วันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่าห่วง! ชัยนาท เร่งเสริมพนังกั้นน้ำ ท้ายแนวเขื่อนเจ้าพระยากว่า 3 กม.

ชัยนาท ระดมคน เรือท้องแบน เร่งขนกระสอบทรายวางเป็นแนวกว่า 3 กม.เสริมพนังกั้นน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา หลังระบายน้ำเพิ่ม 100 ลบ.ม.วินาที เพื่อให้กระทบ ปชช.น้อยที่สุด จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย...




เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่กรมชลประทาน จำเป็นต้องปรับปริมาณการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ชัยนาท จาก 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปรับวันแรกวันนี้ที่ 2,697 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมมั่นใจว่าจะทำให้ปริมาณน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดนครสวรรค์ลดลง หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม ขณะนี้น้ำผ่านนครสวรรค์ 3,034 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเมื่อน้ำไหลมาถึงเหนือเขื่อนเจ้าพระยาได้ทดเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง 760 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเต็มศักยภาพที่จะรับได้ จึงจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณการระบายออกท้ายเขื่อนเป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะคงปริมาณการระบายเช่นนี้ไป 1 สัปดาห์นั้น ส่งผลให้เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังเท่ากับเมื่อวาน อยู่ที่ 17.47 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนนั้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 16.03 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อน ระดับน้ำเพิ่มถึง 15 ซม.ในบางพื้นที่ โดยรวมแล้วมีน้ำท่วมตั้งแต่ 10 ซม. ไปจนถึง 150 ซม. แล้วแต่พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบ


ล่าสุดวันนี้ ที่ ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ทหารจากศูนย์บรรเทาทุกข์ทหารอากาศ กองบิน 4 ตาคลี จ.นครสวรรค์ ประชาชน และนักโทษชั้นดีจากเรือนจำกลางชั่วคราวเขาพลอง อ.เมืองชัยนาท เร่งกรอกกระสอบทรายนำขึ้นเรือท้องแบน เพื่อนำไปวางตามพนังกั้นน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้พื้นที่ หมู่ 1 และ หมู่ 2 ของ ต.บางหลวง ที่ยังไม่ท่วมกว่า 400 หลังคาเรือน 


ด้านนายจิรศักดิ์ เจริญศิลป์ นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่เขื่อนเจ้าพระยา ปรับการระบายมาเป็น 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องระดมสรรพกำลัง และเรือท้องแบนที่ยืมมาจาก ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท มาทำการขนกระสอบทรายจากภาคพื้นดิน ไปทำการวางเรียงตามพนังกั้นน้ำ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวนั้น รถไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องใช้วิธีนี้เท่านั้น เพื่อวางกระสอบทรายเป็นแนวยาวกว่า 3 กม. โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ดำเนินการวางไปแล้ว แต่ตอนนี้ต้องวางเสริมขึ้นอีก เพราะระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มสูงขึ้นตามลำดับ ทั้งนี้ ทางเทศบาลตำบลบางหลวง ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ จนกว่าสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย.