลอง บริเวณลานทรงพล ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ อ.เมืองพิษณุโลก รวมถึงเตรียมอำนวยความสะดวกให้ประชาชน เช่นเดียวกับภาคอีสาน อาทิ จ.สกลนคร จ.หนองคาย จ.นครพนม จ.บึงกาฬ จ.ขอนแก่น และ จ.อุบลราชธานี ปรับภูมิทัศน์และซ้อมพิธีถวายดอกไม้จันทน์ ที่พระเมรุมาศจำลอง เพื่อให้เกิดความพร้อมเพรียงกัน รวมถึงจัดนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ทูลกระหม่อมกราบบังคมทูลลา “พ่อ”

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในอินสตาแกรมหรือไอจี ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ใช้ชื่อ “@nichax” ได้โพสต์พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงใช้พระหัตถ์จับพระพักตร์ของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ ในวันพระราชทานเพลิงศพคุณพุ่ม วันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2548 พร้อมทรงบรรยายข้อความว่า “25 ตุลาคม 2560 # น้อมถวายกราบบังคมทูลลาพ่อ” พร้อมทั้งมีสัญลักษณ์พนมมือ น้ำตาไหล และหัวใจแตกสลาย

ฟ้าเป็นใจคืนนี้ไม่มีฝน

เวลา 19.30 น. ประชาชนที่รออยู่หน้าจุดคัดกรองทั้ง 9 จุดต่างใจจดจ่อรอเวลาเปิดจุดคัดกรองให้ผ่านเข้าพื้นที่ด้านในอีกครั้งในเวลา 20.00 น. หลังจากที่ตลอดทั้งวันได้ปล่อยให้ผ่านจุดตรวจเข้าไปอยู่ในพื้นที่ริมถนนฝั่งตรงข้ามสนามหลวงแล้วกว่า 2 หมื่น คน ก่อนจะปิดจุดคัดกรองชั่วคราวเพื่อปรับพื้นที่รองรับประชาชนที่จะเดินทางมาเพิ่มขึ้น และรอให้เสร็จพิธี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทรงประกอบพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ขณะที่สภาพอากาศตลอดวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้ฝนเทกระหน่ำลงมามีเพียงสายฝนโปรยปรายบางๆ เพียงเล็กน้อยในช่วงบ่ายเท่านั้น ส่วนช่วงเย็นมีลม พัดอ่อนๆ เย็นสบาย ไม่อบอ้าว ช่วงค่ำมีพระจันทร์ทอแสงสวยงามเย็นตา ทำให้ประชาชนที่เข้ามารอปักหลักชมริ้วขบวนในวันที่ 26 ต.ค. มีความสะดวกสบายมากขึ้น ไม่เปียกปอนเหมือนคืนที่ผ่านมา

จีนยกย่อง “รัชกาลที่ 9” มหามิตร

ด้านสถานทูตจีนประจำประเทศไทย รายงานว่า ฯพณฯ จาง เกาลี่ รองนายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐ ประชาชนจีนในฐานะผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางมาประเทศไทยในวันที่ 25 ตุลาคม เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กำหนดการอันพิเศษนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญอย่างสูงกับพระราชพิธีฯดังกล่าวและความสัมพันธ์จีน-ไทย ทั้งนี้ ท่านรองนายกฯ จาง เกาลี่ ได้กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงเป็นพระมิ่งขวัญแห่งปวงชนชาวไทย ทรงเป็นมหามิตรของประชาชนจีน ทรงมีบทบาทสำคัญที่มิอาจทดแทนกันได้ในการพัฒนาสัมพันธไมตรีจีน-ไทย