วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุ่นใจ! 'บิ๊กนุ้ย' ตรวจเยี่ยมเรือผลักดันน้ำ ทร.ที่ไปช่วยในแม่น้ำท่าจีน

ผบ.ทร. พร้อมอธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่ตรวจและเยี่ยมชมการผลักดันน้ำของกองทัพเรือ ในแม่น้ำท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน...


เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 ต.ค. 60 พล.ร.อ.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ พร้อมคณะ และนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้เดินทางไปตรวจการดำเนินการผลักดันน้ำของกองทัพเรือ ในแม่น้ำท่าจีน ที่บริเวณท่าน้ำวัดใหญ่จอมปราสาท ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมี นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผวจ.สมุทรสาคร พร้อมส่วนราชการให้การต้อนรับ และร่วมให้ข้อมูล


พล.ร.อ.นริส กล่าวว่า ตามที่ได้เกิดฝนตกหนัก ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับเพิ่มมากขึ้น และไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยอู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ได้จัดส่งขบวนรถลำเลียงเรือผลักดันน้ำ จำนวน 22 ลำ พร้อมกำลังพล 80 นาย เดินทางไปยังจังหวัดสมุทรสาคร ในการติดตั้งเรือผลักดันน้ำบริเวณสะพานแม่น้ำท่าจีน 15 ลำ และบริเวณวัดบางปลา อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม 7 ลำ เพื่อดำเนินการผลักดันน้ำจากในแม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างให้ระบายลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้น สำหรับในวันนี้ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สนับสนุนเรือผลักดันน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดสมุทรสาคร ตามที่ได้รับการร้องขอจากกรมชลประทานอีก 33 ลำ ประกอบด้วย สะพานอ่างทอง สะพานพุทธมณฑลสาย 2 สะพานบางยาง โดยจะดำเนินการจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายเข้าสู่สภาวะปกติ


ทั้งนี้ แม่น้ำท่าจีน เป็นแม่น้ำที่แยกตัวออกจากแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ตำบลท่าซุง อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี กับฝั่งตะวันตกที่อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ไหลผ่านจังหวัดชัยนาท จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดสมุทรสาคร ก่อนจะไหลออกสู่อ่าวไทยที่ตำบลบางหญ้าแพรก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 325 กิโลเมตร ปัจจุบัน ปริมาณน้ำในแม่น้ำท่าจีน เพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งการผลักดันน้ำในแม่น้ำท่าจีนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา จะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดสุพรรณบุรี รวมถึงช่วยเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างที่แยกมาทางแม่น้ำท่าจีนให้ไหลลงสู่ทะเลโดยเร็วต่อไป.