วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับแล้วหนุ่มหม่อง ฆ่าโหดสาวพม่า ใช้ไม้ทิ่มทวารเหยื่อ อ้างเพื่อให้ตาย

รวบแล้วหนุ่มพม่าโหด ฆ่าสาวชาติเดียวกันที่แม่สอด บีบคอ ใช้ไม้ทิ่มรูทวารเหยื่อ เป็นคดีดังทางฝั่งเมียวดี สื่อพม่าจวก ตร.ไทยทำงานช้า ฆาตกรขับสามล้อรับคนตายไปต่อวีซ่า เห็นใส่ทองหลายเส้นเลยชิงทรัพย์ ปฏิเสธไม่ได้ข่มขืน ส่วนที่ใช้ไม้ทิ่มเพื่อให้แน่ใจว่าตาย... 

เวลา 12.00 น. วันที่ 25 ต.ค. พ.ต.ท.จิระศักดิ์ ศรีธรรม รอง ผกก.สส.สภ.แม่สอด จ.ตาก พร้อมด้วยชุดสืบสวน นำตัวนายชิหม่องเล อายุ 29 ปี ชาวเมียนมา ผู้ต้องหาฆ่าชิงทรัพย์สาวชาติเดียวกันไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ดิษฐา บัวสำลี พนักงานสอบสวน  สภ.แม่สอด รับแจ้งมีผู้พบศพหญิงสาวชาวเมียนมา ไม่ทราบชื่อ ถูกฆ่าโหดนำศพทิ้งชายป่าละเมาะบ้านหนองกิ่งฟ้า สภาพศพผ้าถุงถูกดึงออกคล้ายถูกข่มขืน และที่ทวารหนักพบไม้เสียบติดอยู่ ใกล้กันพบโทรศัพท์มือถือตกอยู่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนำศพส่งโรงพยาบาลแม่สอดเพื่อติดตามหาญาติ

พ.ต.ท.จิรศักดิ์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุมีญาติผู้ตายมาดูศพและทราบว่าคือนางตี่ตี่ วิน อายุ 24 ปี อาศัยอยู่ในหมู่บ้านถุงทอง เขตเทศบาลนครแม่สอด เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ออกติดตามเบาะแสทั้งจากโทรศัพท์ที่ตกอยู่และจากกล้องวงจรปิด พบผู้ต้องสงสัยคือนายชิหม่องเล ที่มีอาชีพขับขี่สามล้อแดงรับจ้าง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงติดตามจับกุมตัวและยอมรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุนางตี่ตี่ วิน ซึ่งเป็นคนรู้จักกันมากว่า 7 ปี ได้ว่าจ้างให้ขับรถไปส่งที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก เพื่อต่อวีซ่า จากนั้นจึงได้พากลับไปส่งโดยเข้าทางลัดบ้านหนองกิ่งฟ้า ขณะคุยกันมาเหลือบเห็นนางตี่ตี่ วินสวมใส่สร้อยมือสร้อยคอหลายเส้นจึงเกิดความโลภเพราะตนเองติดการพนันงอมแงมหนี้สินรุงรัง จึงวางแผนล็อกคอดึงเข้าไปในป่า จากนั้นใช้ฝ่ามือตบและใช้มือบีบคอจนสลบแน่นิ่ง ก่อนปลดเอาสร้อยออกพร้อมกระเป๋าเงิน ส่วนโทรศัพท์โยนทิ้งเพราะกลัวถูกตามเจอหากนำไปด้วย

นายชิหม่องเล สารภาพด้วยว่า จากนั้นได้ลากศพไปซุกในโพรงหญ้าริมหนองน้ำและใช้ไม้แหลมทิ่มไปที่รูทวารเพื่อให้ตายสนิท ก่อนหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไปขี่สามล้อตามปกติ จนกระทั่งตำรวจติดตามจับกุมดังกล่าว ส่วนเรื่องการข่มขืนนั้นผู้ต้องหาปฏิเสธ อ้างว่าเพียงประสงค์ต่อทรัพย์เท่านั้น

ขณะที่ตำรวจทำแผนประกอบคำรับสารภาพได้มีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอจากจังหวัดเมียวดี ประเทศเมียนมา เดินทางมาดูการทำแผนด้วย เพราะคดีนี้โด่งดังในเมียนมา เนื่องจากมีผู้โพสต์ลงโซเชียลกล่าวหาตำรวจไทยทำงานช้า.