วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บันทึกคำจงรัก โศกะ-ปริเทวะ

“โศกะ-ปริเทวะ” คำนี้ดังขึ้นในจิตชัดเจนอ่อนเบา กึ่งปลอบ ขณะเรานอนที่บ้านเชียงใหม่ ในวันที่ 11 ตุลาคม เรายังอยู่กรุงเทพฯ หากทั้งบ้านใจไม่ดีกันแล้ว เมื่อฟังแถลงการณ์พระราชสำนัก พอวันที่ 12 ตุลาฯ แถลงการณ์ก็บอกว่า...ดีขึ้น

เรากับเจ้าตัวโตต้องขึ้นไปเชียงใหม่ จึงสบายใจขึ้นไปกันได้ ตอนค่ำของวันที่ 13 ตุลาฯ ขณะขับรถกันอยู่ ทางบ้านบอกไปว่า...ให้ฟังแถลงการณ์ เราจอดรถข้างทางตรงนั้นมืด เงียบ ละอองฝนลงปรอยๆราวบอกเหตุ และเรากับเจ้ายอดก็...เงียบ เงียบไม่มีใครพูด เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจอ่อนล้าขณะฟังแถลงการณ์

เราเข้าใจแล้ว “น้ำตาตกใน” เป็นอย่างไร สองคนแม่-ลูก นั่งงง เจ้ายอดทวนแต่ว่า...ไหนว่าท่านดีแล้วไง...เดี๋ยวเขาคงบอก...ท่านดีขึ้น สองคนนั่งนิ่งๆ หวังทั้งๆหมดหวัง

...เดี๋ยวเจ้าเด่นคงบอกมา หมอปั๊มท่านได้...

แต่เจ้ายอดเฝ้าหวัง...หวัง หาคลื่นวิทยุ กดโทรศัพท์มือถือวุ่นขณะเรา...ว่างๆตัวกลวงๆเราเคยพบเหตุการณ์แบบนี้เมื่ออายุ 9-10 ขวบ เข้าแถวจะเคารพธงชาติ ท่านชายหม่อมเจ้าพูนศรีเกษม เกษมศรี ทรงกันแสงไห้หน้าไมโครโฟน บอกนักเรียน...พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคต...

ทั้งโรงเรียนเขมะสิริอนุสรณ์ร้องไห้กันแซ่ นักเรียนกลับบ้าน ในรถศรีนครจากสามเสนถึงสะพานแดงมีแต่คนร้องไห้ กระเป๋าไม่เก็บสตางค์ คนขับป้ายน้ำตา พอมาต่อรถรางจากสะพานแดงมาบ้านบางซื่อ เราเห็นแต่คนร้องไห้และพอเข้าบ้านก็เช่นเดียวกันกับเสียงรำพันมีแค่...ทูลกระหม่อมแก้ว...

โศกะ ปริเทวะ...ในยามเด็กและยามนี้ เรา...อกไหม้ ไส้ขม ยอดออกรถงงๆ ขับไปเรื่อยๆ “สติ ยอด...ระวัง...ถ้าขับตรงไปเรื่อยๆจะถึงเชียงราย”

เราไม่พูดกันเลยจนแม้เข้าบ้านเชียงใหม่ จนล้มตัวลงนอน น้ำตาจึงไหลผ่านหางตาออกมาเงียบๆ พร้อมลมที่สะอึก กอดอก เจ็บตรงหัวใจ นั่นละ...เราได้ยินท่านศรุติธร

โศกะ คือ โศกในอก

ปริเทวะ คือ คร่ำครวญ

ห่วงสุดท้ายของปฏิจจสมุปบาท

อริยชาติ คืนสู่ นิรวาณ

ท่านศรุติธรจะ “บอก” อย่างไรก็ช่าง เรายังเป็นผู้ไม่สำเร็จ เราเป็นบุคคล เราจะร้องไห้เพียงยังไม่รู้จะคร่ำครวญกับใครเจ้ายอดมันก็เงียบอยู่คนเดียว

...เจ้าจะโศกะ ปริเทวะก็ได้เราไม่ห้าม...

เป็นครั้งแรกที่ “ท่านๆ” บอกเราอย่างนี้

...อริยชาตินานๆจะอุบัติสักครั้ง พลังงานอันบริสุทธิ์ ใช่ว่าจะแตกตัวออกมาง่ายๆ กลุ่มพลังงานอันบริสุทธิ์ต้องประชุมกันก่อนที่พลังงานอันเริงโรจน์จะแตกตัวลงมาทำงานตามเจตจำนงที่ท่านจะวางไว้ เป็นเจตจำนงของท่านเอง ไม่มีพลังงานใดในจักรวาลแทรกแซงได้ ท่านจะทำจนกว่าสิ้นเจตจำนงของท่าน

แล้วท่านจะตัดสินเองว่า จะกลับสู่พลังอันเจิดจรัส ณ เมื่อใด

เราสูดลมหายใจยาว เรายังเป็นแค่พลังหยาบ...หยาบอย่างยิ่ง......ท่านเสด็จมาตามเจตจำนงพระองค์ท่าน ท่านจึง...ทำ ทำ ทำ...ทุกสิ่งอย่างท่านจึง...รัก รัก รัก...เอื้ออาทรมิเว้นวาง จบภาระ...ท่านก็วาง...คือนิรวาณ...

