วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"เติมพลังชีวิต พิชิตมะเร็ง" (ตอนที่ 3)

จากบทความครั้งที่แล้ว เราได้รู้จักสาเหตุ อาการ และการรักษา “โรคมะเร็งตับ” กันไปแล้ว ครั้งนี้เราจะมาพูดถึงการป้องกัน “โรคมะเร็ง” ทั่วๆ ไปกันต่อ

“โรคมะเร็ง” นั้น มีสาเหตุมาจากการแบ่งตัวที่ผิดพลาดของเซลล์ ซึ่งโดยปกติแล้วการแบ่งเซลล์เกิดขึ้นตลอดเวลา เพื่อสร้างและซ่อมแซมส่วนต่างๆ ของร่างกาย หากสร้างผิดพลาด เซลล์ที่ผิดปกติก็จะถูกกำจัดไปโดยวิธีการทางธรรมชาติ ดังนั้นที่ใดที่ต้องสร้าง ซ่อมแซมเซลล์ใหม่บ่อยๆ ครั้ง โอกาสผิดพลาดก็จะยิ่งมากขึ้น โอกาสที่เซลล์ผิดพลาดจะพัฒนาตนไปสู่เซลล์มะเร็งในที่สุดก็ยิ่งสูงขึ้น

การป้องกันมะเร็ง ประกอบด้วย 5 ทำ 5 ไม่

1. ฉีดวัคซีนป้องกันโรค เช่น วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกเมื่อร่างกายไม่ได้รับเชื้อไวรัส โอกาสที่จะเป็นโรคมะเร็งก็น้อยลงไปด้วย

2. การออกกำลังกาย ทำให้เกิดการสมดุลของพลังงานในร่างกาย และการหลั่งสารอินซูลิน ฮอร์โมนต่างๆ และช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกาย

จากการเก็บข้อมูลคนไข้มะเร็งเต้านมในประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่า คนไข้ที่ออกกำลังกาย 1-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีอัตราการรอดชีวิต 5 year survival สูงถึง 96% ในขณะที่คนที่ออกกำลังกายต่ำกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ มีอัตราการรอดชีวิตลดลงที่ 93% หากเทียบอัตราการรอดชีวิต 10 year survival ผู้ออกกำลังกาย 3-5 ชั่งโมงต่อสัปดาห์ 92% ผู้ออกกำลังกาย 1-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะอยู่ที่ 89% และผู้ออกกำลังกายน้อยกว่า 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ อยู่ 86%

การออกกำลังสำหรับคนไข้โรคมะเร็งเต้านม ควรเดินประมาณ 3-5 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิก โดยให้ร่างกายได้รับออกซิเจน ซึ่งจะลดการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านม และทำให้ยาเคมีทำงานได้ดีขึ้น จึงช่วยให้คนไข้มีอัตราการรอดชีวิตมากขึ้น

นอกจากนี้ การออกกำลังกายอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยลดโอกาสในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้

คนที่ยังไม่ได้เป็นโรคมะเร็ง จึงควรหันมาเริ่มใส่ใจดูแลสุขภาพตัวเองง่ายๆ เพียงแค่ออกกำลังกายวันละ 30-60 นาทีอย่างน้อย 3 วันต่อสัปดาห์ ก็จะช่วยป้องการเกิดโรคมะเร็งได้ทางหนึ่ง

3. บำบัดจิตใจ ผ่อนคลายความเครียด พบว่าการทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใส ไม่เครียดจะช่วยลดการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

การฝึกจิต ถ้าสามารถเข้าถึงระดับฌานได้ การทำงานของคลื่นสมองก็จะราบเรียบ ทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น และร่างกายก็จะควบคุมตัวเองได้ดีขึ้น

มีงานวิจัยว่าผู้เข้าโบสถ์เป็นประจำจะมีอายุยืนนาน ผู้ไม่เข้าโบสถ์เลยมีอายุเฉลี่ยที่ 75 ปี เข้าน้อยว่า 1 สัปดาห์ละครั้ง อายุเฉลี่ยอยู่ 80 ปี เข้าสัปดาห์ละครั้ง อายุเฉลี่ยอยู่ที่ 81 ปีและมากกว่าสัปดาห์ละครั้ง อายุเฉลี่ย 83 ปี พบว่าบุคคลที่เข้าโบสถ์มักไม่เครียด ซึมเศร้า ติดบุหรี่หรือเหล้า และมักออกกำลังกายเป็นประจำ โดยประสบการณ์ส่วนตัว ผู้ป่วยมะเร็งที่มีสุขภาพจิตที่ดี มักให้ผลการรักษาที่ดีกว่าผู้ที่มีความเครียดสูง

4. การกินอาหารที่ดี จะช่วยให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น เพราะจะได้รับทั้งวิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โอกาสเกิดมะเร็งก็น้อยลงไปด้วย โดยควรกินผักอย่างน้อย 500 กรัมต่อวัน หรือมีผักครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ เพราะในผักมีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในลำไส้

ควรงดการกินเนื้อสัตว์ที่ย่อยยาก หันมากินปลา กุ้ง และเน้นกินผัก ผลไม้ที่เพิ่มสารออกซิแดนต์ให้ร่างกาย ได้แก่ แอปเปิล เบอร์รี่ บรอกโคลี อโวคาโด ส้ม กีวี มะเขือเทศ ขมิ้นชัน เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังควรกินอาหารให้หลากหลาย และหลีกเลี่ยงการกินอาหารแปรรูปทุกชนิด อาหารปิ้งย่าง รมควัน ของทอดที่ใช้น้ำมันเก่า อาหารรสเค็มจัด อาหารหมักดอง และถั่วลิสงที่มีเชื้อรา

5. ตรวจร่างกายเป็นประจำ คนทั่วไปควรเริ่มเช็กสุขภาพตั้งแต่อายุ 35 ปี

6. งดกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

6.1 ไม่สูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่เป็นสาเหตุการเกิดมะเร็งทุกชนิด อีกทั้งยังทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างคนสูบ มีโอกาสเป็นมะเร็งด้วยเช่นกัน

6.2 งดการมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่สามี-ภรรยาของตัวเอง เพราะป้องกันเชื้อ HPV

6.3 ไม่ดื่มเหล้า เพราะเป็นสาเหตุของการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน หากดื่มเหล้าวันละ 3 แก้วขึ้นไป มีโอกาสเป็นมะเร็งมากถึง 3 เท่า

6.4 ไม่ตากแดดจ้า ก่อนออกไปเผชิญแดด ควรทาครีมกันแดด ใส่หมวก และกางร่ม เพื่อป้องกันผิวจากแสงแดด

6.5 ไม่กินปลาน้ำจืดชนิดมีเกล็ด เช่น ปลาตะเพียน ปลาขาว ปลาสร้อย ปลากะสูบ ปลาแม่สะแด้ง ปลาซิว ปลาแก้มช้ำ ปลาขาวนา เป็นต้น เพราะเป็นสาเหตุของมะเร็งท่อน้ำดี และควรงดกินปลาน้ำจืดเหล่านี้แบบสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลาดิบ ลาบปลาดิบ ปลาส้ม เป็นต้น

6.6 ไม่อ้วน พบว่าคนอ้วนจะมีระดับฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) สูง ในขณะเดียวกันมีฮอร์โมนที่มีลักษณะเหมือนอินซูลิน (Insulin-like growth factor (IGF-1)) สูง ซึ่งฮอร์โมนนี้มีคุณสมบัติทำให้เซลล์เจริญเติบโตได้ จึงมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งบางชนิด

คนอ้วนมีโอกาสเป็นมะเร็งได้ทั้งตัว ตั้งแต่สมอง ไทรอยด์ หลอดอาหาร ตับ ไต ลำไส้ ถุงน้ำดี กระเพาะอาหาร กระดูก เป็นต้น

แม้ว่า “โรคมะเร็ง” จะเป็นโรคที่ร้ายแรง แต่หากทุกคนหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง และปฏิบัติตามคำแนะนำที่กล่าวมาข้างต้น ก็จะทำให้คุณห่างไกลจากโรคนี้ได้

-----------------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล

พญ.แพรวา มิตรกูล ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

ขอขอบคุณ : ภาพประกอบจาก https://pixabay.com/