วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ร.10ทรงห่วงใย เหล่าพสกนิกรรอส่งพ่อ

สั่งดูแลดีที่สุดอย่าเข้มงวดประชาชนกรำฝนไม่ย่อท้อราชวงศ์ผู้นำ42ปท.เข้าร่วม

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชนที่หลั่งไหลเดินทาง มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์งานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ทรงมีรับสั่งให้ดูแลความสะดวกให้ดีที่สุด อย่าให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากจนเกินไปและจัดเบาะกันร้อนปูพื้นถนนรอบสนามหลวงให้ประชาชนนั่งรอรับเสด็จ ขณะที่คลื่นประชาชนเข้าจับจองพื้นที่ชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศแน่นขนัด หอบที่นอนหมอนมุ้งนอนรอส่ง “พ่อ” ข้ามวันข้ามคืน ไม่หวั่นแม้ฝนตกกระหน่ำอย่างหนัก ยอมนั่งตากฝนด้วยหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักความภักดีอย่างล้นพ้น ด้านพสกนิกรอีกส่วนกรำฝนตัวเปียกโชก เข้าคิวรอกราบพระบรมฉายาลักษณ์รัชกาลที่ 9 ที่ซุ้มริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง มหาดไทยย้ำให้ดูแลประชาชนทั่วประเทศแต่งกายให้เหมาะสมงานถวายพระเพลิง

พสกนิกรทั่วไทยหลอมรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว หลั่งไหลเดินทางมายังท้องสนามหลวง ตั้งแต่ วันที่ 23 ตุลาคมเพื่อ “รอส่งพ่อ...กลับสู่แดนสรวง”โดยนอกเหนือจากเดินทางมากราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ที่ซุ้มริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง บริเวณถนนหน้าพระลาน เป็นการแสดงความอาลัยครั้งสุดท้ายแล้ว ยังมาจับจองพื้นที่โดยรอบบริเวณท้องสนามหลวง รอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศและร่วมในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม

จองที่นอนรอชมริ้วขบวน

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 24 ต.ค. ถึงบรรยากาศบริเวณท้องสนามหลวงตั้งแต่เมื่อวันที่ 23 ต.ค. ว่า ที่ บริเวณฟุตปาทริมรั้วตั้งแต่หน้ากระทรวงมหาดไทย ยาวไปจนจดสี่แยกบำรุงเมือง มีประชาชนจำนวนมากทั้งจากในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เดินทางมาจับจองพื้นที่บนฟุตปาทริมรั้ว เพื่อรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยส่วนหนึ่งพากันนำเต็นท์มากางนอน รวมถึงผ้าพลาสติกปูพื้นนั่งรวมตัวกันจนถึงช่วงกลางคืน โดยไม่หวั่นกลัวสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักในช่วงเวลาประมาณ 22.00-23.00 น. โดยบางส่วนนำเสื้อกันฝนมาสวมใส่และกางร่มกันฝน

พสกนิกรกรำฝนรอกราบ ร.9 ริมวัง

ขณะเดียวกัน มีประชาชนจำนวนมากนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมากราบสักการะ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ ถนนหน้าพระลาน ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูมณีนพรัตน์และประตูวิเศษไชยศรี ตลอดทั้งวันจนกระทั่งถึงช่วงค่ำประชาชนยิ่งเพิ่มจำนวนหนาแน่น หลายพันคน โดยเข้าคิวกันยาวเหยียดและในช่วงดึกที่ฝนได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก ประชาชนที่ตั้งใจนำพวงมาลัยมากราบสักการะหาได้ย่อท้อไม่ ยังคงยืนกรำสายฝนที่ตกอย่างหนักรอเข้ากราบโดยไม่ยอมหนีไปไหน

ตัวเปียกโชกร่วมแสดงอาลัย

นายภัทรวุฒิ ศรีเทียมศักดิ์และนางพรรณกาญจน์ นวรัตนธนากร สองสามีภรรยาบ้านอยู่ถนนแจ้งวัฒนะ ที่นำพวงมาลัยมากราบสักการะแสดงความอาลัยรัชกาลที่ 9 ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์และยืนเข้าคิวรอกราบ ท่ามกลางสายฝนที่ตกกระหน่ำจนตัวเปียกโชกเมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค. เปิดเผยว่า ถือเป็นอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้มีโอกาสมาถวายความจงรักภักดีและแสดง ความอาลัย หลังจากที่เคยเข้ากราบพระบรมศพบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังมาแล้ว และแม้ฝนจะตกหนักเพียงใดก็ไม่ย่อท้อ เพราะถือเป็นครั้งเดียวในชีวิตที่จะได้มีโอกาสร่วมแสดงความอาลัยรัชกาลที่ 9

จับจองพื้นที่รอส่ง “พ่อ”

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนจากกรุงเทพฯและทุกทิศทั่วไทย มาปักหลักนั่งรอนอนรออยู่บริเวณด้านหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ ไปจนถึงริมคลองหลอดด้านหลังศาลฎีกา กับที่จุดคัดกรองด้านแม่พระธรณีบีบมวยผมรวมทั้งโดยรอบสนามหลวงและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ ส่วนใหญ่ที่มาต่างมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน เพื่อรอส่ง “พ่อ” เสด็จสู่สรวงสวรรค์ครั้งสุดท้าย แม้จะตากฝนตากแดดก็ไม่ท้อ และจะรอจนกว่าจะเสร็จพิธีในวันที่ 27 ต.ค. ถึงแม้จะไม่สะดวกเรื่องห้องสุขา แต่หลายคนก็ไม่บ่น ส่วนการรักษาความปลอดภัยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกเดินตรวจตราโดยรอบสนามหลวงดูแลความเรียบร้อย

42 ปท.ร่วมถวายพระเพลิง ร.9

เวลา 08.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ กล่าวถึงจำนวนแขกสำคัญในต่างประเทศ ที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวันที่ 26 ต.ค. ว่า ล่าสุด มีการตอบรับเข้าร่วมงานพระราชพิธีจำนวน 42 ประเทศ เป็นราชวงศ์จากประเทศต่างๆ จำนวน 15 ประเทศ คาดว่าจะไม่มีเพิ่มเติมจากนี้ เนื่องจากต้องเตรียมการซักซ้อมพระราชพิธี สำหรับพิธีการถวายดอกไม้จันทน์ในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ประเทศออสเตรเลีย ที่เวลาเร็วกว่าประเทศไทย 4 ชั่วโมง จะต้องกำหนดจัดพิธีในเวลาที่เหมาะสม โดยจะไม่ดำเนินการก่อนเวลาในประเทศไทยแม้เวลาจะเร็วกว่าประเทศไทยก็ตาม

กต.เผยพระราชวงศ์ 24 ปท.ทรงร่วม

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความคืบหน้าบุคคลสำคัญต่างประเทศที่จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรว่า จนถึงวันที่ 24 ต.ค. มีพระประมุข ประมุข และพระราชวงศ์ รวม 24 ประเทศ ดังนี้ 1.สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี เลโซโท 2.สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีภูฏาน 3.สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินีตองกา 4.ประธานาธิบดีเมียนมา และภริยา 5.ประธานประเทศลาว และภริยา 6.ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และคู่สมรส 7.สมเด็จพระราชินีสวีเดน

สมเด็จพระราชินี 3 พระองค์ทรงร่วม

8.สมเด็จพระราชินีเนเธอร์แลนด์ 9.สมเด็จพระราชินีเบลเยียม 10.สมเด็จพระราชินีสเปน 11. ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯ ออสเตรเลียและภริยา 12.ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ฯแคนาดา 13.อดีตประธานาธิบดีอินโดนีเซีย 14.อดีตประธานาธิบดี สมาพันธรัฐสวิส 15.อดีตประธานาธิบดีเยอรมนี 16.นายกรัฐมนตรีบาห์เรน 17.มกุฎราชกุมารเดนมาร์ก 18.มกุฎราชกุมารนอร์เวย์ 19.แกรนด์ดุ๊กรัชทายาทลักเซมเบิร์ก 20.รองสมเด็จพระราชาธิบดีแห่งมาเลเซียและสุลต่านแห่งรัฐเประและพระชายา 21. ดยุกแห่งยอร์ก สหราชอาณาจักร 22.เจ้าชายอะกิชิโนะ แห่งญี่ปุ่นและพระชายา 23.พระอนุชาของเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ 24.เจ้าหญิงมาร์กาเรตา ลิกเตนสไตน์

18 ผู้นำ–ผู้แทน ปท.ร่วมพระราชพิธี

สำหรับรองประมุข หัวหน้ารัฐบาลและผู้แทนพิเศษ 18 ประเทศ ประกอบด้วย 25.รองประธานาธิบดี เวียดนาม 26.นายกรัฐมนตรีกัมพูชา 27.นายกรัฐมนตรีสวาซิแลนด์ 28.อดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ 29.อดีตนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสและภริยา 30.รองนายกรัฐมนตรีจีน 31.รองนายกรัฐมนตรีตุรกี 32.รองประธานรัฐสภาสาธารณรัฐเกาหลี 33.รองประธานสภาดูมา รัสเซีย 34.รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศและการค้า คนที่ 2 บรูไนดารุสซาลาม 35.รมว.กลาโหมสหรัฐอเมริกา 36.รมว.ต่างประเทศฟิลิปปินส์ และภริยา 37.รมว.ต่างประเทศและกระทรวงนโยบายและแผน ศรีลังกา และภริยา 38.รมว.กลาโหมเนปาล และภริยา 39.รมว.พลังงาน ปากีสถาน 40.รมช.ต่างประเทศบังกลาเทศ 41.รมช.ต่างประเทศอินเดีย42.เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกันประจำสาธารณรัฐอินเดียและสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล แห่งวาติกัน

เจ้าชายแอนดรูว์เสด็จฯถึงองค์แรก

สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ของสมาชิกราชวงศ์และผู้นำต่างประเทศนั้น เมื่อเวลา 05.45 น. เจ้าชายแอนดรูว์ อัลเบิร์ด คริสเตียน เอดเวิร์ด ดยุกแห่งยอร์กแห่งสหราชอาณาจักร เสด็จฯโดยเครื่องบินของบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เที่ยวบินที่ทีจี 911 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อทรงเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เฝ้ารับเสด็จ

พระราชินีสเปนเสด็จฯถึงไทยแล้ว

ต่อมาในเวลา 17.51 น. สมเด็จพระราชินีโซเฟีย ในสมเด็จพระราชาธิบดี ฆวน คาร์ลอส ที่ 1 แห่งราชอาณาจักรสเปน เสด็จพระราชดำเนินโดยเครื่องบินของสายการบินเอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่อีเค 418 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อทรงร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระ บรมศพฯ พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ เฝ้ารับเสด็จ และมีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมข้าราชการ เฝ้ารับเสด็จในนามรัฐบาลไทย จากนั้นเวลา 17.35 น. อาร์คบิชอป กิอัมบัตติสตา ดีควัตโตร เอกอัครสมณทูตนครรัฐวาติกัน ประจำสาธารณรัฐอินเดีย และสหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล เดินทางโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ทีจี 324 ถึงท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นายกฯขอบคุณสื่อช่วยแพร่ข่าว

