วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สงสัยใช้เข็มขัดรัดคอฆ่าผอ.อ้อย เจอผม-กระดูกติดอยู่

เจอผม-กระดูกติดอยู่ รอผลมัดผู้กองเหน่ง

ทีมค้นหา “ผอ.อ้อย” เจอหลักฐานเพิ่ม กระโปรงสีกากีชุดข้าราชการ สเตย์รัดหน้าท้อง และกระดูกชิ้นส่วนต่างๆอีกรวม 16 ชิ้นตกกระจายเกลื่อนพื้นในป่าดงระเบิดสมรภูมิช่องบก ใกล้จุดที่เจอกะโหลกศีรษะ เข็มขัด และนาฬิกาข้อมือ สามียืนยันเป็นของภรรยาแน่นอน เร่งรวบรวมส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ชุดสืบสวนคาดคนร้ายใช้เข็มขัดรัดคอจนสิ้นใจตายก่อนถอดเสื้อผ้านำศพไปทิ้งให้สัตว์ป่ากัดกินจนเหลือแต่กระดูก ด้านต้นสังกัดทหารเสนอสั่งพักราชการ “ผู้กองเหน่ง” ผู้ต้องสงสัยมีส่วนพัวพันกับคดีที่โดนแจ้งไปแล้ว 6 ข้อหา ถ้าผลตรวจพิสูจน์เป็นศพ ผอ.อ้อย จ่อโดนแจ้งข้อหาเพิ่ม

ในที่สุดความพยายามตามหาร่าง น.ส.จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน หรือ ผอ.อ้อย อายุ 37 ปี ผอ.กองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. ก็ประสบผลสำเร็จ เมื่อนางแหลม อุ่นอ่อน แม่ของ ผอ.อ้อย ฝันเห็นลูกสาว มาบอกจุดทิ้งศพ ก่อนพาเจ้าหน้าที่ไปค้นหา ในป่าทางขึ้นเนิน 500 บริเวณสามเหลี่ยมมรกต ชายแดนไทย-ลาว-กัมพูชา ใกล้สนามจอดเฮลิคอปเตอร์ ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืนจ.อุบลราชธานี อีกครั้ง กระทั่งพบกะโหลกศีรษะ มีฟันบนติดอยู่ เส้นผมผู้หญิง เข็มขัดที่ใช้กับชุดข้าราชการสีกากี และนาฬิกาข้อมือยี่ห้อคาซิโอ สายหนังสีดำตกอยู่ ทั้งหมดมั่นใจว่าเป็นของ ผอ.อ้อยแน่นอน อยู่ระหว่างนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 ต.ค. ที่ป่าข้างทางขึ้นเนิน 500 สามเหลี่ยมมรกต อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี กำลังตำรวจชุดสืบสวน ภ.จ.ศรีสะเกษ ชุดสืบสวน ภ.จ.อุบลราชธานี ชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ ชุดสืบสวนภาค 3 ตำรวจ กก.3 บก.ป. ร่วมกับทหารหน่วยเฉพาะกิจที่ 1 กกล. สุรนารี นำพ่อแม่และสามีของ ผอ.อ้อย พร้อมญาติๆ เข้าตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยตรวจค้นและทำลายทุ่นระเบิด (TMAC) ฐานปฏิบัติการชายชาญ เข้าเคลียร์พื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เนื่องจากจุดดังกล่าวอยู่ในเขตสมรภูมิช่องบกที่เคยมีการสู้รบกันมาก่อน ยังคงมีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่ จึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การค้นหาหลักฐานเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากบริเวณนี้มีกับระเบิดหลงเหลืออยู่จำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องกันผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาในพื้นที่เพื่อความปลอดภัย จากการตรวจค้นรอบบริเวณอย่างละเอียดห่างจากจุดที่พบหัวกะโหลกเป็นเนินลาดลงไปประมาณ 70 เมตร พบกระโปรงสีกากีเครื่องแบบข้าราชการทิ้งอยู่บนพื้น มีเศษดินและใบไม้ปกคลุม ใกล้กันพบสเตย์รัดหน้าท้องสีดำของผู้หญิงถูกทิ้งอยู่ ห่างกันเล็กน้อยพบชิ้นส่วนกระดูกเชิงกรานบริเวณสะโพก 2 ชิ้น

นอกจากนี้ยังพบกระดูกซี่โครง 8 ชิ้น กระดูกท่อนขาบนและล่าง 2 ชิ้น และกระดูกลำคอ 4 ชิ้น กระจัดกระจายอยู่บริเวณใกล้เคียงกัน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บรวบรวมไว้ตรวจพิสูจน์นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี สามีของ ผอ.อ้อย กล่าวว่า วันนี้เจ้าหน้าที่พาญาติเข้าค้นหาหลักฐานเพิ่มเติม หลังจากเมื่อวานนี้ได้พบชิ้นส่วนของร่างกายบางส่วนเป็นกะโหลกศีรษะและกระดูกช่วงบนของลำตัว ล่าสุดพบกระโปรงสีกากีและสเตย์รัดหน้าท้อง มั่นใจว่าเป็นของภรรยาที่ใช้เป็นประจำ เช่นเดียวกับชิ้นส่วนกระดูกที่พบก็เป็นของ ผอ.อ้อย แน่นอน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่ร่วมค้นพาจนเจอหลักฐานสำคัญ ด้านคดีคงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม หวังว่าศาลจะให้ความเป็นธรรมกับตนและญาติพี่น้องอย่างเต็มที่

ชุดสืบสวนทีมค้นหา ผอ.อ้อยเผยว่า จากการประมวลเหตุการณ์คาดว่า ผอ.อ้อยถูกคนร้ายสังหารด้วยการใช้เข็มขัดสีกากีรัดคอจากด้านหลัง สังเกตจากเข็มขัดมีเส้นผมติดอยู่และมีเศษกระดูกบริเวณคอ 3 ชิ้นติดอยู่กับเส้นผม หลังเสียชีวิตแล้วคนร้ายนำศพมาทิ้งไว้ในป่า ถอดเสื้อผ้าออกให้เน่าสลายไป ตามธรรมชาติโดยไม่ได้เผาทิ้งหรือขุดหลุมฝังดิน เพียงแค่นำเศษใบไม้มาปกคลุมอำพรางไว้จนกระทั่งมีสัตว์ป่ามากัดแทะกินศพทำให้เหลือแต่กระดูก หากผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ชี้ชัดว่าเป็นของ ผอ.อ้อย ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่ง อายุ29 ปี ผบ.ร้อยอาวุธเบาที่ 2 กองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 6 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จ.อุบลราชธานี ผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ที่ถูกตำรวจแจ้งดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้แล้ว 6 ข้อหา

ต่อมาเวลา 15.30 น. พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ดำรงค์ศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบช.ภ.3 พล.ต.ต.สุรเดช เด่นธรรม ผบก.ภ.จ.ศรีสะเกษ พ.อ.ประจวบ มูลประดับ รอง ผบ.ฉก.1 พร้อมคณะ เดินทางไปที่ป่าทางขึ้นสามเหลี่ยมมรกต จุดที่พบกะโหลกศีรษะ เข็มขัด นาฬิกา กระโปรงสีกากี สเตย์รัดหน้าท้อง กระดูก และชิ้นส่วนอื่นๆที่คาดว่าเป็นของ ผอ.อ้อย เพื่อตรวจหลักฐานติดตามความคืบหน้าของคดีและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ชุดทำงาน

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีสำคัญที่ประชาชนสนใจ ผบ.ตร.ให้ความสำคัญ ได้กำชับตำรวจภูธรภาค 3 ให้ติดตามคลี่คลายคดี และพนักงานสอบสวนทำคดีด้วยความรัดกุมรอบคอบให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายโดยเฉพาะผู้ต้องสงสัยที่เป็นนายทหาร ส่วนการตรวจดีเอ็นเอจากหลักฐานต่างๆที่พบจะประสานไปยังสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ เพื่อให้ทราบผลเร็วที่สุด ด้าน พ.อ.ประจวบ มูลประดับ รอง ผบ. กรมทหารราบที่ 6 และรองผบ.ฉก.1 กกล.สุรนารี ผู้บังคับบัญชาของ ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือผู้กองเหน่งกล่าวว่า กรมทหารราบที่ 6 ได้เสนอสั่งพักราชการ ร.อ.ศุภชัย ไปแล้ว แต่ยังอยู่ระหว่างรอคำสั่งอนุมัติจากกระทรวงกลาโหม

ทั้งนี้มีรายงานว่า หน่วยต้นสังกัดของ ร.อ.ศุภชัย ได้ทำหนังสือขึ้นมาตามลำดับชั้นผ่านกองทัพภาคที่ 2 เสนอไปยังกระทรวงกลาโหมเพื่อขออนุมัติพักราชการ ร.อ.ศุภชัย เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่อง จากเรื่องดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนของคดีอาญาและเป็นไปตามพยานหลักฐาน ซึ่งที่ผ่านมากองทัพให้ความร่วมมือกับพนักงานสอบสวนทั้งเรื่องการค้นหาศพมาโดยตลอด แต่ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่พบ เนื่องจาก ร.อ.ศุภชัยปฏิเสธไม่มีส่วนรู้เห็นและไม่ให้ความร่วมมือ จนกระทั่งเจ้าหน้าที่และญาติๆไปค้นหาจนเจอ อย่างไรก็ตาม จุดที่พบหลักฐานต่างๆนั้นไม่ได้อยู่ในเขตค่ายทหาร แต่อยู่ฝั่งชายแดนช่องบกห่างจากฐานทหารอนุพงษ์เข้าไปในพื้นที่เนิน 500 ถือเป็นพื้นที่ที่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปท่องเที่ยวได้ ที่ผ่านมาเคยไปค้นหาหลายจุดถือว่ากองทัพภาคที่2 ให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่