วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เราต้องสู้ 'กาละแมร์' แปรความเศร้าให้เป็นพลัง บอกทุกคนสูญเสียไม่แพ้กัน

ทำเท่าที่เราทำได้ พิธีกรคนดัง 'กาละแมร์' พัชรศรี เบญจมาศ เปิดใจกับไทยรัฐออนไลน์ ว่าครั้งนี้สูญเสียไม่แพ้กัน และจะทำให้ดีที่สุด นี่เป็นครั้งประวัติศาสตร์ในชีวิต 

โดย 'กาละแมร์' พิธีกรคนดัง ทำหน้าที่เป็นจิตอาสา ในบริเวณใกล้ๆ กับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รอบนอก ซึ่งเธอเล่าให้เราฟังว่าเธอจะมีการนำอาหารไปให้กลุ่มจิตอาสาต่างๆ ที่ตอบแทนที่เขาทำความดีให้กับแขกของพระราชา เป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งเธอซาบซึ้งที่ทุกคนรวมพลังใจกัน และเชื่อว่าคำสอนของพ่อหลวงนี่เองที่สอนให้เรารักและสามัคคีทำดีต่อกัน กาละแมร์ เล่าอย่างน้ำตารื้นว่า 

แมร์จะไปวางดอกไม้จันทน์ที่วัดปุรณาวาส จังหวัดชลบุรี ซึ่งพระอาจารย์ก็จะทำพิธีวางดอกไม้จันทน์ แมร์ก็เลยจะไปร่วมพิธีกับพระอาจารย์ตอนเช้า แล้วก็พอกลับมาตอนค่ำ แมร์ก็อาจจะไปที่พระเมรุมาศจำลองสักที่หนึ่ง ไปวางดอกไม้จันทน์อีกครั้งหนึ่ง

ด้วยความตั้งใจ คือเราไม่สามารถเข้าไปข้างในได้แล้ว

มันแน่นอนอยู่แล้วค่ะ แมร์ว่าทุกคนอยากจะได้เข้าไปใกล้ชิด แล้วก็อยู่ในเหตุการณ์สักครั้งในชีวิตอย่างนี้ค่ะ แต่ว่าเราก็ต้องนับถือใจคนที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างที่สุด เราก็ส่งกำลังใจไปให้อย่างนี้ค่ะ แล้วสำหรับเราที่เราทำได้ อย่างวันนี้แมร์ก็รวมกับเพื่อนๆ เอาน้ำเอาขนมไปเป็นกำลังใจมอบให้กับเหล่าตำรวจทหารจิตอาสาที่อยู่รอบนอก เพราะได้ยินมาว่ารอบในก็มีคนเป็นจิตอาสานำอาหารไปให้กันเยอะมากพอสมควรแล้ว เพราะตอนนั้นที่แมร์ไปบริเวณด้านในเมือง เราก็เห็นเขาทำงานกันอย่างเต็มที่แล้วก็ค่อนข้างร้อนทีเดียว แล้วเราก็เลยรู้สึกว่าเราอยากจะเป็นกำลังใจให้กับพวกท่านเหล่านี้ สิ่งที่เราทำได้เล็กๆ น้อยๆ ก็วันนี้ตอนช่วงบ่ายแมร์ก็จะออกเอาอาหารไปให้ เล็กๆ น้อยๆ ไปขอบคุณเขา คืออย่างน้อยๆ เราก็ได้เป็นกำลังใจเขาในการทำความดีในครั้งนี้

ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนในการช่วยเหลือ กระทั่งในส่วนของพระราชพิธี ไม่ว่าจะเป็นช่วยแจกของ ให้ยืมกางเกง ครั้งนี้คิดว่าปรากฏการณ์คนที่ต้องเข้ามาก่อนวันที่ 26 ให้ได้ ต้องมานอนรอฝนตกฟ้าร้องก็ไม่ยอมถอย

นี่คือเราได้เห็นเลยว่าความจงรักภักดี พระบารมีของพระองค์ท่านที่ได้ทำเพื่อคนไทย ประเทศไทย มาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน ในวันนี้ทั้งโลกจะได้เห็นแล้วว่า ความยิ่งใหญ่ ความมีพระทัยที่เมตตา แล้วก็ทรงคิดถึงประชาชน ยิ่งใหญ่ขนาดไหน มันเป็นการแสดงให้คนทั้งโลกได้รู้ว่าชาวไทย ประชาชนคนไทย รักพระเจ้าแผ่นดินของเขามากขนาดนี้ นี่มันเป็นการทำให้เห็นโดยการกระทำเลยว่า คือถ้าท่านไม่ได้ทรงทำเรื่องที่ยิ่งใหญ่หรือว่าทำเพื่อใครมากขนาดนี้ จะไม่มีคนมีจิตที่สามัคคีกันและทำเรื่องยิ่งใหญ่ขนาดนี้พร้อมกันได้ มันจะมีที่ไหนที่ประชาชนทั้งประเทศลุกขึ้นมา อย่างวันนี้เดินตลาด หลายร้านบอกว่าพรุ่งนี้แจกฟรีหมด ไม่คิดตังค์ เอาเงินไปสมทบกับโรงพยาบาลศิริราช แล้วก็จะได้ส่งต่อความช่วยเหลือให้คนอื่นต่อไป

แมร์ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ที่ไม่มีประเทศไหนทำได้เหมือนประเทศเรา และไม่มีประเทศไหนอีกเหมือนกันที่มีพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งใหญ่ในที่นี้คือเราอาจจะไม่ได้เป็นมหาอำนาจ แต่มหาอำนาจคือเรามีจิตที่เมตตา เรามีความรัก เรามีการให้ เรานึกถึงคนอื่น เหมือนกับที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อคนไทยมาโดยตลอด นี่คือเป็นการส่งต่อในสิ่งที่พระองค์ท่านทรงทำ เราก็ทำตามท่าน แมร์ว่ามันคือประเทศเดียวเลยที่มีปรากฏการณ์แบบนี้เกิดขึ้น

เราไม่มีโอกาสได้เห็นปรากฏการณ์แบบนี้อีกแล้ว

เราไม่สามารถรู้ได้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต แมร์คิดว่านี่คือเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย อย่างน้อยๆ เราเกิดมาในชีวิตที่เราได้เห็นนี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่เราน้อมจิตน้อมใจกัน นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทุกอย่างหยุด ร้านสะดวกซื้อยังหยุด ทุกคนหยุดเพื่อไปแสดงความอาลัยกันครั้งสุดท้าย แล้วแมร์เชื่อว่าการจากไปของพระองค์ท่านครั้งนี้จะนำมาซึ่งกำลังใจและแรงบันดาลใจดีๆ ให้คนไทยได้ลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ ให้ประเทศชาติ บางคนอาจจะคิดไม่ออกว่าเราจะทำอะไรเพื่อคนอื่น แต่อย่างน้อยๆ เราจะไม่ทำความเลว เราจะมุ่งทำความดีต่อผู้อื่น

'พอท่านจากไปหลายคนอาจไม่เคยดูข่าวในพระราชสำนัก แต่พอได้ดูย้อนไปก็รู้ว่าไม่มีใครที่ทำเพื่อคนอื่นได้มากขนาดนี้อีกแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาเราเหนื่อยท้อ ไม่ใช่เรื่องยาก ให้มองท่านว่าสิ่งที่เราทำสิ่งที่เราเจอมันน้อยนิดแค่ไหน มันน้อยมาก เพราะฉะนั้นเราต้องมีกำลังใจลุกขึ้นสู้ต่อไป'

สุดท้ายวันที่ 26 นึกภาพตัวเองร้องไห้ไหม ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นยังไง?

แมร์คิดว่ามันจะเป็นความซาบซึ้งจิตใจที่เราได้นึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านมาโดยตลอด และเราจะสัญญา ตั้งจิตอธิษฐานเลยว่า ทุกครั้งที่แมร์เดินผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ หรืออะไรก็ตามที่เราได้เห็นพระองค์ท่าน แมร์จะยกมือไหว้ท่วมหัวแล้วก็บอกพระองค์ท่านเสมอว่า ทรงเป็นกำลังใจให้ลูกโดยตลอด ไม่ว่าลูกจะทำสิ่งดีอะไรต่อตนเองและผู้อื่นให้สำเร็จ ถ้าลูกท้อใจขอให้พระองค์ท่านทรงดลบันดาลช่วยเหลือลูกด้วย นี่คือสิ่งที่แมร์ตั้งจิตอยู่เสมอ

เพราะฉะนั้นในวันที่ 26 ก็เช่นเดียวกัน แมร์เชื่อว่าในความทรงพลังของจิต ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน คนไทยที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย ไม่ใช่ไม่มีโอกาสน้อมส่งพระองค์ท่าน เพียงแต่ทุกคนตั้งจิต ว่าเราน้อมส่งพระองค์ท่านด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ แล้วก็บอกตัวเองว่า เราจะทำสิ่งดีอะไรให้กับประเทศชาติบ้านเมืองต่อไป แมร์เชื่อเลยว่าพระองค์ท่านทรงรับรู้ได้อย่างแน่นอน

เราประชาชนชาวไทย จะผ่านเรื่องนี้ไปด้วยกัน?

แน่นอนเลย แมร์เชื่อว่าพอทุกคนเศร้าแล้วเสียใจมาก ถึงจุดหนึ่งมันจะแปรเป็นพลัง ทุกคนสูญเสียไม่แพ้กัน แล้วเราอย่าลืมว่าพระบรมวงศานุวงศ์ ท่านทรงเศร้ากว่าเราอีกนะ นั่นคือพ่อของท่าน แต่สิ่งที่เราได้เห็นคืออะไร เราได้เห็นทุกพระองค์ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอย่างเข้มแข็ง ทรงทำทุกอย่าง ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ ไปงานศพพ่อก็ต้องไป มีงานทำก็ต้องทำ เตรียมทุกอย่าง อย่างวันนี้ในหลวง รัชกาลที่ 10 ท่านทรงห่วงใยประชาชนที่มางาน ให้คนเอาพัดลมมาตั้ง ให้เอาเบาะไปวาง ทรงให้แจกข้าวแจกน้ำตั้งแต่เช้า เราก็เลยรู้เหมือนคนมางานศพพ่อเรา เราก็ต้องดูแลให้ดีที่สุด

ท่านทรงเป็นคนที่เสียใจมากที่สุด แต่ท่านยังทรงคิดถึงคนอื่น เพราะฉะนั้นเราต้องอย่าเศร้าจนไม่ลุกมาทำอะไร ท่านทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่างแล้วว่าถึงท่านทรงเศร้า แต่ท่านยังมีพระภารกิจ ทรงมีหน้าที่ที่ต้องทำ เพราะฉะนั้นนี่เป็นตัวอย่างที่ทำให้เราต้องลุกมาทำสิ่งที่ดีให้ประเทศชาติและต่อตนเองด้วย