เวลา 13.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังประชุม ครม.ว่า ขอขอบคุณสื่อทั้งหลายในช่วงนี้ ที่ทุกคนได้มีการเผยแพร่ถ่ายทอดงานที่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สำหรับความพร้อมในการเตรียมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ และการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบในการเตรียมตัว คงต้องทำอย่างต่อเนื่อง โดยคณะกรรมการอำนวยการและคณะอนุกรรมการแต่ละคณะจะชี้แจงในทุกๆ ประเด็น ยืนยันว่าวันนี้มีความพร้อมในทุกพื้นที่ ทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและต่างจังหวัดโดยเฉพาะ อย่างยิ่งในมณฑลพิธีท้องสนามหลวง ได้ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัย ความแข็งแรงและตรวจสอบการเตรียมแผนรองรับทั้งหมดที่เตรียมไว้จนกว่าจะถึงวันเวลาจริง และผ่านงานพระราชพิธีไปแล้ว ตามหมายกำหนดการ

ซาบซึ้งคนไทย-ร.10 ทรงห่วงใย ปชช.

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในส่วนของประชาชนตนขอบคุณและซาบซึ้ง ตนไปร่วมในพิธีซ้อมริ้วขบวนใน 2 ครั้งที่ผ่านมา ได้เห็นแววตาเห็นความตั้งใจของประชาชน ตรงนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานความห่วงใยและกำลังใจลงมา เพราะทุกคนมีความตั้งใจในการเดินทางเข้าร่วมงานพระราชพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน แม้อากาศจะร้อนทุกคนต้องมารอเป็นเวลานาน ตรงนี้รัฐบาลจะดูแลให้ดีที่สุด เพื่อให้เป็นไปตามพระราชกระแสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงห่วงใยประชาชน ขอให้ทุกคนได้ดำเนินการให้ประชาชนมีความพึงพอใจ ให้มีความสุขให้มากที่สุดในช่วงเวลาสำคัญดังกล่าว ขอขอบคุณประชาชน เจ้าหน้าที่ทั้งพลเรือน ตำรวจ ทหาร อาสาสมัครที่มีทั้งอาสาสมัครมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่บริการฟรี เป็นตัวอย่างในการทำความดีเพื่อแผ่นดินเพื่อพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ก็ขอให้ทำต่อไปต่อเนื่อง

ผบ.ทบ.นำจิตอาสาทำความสะอาด

เวลา 13.30 น. ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1 สะพานพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.พร้อมด้วย พล.อ.วีรชัย อินทุโสภณ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เสนาธิการทหารบก พร้อมด้วยข้าราชการนายทหารชั้นผู้ใหญ่และประชาชน กว่า 500 คน ร่วมโครงการ “จิตอาสาเฉพาะกิจ จิตอาสาสมัครใจ และจิตอาสาโครงการทำความดีด้วยหัวใจ” พล.อ.เฉลิมชัยได้นำจิตอาสาถวายความเคารพพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า จุฬาโลกมหาราช พระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร และพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกับถวายสัตย์ปฏิญาณตนร่วมกัน ก่อนจะแยกย้ายทำความสะอาดขัดกำแพง เก็บกวาดขยะ จัดเตรียมสถานที่รองรับประชาชนที่จะมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานพระราชพิธีฯ วันที่ 26 ต.ค. ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 1

จัดฟูกปูพื้นฟุตปาทกันร้อน

พล.อ.เฉลิมชัยกล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นห่วงประชาชนที่เดินทางมาร่วมในพระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพ วันที่ 26 ต.ค.มีจำนวนมาก จะต้องได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด โดยเฉพาะพื้นที่ฟุตปาทพื้นซีเมนต์บริเวณพื้นที่โดยรอบ อาจมีอุณหภูมิความร้อนสูง ทางกองอำนวยการฯจึงประสานกองทัพบกและกองทัพเรือ จัดเตรียมวัสดุรองรับ ใช้ปูพื้นฟุตปาทภายใน 2-3 วันนี้ โดยให้นำเครื่องนอนของทหารที่เป็นพื้นยางมาดัดแปลงเป็นวัสดุรองพื้น ซึ่งกรมพลาธิการทหารบกได้เตรียมการเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ยังรับสั่งให้ดูแลประชาชนที่มาร่วมพระราชพิธีฯ อย่าให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดมากจนเกินไป

ร.10 รับสั่งดูแลความสะดวกให้ดีที่สุด

เวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ คสช. ว่า นายกฯได้แจ้งในที่ประชุมว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งสำหรับงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มี0ประชาชนเดินทางมาร่วมพิธีทั้งในกรุงเทพฯและตามพระเมรุมาศจำลองในต่างจังหวัด โดยเฉพาะในพระราชพิธีฯที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และโดยรอบพระบรมมหาราชวัง คาดว่าจะมีประชาชน เดินทางมาร่วมไม่ต่ำกว่า 250,000 กว่าคน ขอให้ รัฐบาลแจ้งเจ้าหน้าที่ราชการทุกภาคส่วนดูแลอำนวยความสะดวกให้ดีและมากที่สุด โดยเฉพาะการเดินทาง เข้ามาของประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ประสบอุทกภัย ขอให้ช่วยเหลือเยียวยา จัดรถรับส่งประชาชนให้เดินทางมาร่วมพระราชพิธีฯและพระเมรุมาศจำลองทั่วประเทศได้

ย้ำยืดหยุ่นระเบียบหลักเกณฑ์

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ต้องการให้ประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากที่สุด ช่วยเหลือดูแลประชาชนให้ได้มากที่สุด ระเบียบหลักเกณฑ์ต่างๆที่มีความยืดหยุ่น จะต้องให้มีความยืดหยุ่นให้ได้มากที่สุด เห็นได้จากการซักซ้อมกระบวนพระราชพิธี ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15-21 ต.ค. จะเห็นว่ากระบวนพระราช พิธีเคลื่อนที่ค่อนข้างช้า เพราะฉะนั้นระยะทาง 100-200 เมตร จะใช้เวลาพอสมควร จึงให้ประชาชนลุกขึ้น ยืนได้ ไม่ต้องนั่งตลอดเวลา สามารถผ่อนคลายอิริยาบถได้ก่อน แต่เมื่อริ้วขบวนใกล้ถึงก็แจ้งเตือนประชาชนให้อยู่ในกิริยาสำรวม และปฏิบัติตามคำแนะนำ จะทำให้ประชาชนผ่อนคลาย ไม่เครียด

ยืนยันเข็มที่ระลึกมีเพียงพอ

พล.ท.สรรเสริญกล่าวว่า ที่ประชุมหยิบยกกรณีการจัดจำหน่ายเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ โดยสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เปิดให้จองวันแรก 4 หมื่นเหรียญ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. และหมดภายในวันเดียวนั้น นายกฯระบุว่า ต้องชี้แจงประชาชนทราบว่าจะเปิดจองรอบ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่กองคลัง สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) และธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดจำนวน จึงขออย่าไปซื้อจากกลุ่มคนที่ซื้อก่อนหน้านี้เพื่อเก็งกำไร และโก่งราคาสูงขึ้นกว่าราคาเป็นจริง

มท.1 ถกด่วน ผวจ.ทั่ว ปท.

เวลา 14.00 น. ที่กระทรวงมหาดไทย พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ประชุมผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ เตรียมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนภูมิภาค พล.อ.อนุพงษ์กล่าวก่อนการประชุมว่า เป็นการซักซ้อมการปฏิบัติงานพระราชพิธีให้เข้าใจตรงกันในทุกพื้นที่ ทั้งเรื่องสถานที่ การดูแลประชาชนที่เข้าร่วมในพระราชพิธี ซึ่งจะนำผลของการตรวจเยี่ยมสถานที่สร้างพระเมรุมาศจำลองของจังหวัดนนทบุรี ที่วัดบัวขวัญ มาหารือในที่ประชุม ภาพรวมทุกจังหวัดถือว่าเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์พร้อมให้ประชาชนเข้าร่วมถวายดอกไม้จันทน์ เป็นห่วงเรื่องสภาพอากาศที่ยังคงมีฝนตกในหลายพื้นที่ ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้

ฝากย้ำดูแลแต่งกายให้เหมาะสม

รมว.มหาดไทยกล่าวว่า นอกจากนี้ได้สั่งการผวจ.ให้ดูแลเรื่องการแต่งกายของประชาชนที่เข้าร่วมงาน แม้ว่าจะมีข้อกำหนดตามนโยบายในการแต่งกายสุภาพสีดำ แต่บางส่วนอาจมีข้อจำกัด จึงให้แนวทางกับทุกพื้นที่ ไปทำความเข้าใจในลักษณะการขอความร่วมมือ ไม่ใช้การบังคับ รวมถึงเตรียมแนวทางการแก้ไขปัญหาเฉพาะ เช่น สุภาพสตรีแต่งกายไม่เรียบร้อยจะมีผ้าซิ่นหรือผ้านุ่งไว้ให้เปลี่ยน อีกทั้งกำชับการใช้คำพูดของเจ้าหน้าที่ ให้ใช้คำพูดที่เหมาะสมและสุภาพกับประชาชน

นำเบาะรองนอนมาปูให้ประชาชน

ขณะที่บริเวณตั้งแต่หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ยาวไปจนถึงแม่พระธรณีบีบมวยผม ทหารบก และทหารเรือ นำเบาะรองนอนจำนวนมาก มาวางไว้ ที่บริเวณทางเท้าถนนราชดำเนินในแล้วให้กลุ่มจิตอาสาเข้ามาปูบนทางเท้าเต็มพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้นั่งรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ

นายทหารเรือผู้ควบคุมดูแลการจัดวางเบาะรองนั่ง กล่าวว่า สำนักพระราชวังได้ประสานทหารเรือและทหารบก นำเบาะรองนอนมาอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เนื่องจากที่ผ่านมาอากาศร้อน ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย และไม่ต้อง ให้ประชาชนใช้แผ่นพลาสติกปูรองนั่ง ทำให้เกิดภาพที่ไม่สวยงาม

ยังหลั่งไหลกราบพระบรมฉายาลักษณ์

ส่วนที่บริเวณซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ริมกำแพงพระบรมมหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี กับประตูมณีนพรัตน์ ยังมีประชาชนนำดอกไม้สดและพวงมาลัยดอกดาวเรืองจำนวนมากมากราบ บางคนนำพระบรมฉายาลักษณ์ติดตัวมาจากบ้านและกอดไว้แนบอก แสดงถึงความรักความอาลัยอย่างสุดซึ้ง แม้ว่าจะมีสายฝนโปรยปรายลงมาเป็นระยะๆ โดยมีกลุ่มจิตอาสาคอยอำนวยความสะดวก

ติดตั้งป้ายประชาสัมพันธ์เส้นทาง

ที่ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.พระราชพิธีฯ) โดย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และนายสราวุท ทรงศิวิไล ผู้ตรวจราชการกระทรวงและโฆษกกระทรวงคมนาคม แถลงข่าวเรื่องป้ายประชาสัมพันธ์รอบบริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง และการปิดเส้นทางจราจรเพิ่มเติม

จัดรถชัตเติลบัสบริการ

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รักษาราชการแทน รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า กอร.พระ ราชพิธีฯ ได้ติดตั้งคัตเอาต์ หรือป้ายประชาสัมพันธ์ จำนวน 35 จุด รอบพื้นที่ บอกข้อมูลพระเมรุมาศจำลอง จุดถวายดอกไม้จันทน์ จุดบริการอาหาร น้ำดื่ม รถสุขา และจุดเดินเท้าต่างๆ ผู้ที่เดินเข้ามาจุดเดินเท้า จะได้รับแผ่นพับบอกข้อมูล หากมีผู้มาร่วมงานที่พระเมรุมาศจำลองจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จะจัดรถชัตเติลบัส ส่งประชาชนไปร่วมวางดอกไม้จันทน์ ณ พระเมรุมาศจำลองที่อยู่บริเวณใกล้เคียงกัน ผู้ที่ ต้องใช้เส้นทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยรถยนต์ส่วนบุคคล ในวันที่ 25-26 ต.ค. เวลา 05.00 น. กอร.พระราชพิธีฯ จะปิดสะพานพระปิ่นเกล้า ให้หลีก เลี่ยงเส้นทางไปเส้นสะพานพระราม 8, สะพานซังฮี้ ส่วนสะพานพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จะปิดในวันที่ 26 ต.ค. หลีกเลี่ยงไปใช้สะพานพระปกเกล้าแทนได้

เคลียร์ ปชช.ออกแล้วเปิดให้เข้าใหม่

รักษาราชการแทนรองผู้บัญชาการตำรวจ นครบาล กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีประชาชนผ่านจุดคัดกรองเข้ามาจับจองพื้นที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฝั่งตรงข้ามกับพระเมรุมาศ ซึ่งจะเข้าสู่พื้นที่โรงมหรสพบริเวณพระเมรุมาศได้ บางส่วนถือได้ว่าเข้ามาภายในจุดคัดกรองแล้ว ตามมาตรการรักษาความปลอดภัย จำเป็นต้องเคลียร์พื้นที่ให้ประชาชนส่วนดังกล่าวออก เพื่อเปิดให้เข้าจุดคัดกรองพร้อมกันในวันที่ 25 ตุลาคม เวลา 05.00 น. เนื่องจากต้องถือเรื่องความปลอดภัยเป็นประเด็นสำคัญ แต่จะพยายามอธิบายให้ประชาชนได้รับรู้มากที่สุด ทั้งนี้ประชาชนที่มาถวายดอกไม้ที่ซุ้มพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน ก็ยังเปิดให้ประชาชนเข้าพื้นที่เพื่อวางดอกไม้ได้ตลอด ยกเว้นช่วงที่มีงานพระราชพิธี

เพิ่ม 5 จุด ชมริ้วขบวน

พล.ต.ต.มนตรี ยิ้มแย้ม รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า จุดเพิ่มเติมที่ให้ประชาชนเดินทางเข้ามาร่วมชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ อีก 5 จุด คือ 1.ริมถนน ราชดำเนินใน ตั้งแต่ถนนที่ผ่ากลางสนามหลวงถึงแยกป้อมเผด็จ 2.แนวกำแพงรอบพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่แยกท่าช้างถึงแยกท่าเตียน 3.บริเวณริมถนนท้ายวัง 4.บริเวณหน้าวัดโธิ์ 5.ริมกำแพงพระบรม มหาราชวังฝั่งตรงข้ามสวนสราญรมย์ จากเดิมให้ประชาชนเข้ามาได้ประมาณ 3-4 หมื่นคน จะเพิ่มประชาชนได้มากถึง 9 หมื่นคน พร้อมจัดเตรียมห้องน้ำเพื่ออำนวยความสะดวก รวมบริเวณโดยรอบพื้นที่รับประชาชนทั้งหมดได้กว่า 3 แสนคน

แห่เข้ากรุงเพียบด้วยรถไฟ

ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ตั้งแต่ช่วงเช้าวันเดียวกัน มีประชาชนจำนวนมากเดินทางโดยรถไฟที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดรถไฟขบวนพิเศษรับส่งฟรี แก่ผู้ที่ต้องการเดินทางมาร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง ร.9 โดยขบวนกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี และกรุงเทพฯ-หนองคาย นางอารีย์ กันทาสัก อายุ 60 ปี เดินทางมาจาก จ.ลำพูน กล่าวว่า เดินทางมากับเพื่อนบ้าน 9 คน มาโดยรถไฟขบวนพิเศษที่ 964 ยังไม่มีที่พัก แต่ตั้งใจว่าจะมานอนที่สนามหลวงเพราะใกล้ที่สุด และจะเข้าจับจองพื้นที่ให้เห็นริ้วขบวนได้ชัดเจน แม้ร่างกายจะไม่ค่อยดีนัก แต่ยืนยันว่าจะขอมาส่งในหลวง รัชกาลที่ 9 ครั้งสุดท้ายให้ได้

ปักหลักรอแม้ไม่มีที่พัก

ด้านนางสมจิต พุฒซ้อน อายุ 59 ปี มาจาก จ.ปัตตานี กล่าวว่า มากับครอบครัว 4 คน ก่อนหน้านี้เคยมากราบพระบรมศพแล้ว 11 รอบ ครั้งนี้ตั้งใจจะมาส่งเสด็จ ตอนนี้ยังไม่มีที่พัก แต่ไม่เป็นปัญหาเพราะก่อนหน้านี้ที่มาเข้ากราบพระบรมศพก็ไม่มีที่พักเช่นกัน อาศัยหลับนอนอยู่ที่สนามหลวงไม่ได้อาบน้ำมา 2 วัน ครั้งนี้ก็เช่นกัน แต่ไม่ถือว่าเป็นอุปสรรค เมื่อเทียบกับหัวใจที่พวกเราในฐานะประชาชนมีความ จงรักภักดีที่มีต่อพระองค์ท่าน

จองพื้นที่ให้ได้ใกล้ชิด ร.9

เวลา 15.00 น. ที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์และศาลหลักเมือง รวมทั้ง รอบๆบริเวณสนามหลวง มีประชาชนขนข้าวของสัมภาระในการพักค้างคืนเข้ามาจับจองพื้นที่อย่างเนืองแน่น ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา นางมาลี เมฆเจริญ อายุ 49 ปี ชาวประจวบคีรีขันธ์ เดินทางมาพร้อมกับลูกชายเมื่อวันที่ 23 ต.ค. โดยมีกระเป๋าเสื้อผ้าคนละหนึ่งใบ กล่าวว่า คนในหมู่บ้านเริ่มทยอยเดินทางมาเข้าร่วมส่งเสด็จในหลวง รัชกาลที่9 ไปหาที่พักทุกที่เต็มหมด เลยมานั่งรอชมพระราชพิธีที่หน้าศาลหลักเมือง เมื่อคืนวันที่ 23 ต.ค.ฝนตกหนักมาก ต้องนอนตากฝนทั้งคืน แต่ไม่ย่อท้อ เพราะมาด้วยความรักในหลวง รัชกาลที่ 9

มาด้วยใจนอนรอ 3 วัน 3 คืน

นางอู่ทอง หนูโยชน์ อายุ 51 ปี ชาว จ.มหาสารคาม เดินทางมาพร้อมกับญาติ กล่าวว่า เดินทางมาโดยรถตู้ถึงเมื่อเช้าวันนี้ รีบเข้ามาจับจองพื้นที่ทันที คิดว่าจะใช้ริมฟุตปาทหน้าป้อมเผด็จดัสกรเป็นที่นอน 3 วัน 3 คืน เพราะไม่ต้องการพลาดโอกาสที่ได้ใกล้ชิดพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย ได้เตรียมขนม นม น้ำดื่ม รวมทั้งข้าวปลาอาหารมาจากบ้าน เพื่อใช้รับประทานในระหว่างที่รอ แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานก็ตาม จะยอมทนเพราะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นนี้ถือว่าเป็นเหตุการณ์สำคัญของชีวิตที่จะได้ตอบแทนบุญคุณที่ในหลวง ร.9

พระเทพฯเสด็จร่วมประดิษฐ์เครื่องสด

เวลา 16.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มายังโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ทรงร่วมงานประดิษฐ์เครื่องสดประดับพระจิตกาธานในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยประกอบเกสรชั้นใน ของดอกปาริชาต ทำจากพลอยนพรัตน์ 9 ดวง จากจังหวัดจันทบุรี ตรงกลางประดับด้วยเพชรแท้ 2 สตางค์ ล้อมรอบด้วยอัญมณี 8 สี เป็นขั้นตอนสุดท้ายในการทำดอกปาริชาตประดิษฐ์ ที่เป็นดอกไม้ไหว ดอกไม้เฟือง และดอกไม้เอว จำนวน 70 ดอก เป็นส่วนประกอบหนึ่งของพระจิตกาธาน ในลายซุ้มบันแถลง ประดับบนชั้นเรือนยอดที่ 9 ที่มีความประณีตวิจิตรบรรจงด้วยลายแทงหยวกแบบโบราณเฉพาะพระมหากษัตริย์

ทรงขอบใจช่างทุกคนที่ทำงาน

ก่อนเสด็จพระราชดำเนินกลับ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีรับสั่งขอบใจช่างฝีมือทุกคนที่มารังสรรค์เครื่องสดประดับพระจิตกาธาน ให้ออกมาสมพระเกียรติที่สุด โดยหลังจากพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพิธีจำเริญน้ำ เสร็จสิ้น จะนำเรื่องพระจิตกาธาน ขึ้นกราบ บังคมทูลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอพระราชทานพระราชานุญาต นำไปจัดแสดงเป็นนิทรรศการให้ประชาชน ได้ชมความวิจิตรของงานประณีตศิลป์ไทย

กว่า 400 คนรวมตัวรังสรรค์สุดฝีมือ

ทั้งนี้ ช่างฝีมือทั้ง 3 แขนงประกอบด้วย ช่าง แกะสลักของอ่อน ช่างร้อยกรองดอกไม้สด และช่างแทงหยวก กว่า 400 คน ได้รวมตัวกันเพื่อระดมฝีมือรังสรรค์เครื่องสดประดับพระจิตกาธานให้ออกมาวิจิตรอลังการและสมพระเกียรติที่สุด เปรียบเสมือนพระวิมานบนสรวงสวรรค์ ขั้นตอนที่ทำยากที่สุดคือการทำดอกปาริชาตสดเพื่อประดับลายแทงหยวก ลายกลีบบัวจงกลซ้อนกาบลาย 5 ชั้นประดับเครื่อง สดลายดอกจอกดอกประจำยาม ซึ่งดอกปาริชาตที่ประดิษฐ์ขึ้นนี้ สื่อถึงดอกไม้บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ส่วนจำนวน 16 ดอกหมายถึงชั้นสวรรค์ 16 ชั้นตามคติความเชื่อไตรภูมิ

กำลังซ้อมโขนฝนเทกระหน่ำ

เวลา 18.00 น. บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือ มีการซ้อมการแสดงมหรสพสมโภช พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในพื้นที่จริง ได้แก่ เวทีที่ 1 โขนพระราชทานเรื่องรามเกียรติ์ ตอน รามาวตาร นางสีดาหายและพระรามได้พล ขับพิเภก เมื่อซ้อมไปเพียงประมาณ 30 นาที มีฝนตกลงมาอย่างหนัก จึงต้องหยุดซ้อมการแสดง นายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากรกล่าวว่า ได้รับรายงานว่า คณะนักแสดงทั้งหมดได้ฝึกซ้อมในสถานที่จริงแล้ว ถือว่าการแสดงมหรสพสมโภชทั้ง 3 เวทีมีความพร้อมในพระราชพิธีจริง 26 ต.ค.จะเริ่มการแสดงช่วงแรกในเวลา 18.00-20.00 น. โดยในช่วงเวลา 20.00-23.00 น. ซึ่งเป็นพระราชพิธีภายในพระเมรุมาศ จะทำการแสดงโขนหน้าพระเมรุ ขณะที่เวทีด้านนอก 3 เวที จะหยุดการแสดง

วันจริงหากตกก็หยุดแสดง

จากนั้นจะเริ่มการแสดงอีกครั้งในเวลา 23.00 น. กระทั่งถึง 06.00 น. ของวันที่ 27 ต.ค. ทั้งนี้ หากมีฝนตกลงมาในช่วงการแสดง จะให้คณะการแสดงหยุดพักชั่วคราวและให้แสดงอีกครั้งหลังฝนหยุด อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 25 ต.ค. ผู้แสดง นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยนาฏศิลป์ 12 แห่ง ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานในการแสดงมหรสพสมโภชจำนวนกว่า 3,000 คน จะเดินทางจากวิทยาลัยนาฏศิลป์ ศาลายา เพื่อเข้าพักและเตรียมความพร้อมที่สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ วังหน้า ก่อนเข้าพื้นที่จริง อย่างไรก็ตาม มีแผนเตรียมการกรณีฝนตก

ร้องเรียกกลางฝน “พ่อจ๋าช่วยด้วย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนได้ตกกระหน่ำลงมาอย่างหนัก พร้อมเสียงท้องฟ้าคำรามลั่นเป็นระยะในขณะที่กลุ่มจิตอาสากำลังช่วยกันปูเบาะรองนั่ง สำหรับให้ประชาชนนั่งตลอดแนวรั้วพระบรมมหาราชวัง ด้านกระทรวงกลาโหม ทำให้ทั้งจิตอาสาและประชาชนที่เข้ามาจับจองพื้นที่บนฟุตปาทบริเวณริมถนนรอบนอกสนามหลวงเพื่อรอเข้าพื้นที่ด้านใน ต้องหอบสัมภาระวิ่งหลบฝนใต้ชายคาที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่คนที่มีร่มกันฝน ได้กางร่มยืนกลางสายฝนโดยไม่หลบไปไหน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนเฝ้ารักษาการณ์ตามจุดรอบนอกสนามหลวง ก็ใส่เสื้อคลุมกันฝนยืนปฏิบัติหน้าที่ ด้วยการยืนก้มหน้านิ่งอยู่กับที่ตลอดระยะเวลาที่ฝนตกเทลงมา โดยประชาชนบางคนถึงกับเอ่ยปากในขณะที่ฝนตกลงมาอย่างหนักว่า “พ่อจ๋าช่วยด้วย” ซึ่งฝนได้ตกประมาณ 15 นาที จึงค่อยๆ ซาเม็ดลงไป

หมายกำหนดการพระราชพิธี

ด้านสำนักพระราชวังเผยแพร่หมายกำหนดการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ณ พระเมรุมาศท้องสนามหลวง วันที่ 25-29 ตุลาคม พุทธศักราช 2560 ดังนี้ วันที่ 25 ต.ค. พระราชกุศลออกพระเมรุ เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว จะเสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหา ปราสาท ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุ ทรงประเคนพัดรองออกพระเมรุแก่สมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะที่จะถวายพระ ธรรมเทศนา และพระราชาคณะที่จะสวดศราทธพรต 30 รูป พระสงฆ์จะสดับปกรณ์ 89 รูป เท่าพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระสงฆ์ที่จะสวดพระอภิธรรม 8 รูป บรรพชิตจีน ญวน 20 รูป พระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา ถวายไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สวดศราทธพรต พระสงฆ์สวดสดับปกรณ์ บรรพชิตจีน ญวน สวดมาติกา สดับปกรณ์ และถวายอนุโมทนา ทรงจุดธูปเทียน ที่แท่นเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จฯกลับ

07.00 น. อัญเชิญพระบรมโกศ

วันที่ 26 ต.ค. อัญเชิญพระบรมโกศไปพระเมรุมาศ เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียน เครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ทรงทอดผ้าไตรพระราชาคณะ 30 รูป สดับปกรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพนักงานเปลื้องพระโกศทองใหญ่ เชิญพระลองออกจากพระแท่นสุวรรณเบญจดล ไปประดิษฐานที่พระยานมาศสามลำคาน ที่ประตูกำแพงแก้วพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท อัญเชิญพระบรมโกศด้วยพระ ยานมาศสามลำคาน ออกจากพระบรมมหาราชวัง ถวายนพปฎลมหาเศวตฉัตรคันดาลกางกั้นพระบรมโกศ แล้วยาตราขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 1 ไปยังพระมหาพิชัยราชรถ หน้าวัดพระเชตุพนฯ

