วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดึงเอกชนร่วมลงทุน 611,077 ล้าน

ครม.ไฟเขียวปรับแผนยุทธศาสตร์พีพีพีแบบจัดหนักจัดเต็ม!

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (พีพีพี) จากเดิมเป็นแผนของปี 2558-2562 วงเงิน 1.41 ล้านล้านบาท เป็นร่างแผนยุทธศาสตร์ปี 2560-2564 วงเงิน 1.62 ล้านล้านบาท ประมาณการเอกชนลงทุน 611,077 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 โดยให้คณะกรรมการพีพีพีไปกำกับดูแลติดตามให้เป็นไปตามแผนงานโครงการต่อไป

“คณะกรรมการพีพีพีมีแผนยุทธศาสตร์พีพีพีโครงการร่วมทุนประจำปี 2558-2562 และมีโครงการที่จะเข้าสู่กระบวนการเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ออกมา ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ขอให้คณะกรรมการพีพีพีปรับแผนการร่วมทุนในกิจการของรัฐให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 ซึ่งมีระยะเวลาตั้งแต่ปี 2560-2564 โดยจะปรับปรุงให้กรอบเวลาเข้าสู่กรอบเดียวกัน และปรับปรุงวงเงินรวมโครงการ รวมถึงนำโครงการพีพีพีไปใช้ในเชิงของสังคม เพื่อให้บริการประชาชน”

สำหรับกิจการตามร่างแผนยุทธศาสตร์การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐที่ปรับใหม่มีจำนวนทั้งสิ้น 55โครงการ 22 กิจการ วงเงินรวม 1.62 ล้านล้านบาท แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มกิจการที่สมควรให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน (Opt-out) หากโครงการใดที่รัฐต้องการลงทุนเองทั้งหมด ต้องชี้แจงในรายละเอียดว่า ทำไมรัฐต้องดำเนินการเองและลงทุนถูกกว่าเอกชนเท่าใด เนื่องจากกลุ่มนี้เป็นโครงการที่รัฐมีเป้าหมายให้เอกชนร่วมลงทุนเป็นหลัก มี 4 กิจการ ประกอบด้วย 1.กิจการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทางรางในเมือง 2.กิจการพัฒนาถนนที่มีการเก็บค่าผ่านทางในเมือง 3.กิจการพัฒนาท่าเรือสาธารณะสำหรับการขนส่งสินค้า และ 4.กิจการรถไฟความเร็วสูง

นายกอบศักดิ์กล่าวว่า อีกกลุ่มกิจการ คือ กิจการที่รัฐส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน (Opt-in) ซึ่งส่วนนี้รัฐจะทำเองโดยใช้งบประมาณภาครัฐหรือจะเสนอให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนก็ได้มี 18 กิจการ เช่น กิจการโครงข่ายคมนาคม, อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง, ระบบตั๋วร่วม, พัฒนาธุรกิจและบริหารพื้นที่ท่าอากาศยาน เป็นต้น ซึ่งส่วนนี้จะมีความสำคัญ เพราะอนาคตรัฐบาลจะทำโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก บางครั้งใช้เงินจำนวนมาก เพราะมีหลายโครงการ ถ้าเอาเอกชนเข้ามาร่วมทำโครงการ จะแบ่งเบาภาระและสามารถทำได้หลายโครงการมากขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รายละเอียดการใช้งบประมาณใน 22 กิจการ คือ กลุ่มที่ 1 กิจการที่สมควรให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน (Opt-out) 4 กิจการ 16 โครงการ วงเงินรวม 987,320 ล้านบาท ขณะที่กลุ่มที่ 2 กิจการที่รัฐส่งเสริมให้เอกชนมีส่วนร่วมในการลงทุน (Opt-in) มี 18 กิจการ 39 โครงการ วงเงินรวม 629,906 ล้านบาท.