วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“คนต้นแบบ” บุรุษผู้งามพร้อม


ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

26 ตุลาคม 2560 เป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

“พ่อหลวง” ของพสกนิกรชาวไทยทุกๆคน

สารภาพตรงๆเลยครับ...เป็นวันที่เขียนหนังสือได้ยากจริงๆ กว่าจะกลั่นกรองออกมาแต่ละคำ แต่ละประโยค แต่ละบรรทัดได้ ต้องคิด ต้องแก้แล้วแก้อีก

ที่สำคัญ มันเหมือนกับมีอะไรที่มากระทบจิตใจอันเนื่องมาจากต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและเคารพเป็นอย่างยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้น การที่จะต้องเขียนถึงพระองค์ท่านนั้น แม้ระหว่างที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ก็หนักอยู่แล้ว

แต่วันนี้เป็นวันที่กายต้องลาจากเหลือเพียงแค่ความทรงจำที่ดีงามด้วยความประเสริฐทุกอณูแห่งมิติที่เรียกว่า “งามพร้อม”

เพราะไม่ว่าจะเขียนบรรยายถึงความดีงามทั้งหลายคุณูปการที่พระองค์ท่านมอบให้กับแผ่นดินนี้

จะกล่าวถึงได้ก็เป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวเท่านั้น

นับเนื่องจากวันที่ 26 ตุลาคม 2559 ขวบปี 365 วันที่พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตจนถึงวันลาจากจริงๆในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

ผู้คนในบ้านนี้เมืองนี้ตลอดรวมไปถึงนานาอารยประเทศต่างๆ ล้วนได้รับรู้ถึงสิ่งที่พระองค์ได้ปฏิบัติอย่างชัดเจนในทุกแง่ทุกมุม

เฉกเช่นคนไทยทุกคนต่างก็ได้รับรู้ร่วมกันที่ว่าอย่างนี้ ก็เพราะครั้งเมื่อพระองค์ยังมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น

หลายคนได้รับรู้และติดตามมาอย่างต่อเนื่อง

แต่อีกหลายคนไม่ได้ติดตาม ไม่ได้รับรู้เรื่องราวต่างๆ

รู้แต่เพียงว่า “พระองค์” ทรงงานหนัก รับรู้ว่าพระองค์ปฏิบัติภารกิจไม่มีวันหยุดต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน

แต่ไม่รู้ว่าทำอะไรบ้าง?

ที่สำคัญเมื่อถึงวันเวลาหนึ่ง จิตใจของคนไทยทุกคนทั้งที่รู้ ทั้งที่รู้บ้างไม่รู้บ้าง ทั้งไม่ได้รับรู้ แต่ทุกคนจิตใจตรงกันหมด

จิตใจที่มอบให้พระองค์ท่าน แม้แต่ชีวิตก็ยอมให้ได้

การแสดงออกของประชาชนชาวไทยที่หยิบมาเป็นตัวอย่างของความรักและภักดีอย่างชัดเจนก็นับแต่วันที่พระองค์เสด็จสวรรคตจากวันนั้นมาถึงวันนี้

และก็คงจะเป็นไปอย่างนี้ไปจนกว่าจะต้องลาจากกัน

ยิ่งสิ่งที่ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าพระองค์ท่านรักประชาชน รักด้วยการกระทำ รักด้วยรักและปรารถนาดี รักด้วยความห่วงใยด้วยการให้หลักคิดหลักปฏิบัติ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ติดตัวของแต่ละคนเพื่อใช้ในการครองตน

อย่างที่ว่ากันว่า “สำคัญมั่นคงคือความตาย” อันเป็นสัจจะแห่งชีวิตที่มนุษย์ทุกคนจะหลีกหนีไปไม่พ้น

“เกิด แก่ เจ็บ ตาย” จึงเป็นสิ่งที่วนเวียนอยู่กับชีวิตที่พระพุทธองค์ทรงให้แง่คิดเอาไว้จึงต้องพร้อมที่จะรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ด้วยดุษณี

แม้จะต้องรู้สึกสูญเสีย เศร้าโศก เสียใจแค่ไหนก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ได้รับรู้รับทราบแล้วว่า “พ่อ” กำลังเดินทางไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นสูงสุด

เป็นที่อยู่ของ “ยอดคน” ที่ชีวิตเกิดมาเพื่อให้.

“สายล่อฟ้า”