วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หาจุดลงตัว

เป็นท่าทีที่ตอบสนองออกมาอยู่แล้วกับการที่โอซีเอ หรือ สภาโอลิมปิกแห่งเอเชีย โดยประธานใหญ่ ชีค อาหมัด อัลฟาฮัด อัล ซาบาห์ เชิญชวนให้ประเทศไทย เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ต เกมส์ ในครั้งต่อไป ซึ่งจะมีขึ้นในปี 2021 หรืออีกเกือบๆ 4 ปีข้างหน้า

โดยหลังจบการแข่งขันครั้งที่ 5 ที่เมืองอาชกาบัต ประเทศเติร์กเมนิสถาน เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีประเทศไหนรับเป็นเจ้าภาพ

ท่าทีที่ตอบสนองของฝ่ายไทยนั้น เด่นชัดทั้งรัฐบาล ซึ่งทางรองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ที่กำกับดูแลด้านกีฬา และ รมต.กีฬา กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ก็แสดงความสนใจมาก่อนหน้านี้ รวมทั้งทางฟากของคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เครือข่ายของโอซีเอ เอง “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ คีย์แมน ก็สนับสนุน และยิ่งโอลิมปิกยุคนี้มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธาน เสียงก็ยิ่งทรงพลังขึ้นไปอีก

จึงไม่น่ามีปัญหาแต่อย่างไร เพียงรอการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งคาดว่าจะเป็นในเดือนหน้า เพื่อให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบอย่างเป็นทางการเท่านั้น ก็จะเสนอเรื่องไปทางโอซีเอก็เป็นอันเรียบร้อย

พูดกันตรงไปตรงมา กีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ แม้เป็นเกมระดับเอเชีย แต่ก็ถือเป็นเกมที่ไม่ใหญ่นัก ความสนอกสนใจโดยรวมก็ไม่ได้มากมายอะไร ชนิดกีฬาที่ผ่านมายังไม่ดึงดูดมากนัก สะท้อนได้ชัดเจนว่า ทำไมโอซีเอต้องเป็นฝ่ายออกไปหาเจ้าภาพ ไม่มีการแย่งกันจัดเหมือนเกมอื่นๆ

ครั้งที่แล้ว ไทยเราก็ไม่ได้มีการถ่ายทอดสด จะเป็นด้วยลิขสิทธิ์ไปผูกติดกับเอเชียนเกมส์ หรือจะเป็นเพราะความล้มเหลวด้านธุรกิจลิขสิทธิ์กีฬาและการถ่ายทอดสดในเมืองไทย จะเป็นด้วยสภาพเศรษฐกิจหรือกฎเกณฑ์ที่ออกมาอันเป็นการ “ฆ่า” กลไกทางตลาด อันเป็นธรรมชาติของธุรกิจในด้านนี้ในทางอ้อม ก็แล้วแต่

ก็ยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของกีฬาเอเชียนอินดอร์และมาร์เชียลอาร์ตเกมส์ ด้อยลงไปอีก

แต่เหตุและผลดังกล่าว ก็ไม่ได้หมายความว่า ประเทศไทย ไม่สมควรจะเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬานี้ ด้วยยังมีเหตุผลด้านอื่นๆ ที่ควรนำมาร่วมพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโอกาสที่ไทยเราจะเป็นเจ้าภาพจัดเกมใหญ่ ยอดนิยม ที่ต้องใช้เงินงบประมาณมหาศาลอย่าง เอเชียนเกมส์ ไม่ต้องไปมองถึงโอลิมปิก หรือ เพ้อฝันกับฟุตบอลโลก

เอาความจริงมาพูด เพียงเอเชียนเกมส์ก็เกือบจะไกลเกินเอื้อมไปแล้ว

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายระดับนึงที่ต้องใช้พอควร แต่น้อยกว่าเอเชียนเกมส์เยอะ กับมุมกีฬา ซึ่งเกมนี้ไทยเรามีผลงานใช้ได้ อยู่ลำดับ 6 ในเอเชีย ล่าสุด ได้มา 21 ทอง, 20 เงิน และ 29 ทองแดง

บวกกับแนวทางที่ปัจจุบัน เราผนวกเกมกับ ท่องเที่ยว และการโปรโมตประเทศไปด้วยกัน อีกทั้งกีฬาได้พิสูจน์ได้ชัดเจนในการสร้างพลังของคนในชาติ และช่วงเวลาใกล้ๆนี้เรายังไม่มีอีเวนต์มหกรรมกีฬาอย่างเป็นทางการ

เกมไซส์ขนาดนี้ อาจจะเป็นจุดที่พอเหมาะ พอควร และเป็นเหตุเป็นผล

ที่สำคัญ หากจะจัด ต้องปั่น ต้องปรุงแต่ง ฉลาดคิด ฉลาดทำ!

เปลี่ยนเป็นเพชรให้ได้

ประโยชน์จะคุ้มค่าหรือไม่ มันอยู่ที่ตรงนี้นี่แหละ...

“เบี้ยหงาย”