...ถูกต้องแล้ว นิรวาณ มิใช่ว่าง ไม่มีอะไร หากแต่เป็นความละเอียดสูงสุด เจ้ารู้จักนาโน หนึ่งในพันล้าน หากนิรวาณละเอียดกว่านั้น เรายังเข้าไม่ถึงเลย...

“เข้า” เราค่อยจับความ ที่ทีแรก...ไม่อยากฟัง

“ใช่ นิรวาณหรือนิพพาน เป็นความละเอียดที่จะต้องเข้าไปถึง ไม่ใช่ ขึ้นไปถึง”

พอมีคำอธิบายให้ “ทำความเข้าใจ” อาการโศกะอย่างปริเทวะก็น้อยลง

“ผู้ทรงพลังมิใช่แค่ของแผ่นดินเท่านั้น แต่เป็นพลังบริสุทธิ์ของจักรวาล เสด็จคืนกลุ่มก้อนพลังนั้นแล้ว ความจริงแผ่นดินก็เกิดจากพลังของจักรวาล พลังแห่งแผ่นดินจึงมาจากจักรวาลอันก่อให้เกิดโลก ดิน น้ำ ลม ไฟ คือธาตุกำเนิดของมนุษย์
เจ้าไม่เข้าใจเลยหรือว่า ทำไมพระนามท่านคือพลังแผ่นดิน”

โอ...เราโง่ เรารู้แค่ท่านคือ พลังของแผ่นดิน

“เจ้าควรรู้ละซิว่า ทำไมท่านทรงรอบรู้ พลังน้ำ พลังแผ่นดิน อันธาตุลมและไฟเข้าผสม ทำไมท่านหรือพลังอันบริสุทธิ์นั้นเชี่ยวชาญในเรื่องนี้ ท่านไม่ได้เป็นมนุสสเทโว หากท่านเป็นเทวะในร่างกายมนุษย์ต่างหาก”

ใช่แล้ว! หม่อมหลวงจิตติ นพวงศ์ บรรณาธิการหนังสือศรีสัปดาห์ เคยขานพระนามท่านว่า “สมเด็จพระภัทรมหาราช”

ตอนนั้นเรายังเป็นนักเขียนเด็ก รู้แค่ว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นมหาราช ต้องกลับไปเปิดพจนานุกรมจึงรู้ว่า “ภัทร” แปลว่า ดี ประเสริฐ เป็นมงคล

แล้วต่อมาก็สงสัยว่า ทำไมไม่มีใครขานพระนามอย่างนี้อีก จนแม่อธิบายว่า “เรารู้ของเราเองลูก ว่าท่านยิ่งใหญ่แค่ไหน ใครไม่รู้ก็ช่าง แล้วเขาก็อาจจะค่อยๆรู้ไปเอง”

มารดาเจ้าสอนถูกไหม ตอนนี้ใครๆก็รู้ว่า ท่านทรงเป็นมหาราชา

เจ้ารู้ไหม น้ำตรงไหนลึกที่สุด?

สะดือทะเล...เราตอบตามที่เคยรู้ เคยได้ยิน ผิด...น้ำใจคนถมเท่าไหร่ไม่เต็ม ให้เท่าไหร่มิพอ แลมิเชื่องง่าย เรานิ่ง...เพราะแค่ดูจากการทรงงาน...งาน...ทรงพระราชดำริเท่าไหร่ เคยทำกันหมดฤาไม่จนพระเทพรัตนฯ ท่านเคยให้รื้อโครงการพระราชดำริ “ทั้งหมด” ขึ้นมา เพื่อดูว่าอะไรทำแล้วบ้างอะไรไม่ได้ทำ จนเจ้าตัวโตฯบ้านเราสงสัย

“ถ้าท่านไม่ทรงมีพระราชดำริ เขาไม่ทำกันเลยหรือแม่?” หรืออีกคำถาม “ก็ท่านทรงมีพระราชดำริให้แล้ว ทำไมยังไม่ทำกัน?” ใครช่วยตอบที

วันนี้...เทวราชาพระองค์นั้น คืนสู่พลังบริสุทธิ์ของจักรวาลแล้ว ขอให้แค่ทำตามที่ทรงมีพระราชดำริทิ้งไว้อีกมากมายพอ เอามาเรียบเรียงและไล่เรียงกันดีไหม? เราไม่ไปเป็นภาระให้เจ้าหน้าที่ในขณะที่คนล้นหลาม เราแค่ฟังสวดพระบรมศพทุกคืนทางทีวี เราเฝ้ารับเสด็จตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลศิริราช

ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบ จะได้รองพระบาททุกชาติอย่างที่เขาว่ากันไหม พลังงานอันบริสุทธิ์ของจักรวาลเสด็จลงมาบ่อยหรือ และเราจะเข้าถึงหรือ

วันนี้ข้าพระพุทธเจ้า จบบทสวดมนต์ว่า โอม สมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช เทวราชาเจ้า มนัส

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ทมยันตี ฝุ่นเมืองแห่งพระองค์

เรื่องราวข้างต้นทั้งหมดนี้ คัดลอกมาจากหนังสือ “บันทึกคำจงรัก” สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่รวบรวมบทกวีที่แสดง “ความรู้สึก ความรำลึกถึง” ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช.