วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ระดับน้ำเจ้าพระยาทรง แต่ยังวิกฤติ

อ่างทอง-อยุธยาปากเกร็ดนนทบุรีเอ่อขนของหนีวุ่น

“บิ๊กตู่” เผยรัชกาลที่ 10 ทรงห่วงประชาชน ถูกน้ำท่วมให้รัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่ น้ำป่าถล่มเชียงใหม่อ่วมหลายอำเภอแถมดินภูเขาสไลด์ ต้นไม้ล้มขวางทางระเนนระนาด สาเหตุฝนตกหนักถึง 175 มม. ขณะตลาดสายลมจอยในแม่สายถูกน้ำจากแม่นํ้าสายทะลักท่วมอีกระลอก สำหรับภาคกลางระดับเจ้าพระยาเริ่มทรงแต่พื้นที่ริมน้ำหลายจังหวัดยังวิกฤติ เมืองนนท์จ่อวิกฤติน้ำทะลักหลายแห่ง ส่วนขอนแก่นสั่งเขื่อนอุบลรัตน์ลดการระบายน้ำวันละ 2 ล้าน ลบ.ม. ขณะที่กรมอุตุฯแถลงปีนี้กรุงเทพฯหนาวแน่ 15 องศา

สถานการณ์ฝนตกน้ำท่วมยังวิกฤติหลายพื้นที่โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อเช้าวันที่ 24 ต.ค.ว่า คืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่โดยเฉพาะบนดอยอินทนนท์ ฝนตกหนักทั้งคืน วัดได้ถึง 175 มิลลิเมตร ทำให้มีปริมาณน้ำมหาศาลไหลทะลักท่วมหมู่บ้านในหลายพื้นที่ ดินสไลด์และต้นไม้ล้มขวางทางขึ้นสู่ดอยอินทนนท์ ขณะเดียวกันอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ได้ปิดน้ำตกทุกแห่งไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเพราะเกรงจะเกิดอันตรายพร้อมระดมหน่วยทหาร ฝ่ายปกครองเข้าทำการช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ ที่บ้านกองขากหลวง ต.สะเมิงใต้ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ เกิดน้ำป่าท่วมหมู่บ้านและที่ ต.โป่งแยง ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ฝนตกหนักมีน้ำป่าไหลท่วมหลายหมู่บ้านและเส้นทางขึ้นวัดพระบาทสี่ร้อยมีดินสไลด์ปิดเส้นทางและที่ ต.เมืองแหง อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาชาวบ้าน ได้รับความเสียหายจำนวนมากเช่นกัน หลังเกิดเหตุนายไพรินทร์ ลิ่มเจริญ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ ได้รายงานเหตุให้นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผวจ.เชียงใหม่ ทราบ และสั่งการให้ชุดเฉพาะกิจเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและให้เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

ที่ จ.เชียงราย บริเวณทางลอดใต้สะพานด่านพรมแดนไทย-เมียนมาแห่ง 1 อ.แม่สาย แม่น้ำสายได้เอ่อล้นท่วมผิวจราจรไม่สามารถสัญจรได้ ส่วนร้านค้าเชิงสะพานตลาดสายลมจอยต้องขนย้ายสินค้าหนีโกลาหล และน้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนสายลมจอย หมู่ 1 ต.แม่สาย สูง 20 ซม. เทศบาลตำบลแม่สายต้องนำกระสอบทรายมาวางกั้นไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมอีก 3 ชุมชน และจัดเวรยามเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง ขณะที่ตลาดท่าล้อ ย่านเศรษฐกิจ จ.ท่าขี้เหล็ก น้ำได้ไหลเอ่อเข้าท่วมสูงประมาณ 50 ซม.

ส่วน จ.ตาก ถนนสายแม่สอด-แม่ระมาด ช่วงหลัก กม.ที่ 8-9 บ้านแม่กื้ดหลวง ต.แม่กาษา อ.แม่สอด เกิดเหตุเสาไฟฟ้าแรงสูงถูกกระแสน้ำป่าซัดจนเอียงกะเท่เร่ใกล้ล้ม 3 ต้นแต่ยังไม่มีเจ้าหน้าที่การไฟฟ้ามาดูหรือแก้ไขแต่อย่างใด สอบถามนายชิราวุธ รุ่งเจริญ อายุ 49 ปี ชาวบ้านในพื้นที่กล่าวว่า เสาไฟเอียงตั้งแต่เย็นวันที่ 23 ต.ค. สภาพอันตรายมากหากล้มขณะรถวิ่งผ่านเพราะเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูง

ที่ จ.นครสวรรค์ ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ยังมีระดับที่สูง และล้นตลิ่งเข้าท่วมหลายชุมชน ส่วนชาวชุมชนเกาะยม ริมแม่น้ำปิงระดับน้ำ อ.เมืองนครสวรรค์ ยังสูงไหลท่วมที่พักชั่วคราวของผู้ถูกน้ำท่วมจนต้องย้ายไปอยู่ที่สูง ขณะที่เรือเป็นพาหนะหลักของหมู่บ้าน ชาวบ้านต้องใช้เรือพายเป็นพาหนะ ระดับน้ำสูงกว่า 1.5 เมตร ส่งผลให้ชาวบ้านที่อาศัยชั่วคราวบนถนนต้องอพยพไปอาศัยบริเวณสถานีผลิตน้ำประปาของเทศบาลนครนครสวรรค์แทน

ขณะที่ จ.ชัยนาท นายจำรัส ภักดี นายกเทศมนตรีตำบลคุ้งสำเภา อ.มโนรมย์ เปิดเผยว่า น้ำเจ้าพระยาที่สูงขึ้นส่งผลทำให้ท่วมบ้านเรือนในเขตเทศบาลคุ้งสำเภา หมู่ 4 จำนวน 50 หลัง ระดับน้ำที่สูง 1.50 เมตร ชาวบ้านต้องย้ายสิ่งของขึ้นชั้นบน ในเบื้องต้นเทศบาลตำบลคุ้งสำเภาและคณะนำสิ่งของไปมอบให้ผู้ประสบภัยทั้ง 50 ครอบครัว ส่วน จ.สิงห์บุรี พื้นที่ลุ่มต่ำยังมีปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นทำให้ชาวบ้านหลายอำเภอยังคงมีความเดือดร้อนอยู่ไม่ต่ำกว่า 8,063 หลังคาเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.อินทร์บุรี อ.เมือง และ อ.พรหมบุรี นอกจากนี้ถนนสายสิงห์บุรี-อ่างทอง ต.บางพุทธา อ.เมือง ระดับน้ำในคลองชลประทานล้นทะลักข้ามถนนช่วงหน้า รพ.หมอประเจิด ต่อมานายณรงค์ศักดิ์ วิงวอน นายกเทศมนตรีเมืองสิงห์บุรีสั่งทำแนวเสริมกันน้ำไม่ให้ท่วมชุมชน

สำหรับ จ.อ่างทอง น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง ยังคงเลยจุดวิกฤติ ล่าสุดที่สถานีวัดระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง น้ำเจ้าพระยาเลยระยะวิกฤติที่ 8 เมตร มีระดับอยู่ที่ 8.83 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,567 ลบ.ม.ต่อวินาที ศูนย์ราชการย่านธุรกิจการค้ายังคงอยู่ในภาวะเสี่ยงน้ำเอ่อล้น ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงบริเวณหน้าศาลากลางซึ่งเป็นที่ตั้งพระเมรุมาศจำลอง ขณะที่จังหวัดระดมป้องกันอย่างแน่นหนาพร้อมสูบน้ำและเฝ้าระวังตลอด 24 ชม.

ส่วนชาวบ้านหมู่ 7 หมู่ 8 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก ที่อยู่ในแนวพนังกั้นน้ำแนวป้องกันเริ่มผวา หลังพนังกั้นน้ำที่อยู่ติดกับคลองโผงเผงถูกน้ำกัดเซาะจนด้านล่างทะลุเป็นโพรง ชาวบ้านระดมแก้ไขโดยใช้ไม้ยูคาลิปตัสกว่า 200 ต้น ปักกันดินสไลด์และนำกระสอบทรายจำนวนมากไปอุดไว้ไม่ให้น้ำเอ่อล้น ทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในแนวป้องกันกว่า 200 หลัง ส่วนจ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นท่วมพื้นที่ 16 ตำบลใน อ.บางบาล หลายครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ขณะที่ชาวตลาดบ้านแพนต่างหวาดผวา เนื่องจากประตูระบายน้ำเจ้าเจ็ดพังเมื่อคืนที่ผ่านมา ภายหลังเทศบาลตำบลบ้านแพนร่วมกับ ปภ. ทหารและอาสาสมัคร ร่วมกันซ่อมแซมได้ทัน

ขณะที่ จ.นนทบุรี น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นสูงอย่างรวดเร็วจนไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือนชุมชนริมน้ำ หมู่ 2 ใกล้ท่าน้ำปากเกร็ด ซอยคานเรือน ถนนแจ้งวัฒนะ อ.ปากเกร็ด หลายหลัง และน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมตลาดสดพิชัยที่อยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าต้องยกข้าวของหนีน้ำโกลาหล เฉลี่ยระดับน้ำสูง 40-60 ซม. นอกจากนี้ ตั้งแต่หน้ากรมราชทัณฑ์ เรือนจำกลางบางขวาง สภ.เมืองนนทบุรี น้ำได้ไหลเข้าท่วมถนนนนทบุรี 1 ต.สวนใหญ่ อ.เมือง มีระดับสูง 30-40 ซม. เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำแผงเหล็กมากั้นพร้อมติดประกาศเตือนประชาชนห้ามขับรถผ่าน

ที่ จ.สุพรรณบุรี คืนที่ผ่านมา ฝนตกอย่างหนักตลอดทั้งคืน ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีนตลอดสายตั้งแต่เขตเมืองสุพรรณบุรีถึง อ.สองพี่น้อง ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 5-6 ซม. ทำให้หลายพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ต้องใช้เรือในการสัญจร ขณะที่วัดมเหยงคณ์ ต.ท่าระหัด อ.เมือง ระดับน้ำเข้าท่วมทั่วบริเวณวัดทำให้พระและเณรต้องฉันข้าวในเต็นท์ที่ตั้งชั่วคราวข้างโบสถ์ ส่วน จ.นครปฐม พื้นที่ริมแม่น้ำท่าจีนและลำคลองถูกน้ำท่วมหลายหลังเนื่องจากน้ำทะเลหนุนสูง บางจุดสูงเกือบ 1 เมตร บริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแม่น้ำนครชัยศรี ต.หอมเกร็ดและจุดกลับรถสะพานโพธิ์แก้ว ต.ยายชา อ.สามพราน มีน้ำทะลักท่วมสูง 30-40 ซม.รถเล็กผ่านไม่ได้ และที่ ต.บ้านใหม่ อ.สามพราน น้ำท่วมบ้านและสวนผลไม้ของชาวบ้านหลายแห่งจนชาวบ้านต้องรีบย้ายของกันอย่างทุลักทุเล

ด้าน จ.ชลบุรี ถนนเมืองใหม่ใต้ หน้าวิทยาลัยเทคโนโลยีแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 40 ซม. ทำให้เกิดการจราจรติดขัดเป็นแนวยาว เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.แหลมฉบัง ต้องเร่งระบายรถที่สัญจรผ่าน สาเหตุมาจากฝนตกหนักแต่ท่อระบายน้ำไม่ทัน เนื่องจากมีเศษขยะปิดรูระบายน้ำ ขณะเดียวกัน ตำรวจ สภ.แหลมฉบังและเจ้าหน้าที่ดับเพลิง เทศบาลนครแหลมฉบังได้เก็บป้ายทะเบียนรถยนต์ที่หลุดจากเหตุขับลุยน้ำท่วม ได้เป็นจำนวนมาก เจ้าของรถไปตรวจสอบและขอรับคืนได้ สภ.แหลมฉบัง ในเวลาราชการทุกวัน

ที่ จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ จังตระกุล ผวจ.ขอนแก่น เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำจังหวัดขอนแก่นเพื่อหาทางคลี่คลายวิกฤติจากการที่เขื่อนอุบลรัตน์ระบายน้ำออกจากเขื่อนวันละ 54 ล้าน ลบ.เมตรติดต่อกัน 5 วันแล้วส่งผลให้น้ำจากลำน้ำพองไหลเข้าท่วมหมู่บ้านและพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียเป็นบริเวณกว้างโดยที่ประชุมมีมติให้เขื่อนอุบลรัตน์ปรับการระบายลงแบบขั้นบันได วันละ 2 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน ตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันเดียวกันนี้จนเหลือการระบายน้ำ 45 ล้าน ลบ.ม.ต่อวันจนถึงวันที่ 28 ต.ค.60 จากนั้นให้คงการระบายน้ำไว้ที่ 45 ล้าน ลบ.ม. ต่อวันไปจนกว่าระดับน้ำจะลดลงเหลือ 183.00 เมตร ระดับน้ำทะเลปานกลาง

ขณะเดียวกัน กำลังทหารเร่งนำรถแบ็กโฮและรถบรรทุกขนถุงบิ๊กแบ็กไปปิดประตูระบายน้ำห้วยใหญ่ บ้านนาเพียง ต.สำราญ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำจากลำน้ำพองไหลไปตามลำห้วยใหญ่เข้าสู่ลำห้วยพระคือและเข้าสู่เขตชั้นในเมืองขอนแก่น ส่วนพื้นที่หมู่บ้านต่างๆ รวมทั้งพื้นที่การเกษตรของ ต.สำราญ ต.หนองตูม ต.ศิลา ต.บึงเนียม อ.เมืองขอนแก่น ระดับความสูงประมาณ 1–1.50 เมตร เพิ่มความสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ได้แพร่กระจายออกตามพื้นที่ใกล้เคียงเป็นบริเวณกว้างขึ้น

ส่วน จ.กาฬสินธุ์ยังพบว่าระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยน้ำชีที่หนุนสูงทำให้เอ่อท่วมถนนทางเข้าบ้านแจ้งจม ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย ระดับน้ำสูง 70 ซม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนั้น ระดับน้ำชีที่หนุนสูงได้เริ่มเอ่อขึ้นมาถึงกำแพงวัดท่ากลาง ต.เจ้าท่า อ.กมลาไสย ถนนด้านข้างวัดที่ติดลำชีไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ระดับน้ำยังคงหนุนสูงอีกทั้งกระแสน้ำยังไหลเชี่ยวทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเฝ้าระวังตลอดเวลา

ที่ จ.มหาสารคาม น้ำจากเขื่อนอุบลรัตน์ทำให้แม่น้ำชีสูงขึ้นทุกวัน ในพื้นที่ ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย พื้นที่ท่วมขังทั้งหมด 11 หมู่บ้าน 543 ครัวเรือน 3,989 ราย ทำให้ชาวบ้านกุดช้าง ต.ขามเรือง ระดมกรอกกระสอบทรายกว่า 3,000 กระสอบ ไว้สำหรับสร้างพนังกั้นน้ำ โดยมี ร.ท.กัณฑ์เอนก ปรีการ รอง ผบ.ร้อย รส.ที่ 1 (ส.พัน.6) นำกำลังพล 10 นาย มาร่วมกันกรอกและขนย้ายกระสอบทรายไปเพื่อเสริมแนวพนังกั้นน้ำท้ายหมู่บ้าน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่าขณะนี้มี 19 จังหวัดที่ยังมีปัญหา ผู้สื่อข่าวถามถึงความขัดแย้งจากปัญหาน้ำท่วมระหว่างนายก อบต.โผงเผง จ.อ่างทอง กับ ผู้ใหญ่บ้าน ต.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา เกี่ยวกับการใช้ถนนเป็นที่พักประชาชน พล.อ.อนุพงษ์ ตอบว่า การแก้ปัญหาต้องว่าไปตามกฎหมาย ทราบว่าผู้ว่าฯอ่างทองได้พิจารณาพฤติกรรมนายก อบต. คนดังกล่าวแล้ว โดยมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่แล้วจะมีการสอบสวนต่อไป

ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้เตรียมแผนตั้งแต่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงมากจะเห็นว่าการกักเก็บน้ำเกือบเต็มไปทั้งหมด ข้อดีคือหน้าแล้งจะไม่มีปัญหาเรื่องน้ำในระบบชลประทาน แต่เรื่องสำคัญคือ การแก้ปัญหาภาพรวมทั้งระบบต้องขอบคุณเกษตรกร 12 ทุ่งภาคกลางที่ใช้พื้นที่รองรับเป็นแก้มลิงได้ อาจจะมีท่วมบ้างในบางพื้นที่ที่มันเอ่อล้นเป็นน้ำสะสม พยายามทำให้เดือดร้อนน้อยที่สุด เมื่อเก็บกักไม่ไหวต้องมีการปล่อยบ้าง พื้นที่นอกคันกั้นน้ำได้รับผลกระทบ รัฐบาลมีมาตรการดูแลเยียวยา ต่อไปห่วงพื้นที่ภาคใต้อีก

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะ คสช.ว่า ตามที่ คสช.เคยมีคำสั่งให้กรมทรัพยากรน้ำมาขึ้นตรงกับสำนักนายกรัฐมนตรี แต่เมื่อมีการพิจารณาอย่างละเอียดพบว่าถ้าให้มาขึ้นตรงกับสำนักนายกฯอาจเกิดความโกลาหลเพราะเรื่องอุทกภัย กรมทรัพยากรน้ำ ไม่ได้รับผิดชอบเพียงหน่วยงานเดียว ยังมีหน่วยงาน อื่นอีก จึงให้หยุดคำสั่ง คสช.เดิมไว้ก่อน ที่ประชุมจึงมีมติให้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติขึ้นมาต่างหากให้ขึ้นตรงกับสำนักนายกฯ มีหน้าที่ดูแลบูรณาการงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องน้ำ ทั้งนี้ สำหรับหน้าที่เดิมของหน่วยงานต่างๆ ยังปฏิบัติหน้าที่เดิมตามปกติ

ต่อมา พล.ท.สรรเสริญแถลงหลังการประชุม ครม.และ คสช.ว่า พล.อ.ประยุทธ์แจ้งในที่ประชุมร่วม สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นห่วงและมีรับสั่งในช่วงเวลาอากาศค่อนข้างเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะอากาศร้อนหรือฝนตก โดยเฉพาะในขณะนี้ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลาง ปริมาณน้ำแทบไม่ต่างจากน้ำท่วมเมื่อปี 54 มากนัก รัฐบาลพยายามบริหารจัดการน้ำแต่แน่นอนอาจมีผลกระทบบ้าง ขอให้ดูแลประชาชนในส่วนนี้เป็นกรณีพิเศษ ตามหลักเกณฑ์ หลักการที่กำหนด ขอให้รัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่

ที่สำนักงานทหารพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (บก.สทพ.) พล.ต.นำพล คงพันธ์ ผอ.สทพ. เป็นประธานตรวจความพร้อมของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ในการออกช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที โดยจัดชุดช่วยเหลือประชาชน 3 ชุด ชุดละ 6 นาย ชุดสัตวแพทย์ 1 ชุด 5 นายและชุดช่างทั่วไป 1 ชุด 6 นาย ทั้งนี้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย สามารถขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 0-2193-6045

นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงเรื่อง “การเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ. 2560” ว่า ประเทศไทยได้เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. อุณหภูมิต่ำสุดบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อยู่ในเกณฑ์อากาศเย็นลงเกือบทั่วไป มีการเปลี่ยนทิศทางของลมชั้นบนและปริมาณฝนตอนบนลดลง คาดว่าฤดูหนาวปีนี้จะหนาวกว่าที่ผ่านมาและคาดว่าประเทศไทยตอนบนจะเริ่มหนาวประมาณกลางสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน ต.ค.นี้ และสิ้นสุดประมาณกลางเดือน ก.พ.61 โดยอุณหภูมิต่ำสุดของไทยจะอยู่บริเวณตอนบนของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประมาณ 7-8 องศา ส่วนอุณหภูมิต่ำที่สุดของกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 15-16 องศา ช่วงเวลาที่มีอากาศหนาวเย็นสุดประมาณครึ่งหลังเดือน ธ.ค.ถึงประมาณปลาย เดือน ม.ค. 61 บริเวณยอดดอยและเทือกเขาจะมีอากาศ หนาวถึงหนาวจัดและมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นได้