ทรงทอดผ้าไตรท้ายเกรินบันไดนาค

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯยังพลับพลายกวัดพระเชตุพนฯ ทรงทอดผ้าไตร 20 ไตร ที่ท้ายเกรินบันไดนาคพระมหาพิชัยราชรถ พระสงฆ์สดับปกรณ์ อัญเชิญพระบรมโกศขึ้นบุษบกพระมหาพิชัยราชรถ อัญเชิญพระบรมโกศไปยังพระเมรุมาศท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯตาม เมื่อขบวนอัญเชิญพระบรมโกศเข้าสู่ท้องสนามหลวง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเสด็จประทับรอที่พลับพลายกนอกราชวัติพระเมรุ มาศ เมื่ออัญเชิญพระบรมโกศลงจากพระมหาพิชัยราชรถโดยเกรินบันไดนาคสู่ราชรถปืนใหญ่ เพื่อตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ สำหรับเวียนรอบพระเมรุมาศเสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯตามพระบรมโกศเวียนรอบพระเมรุมาศ 3 รอบ

อัญเชิญพระบรมโกศประดิษฐานพระจิตกาธาน

เสร็จแล้ว สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรม วงศานุวงศ์จะประทับ ณ พระที่นั่งทรงธรรม เทียบราชรถปืนใหญ่ยังเกรินบันไดนาคพระเมรุมาศ อัญเชิญพระบรมโกศประดิษฐานพระจิตกาธาน ปิดฉากพระวิสูตร ประกอบพระโกศจันทน์ ตั้งแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว เปิดฉากพระวิสูตร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯขึ้นยังพระเมรุมาศ ทรงจุดธูปเทียน เครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมศพ เสด็จฯลงจากพระเมรุมาศ ผ่านพระที่นั่งทรงธรรม ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จฯกลับ

พระเทพฯทรงจุดธูปเครื่องทองน้อย

จากนั้นเวลา 16.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯพระที่นั่งทรงธรรม โปรดเกล้าฯให้สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพทรงธรรมที่พระเมรุมาศ สมเด็จพระสังฆราชถวายพระธรรมเทศนาจบ พระราชาคณะสวดศราทธพรต เสด็จฯไปประทับที่มุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ผู้แทนจิตอาสาเชิญดอกไม้จันทน์ 9 พาน ผ่านพระที่นั่งทรงธรรม

17.30 น. ถวายพระเพลิง

เวลา 17.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯขึ้นพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพ ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก สังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพถวายความเคารพ เป่าแตรนอน และยิงปืนเล็กยาว 9 นัด พร้อมกับทหารปืนใหญ่ยิงปืนใหญ่ถวายพระเกียรติ 2 นัด เสด็จฯประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม ทั้งนี้ ลำดับขึ้นถวายพระเพลิงพระบรมศพ มีสมเด็จพระสังฆราช สมเด็จพระราชาคณะ พระบรมวงศ์ พระประมุข ประมุข พระราชวงศ์และผู้แทนรัฐบาลต่างประเทศ ประธานองคมนตรี นายกรัฐมนตรี อดีตนายกฯ เป็นต้น

22.00 น. ถวายพระเพลิงจริงพระบรมศพ

กระทั่งเวลา 20.30 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯมายังพระที่นั่งทรงธรรม ปิดฉากพระวิสูตร เพื่อเตรียมถวายพระเพลิงพระบรมศพ เวลา 22.00น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯขึ้นพระที่นั่งทรงธรรม พระสงฆ์สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 30 รูปสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯขึ้นพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพ พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จฯประทับมุขหน้าพระที่นั่งทรงธรรม เจ้าพนักงานปฏิบัติการถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จแล้ว ทรงทอดผ้าไตรที่พระจิตกาธาน พระสงฆ์ 10 รูป สดับปกรณ์เสร็จแล้ว เสด็จฯกลับ

27 ต.ค. เก็บพระบรมอัฐิ

วันที่ 27 ต.ค. เก็บพระบรมอัฐิ เวลา 08.00 น. เจ้าพนักงานถวายภัตตาหารพระพิธีธรรมที่สวดพระอภิธรรมประจำซ่าง เจ้าพนักงานภูษามาลาประมวลพระบรมอัฐิ พระบรมราชสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เสด็จฯมายังพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯขึ้นพระเมรุมาศ ทรงสรงน้ำพระบรมอัฐิด้วยน้ำพระสุคนธ์ทั่วแล้ว ทรงทอดผ้าไตร 3 หาบ พระสงฆ์สดับปกรณ์ เจ้าพนักงานภูษามาลาเปิดผ้าคลุมพระบรมอัฐิ ทรงเก็บพระบรมอัฐิสรงน้ำพระสุคนธ์ แล้วประมวลลงในพระโกศทองคำลงยา 6 พระโกศ พระราชทานพระโกศแก่พระบรมวงศานุวงศ์ แล้วทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระโกศลงจากพระที่นั่งทรงธรรม เสด็จฯตาม

อัญเชิญสู่พระบรมมหาราชวัง

เจ้าพนักงานอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิประดิษฐานในบุษบกเหนือพระแท่นแว่นฟ้า ทรงประเคนโตกสำรับ 3 หาบ พระสงฆ์รับพระราชทานฉัน ทรงถวายเครื่องสังเค็ดงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์พระบรมอัฐิ ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 3 อัญเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิ ประดิษฐานพระที่นั่งราเชนทรยาน และพระบรมราชสรีรางคาร ประดิษฐานบนพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย เข้าสู่พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯตามพร้อมด้วยสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขบวนพระบรมราชสรีรางคาร แยกเข้าไปไว้ที่พระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ขบวนพระโกศพระบรมอัฐิ เทียบพระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท เจ้าพนักงานอัญเชิญขึ้นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประดิษฐานที่บุษบกแว่นฟ้า