วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปปง.โต้ ‘สังศิต’ ไม่รู้จริงอย่าให้สัมภาษณ์ปม ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’

“เลขาธิการ ปปง.” ออกแถลงการณ์โต้ “สังศิต พิริยะรังสรรค์” ไม่รู้จริงอย่าให้สัมภาษณ์ คดี ‘ทัวร์ศูนย์เหรียญ’ ชี้ ข้อมูลคลาดเคลื่อนทำให้ประชาชนสับสน พร้อมยืนยัน ปปง.ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น

เมื่อเวลา 14.40 น. วันที่ 24 ต.ค. 60 พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานคณะกรรมการ ปปง. และอดีตเลขาธิการ ปปง. ได้ออกแถลงการณ์ กรณี นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีทัวร์ศูนย์เหรียญนั้นไม่มีอยู่จริง โดยเรื่องทั้งหมดน่าจะเกิดมาจากผู้มีอำนาจอยู่เบื้องหลัง โดยมีเรื่องผลประโยชน์บางอย่างเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง และประเทศไทยกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพราะนักท่องเที่ยวชาวจีนไม่กล้ามาเที่ยวในประเทศไทยขณะนี้ โดยระบุว่า "เรื่องดังกล่าวเป็นการให้สัมภาษณ์ที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และอาจเกิดความเสียหายกับสำนักงาน ปปง. และทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้ จึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเข้าใจให้กับประชาชน ดังนี้ 1. ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สำนักงาน ปปง.ดำเนินการ และประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด ภายใต้กรอบของกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และมีขั้นตอนการดำเนินการที่ชัดเจนถูกต้องตามกฎหมาย

2. กรณีทัวร์ศูนย์เหรียญของบริษัทโอเอ ถูกจับกุมในข้อหามีการกระทำอันเป็นอั้งยี่นั้น ในส่วนสำนักงาน ปปง. ไม่ได้เป็นหน่วยงานที่ตั้งข้อหาอั้งยี่ แต่ได้มีการดำเนินการกับทรัพย์สินตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามฟอกเงิน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการ และขณะนี้พนักงานอัยการได้มีความเห็นควรสั่งฟ้อง และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลแล้ว 3. สำหรับคำพิพากษาในทางอาญา แม้ศาลจะพิพากษายกฟ้องในข้อหาอั้งยี่ก็ตาม แต่ไม่มีผลผูกพันกับการดำเนินการในทางแพ่ง ตามกฎหมายฟอกเงินที่อยู่ในอำนาจของสำนักงาน ปปง. บุคคลผู้ที่ถูกยึดอายัดทรัพย์สิน ต้องเป็นผู้พิสูจน์ว่าทรัพย์สินนั้นได้มาจากการกระทำความผิดหรือไม่ และหากคดีในส่วนแพ่งมีพยานหลักฐานเพียงพอ ศาลอาจมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินก็ได้"

พล.ต.อ.ชัยยะ เผยอีกว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า สำนักงาน ปปง.ปฏิบัติงานภายใต้กรอบกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด ไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น และดำเนินการตามกฎหมายอย่างรอบคอบรัดกุม เพื่อมิให้กระทบสิทธิ์ผู้สุจริต บนพื้นฐานของความยุติธรรม เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นสำคัญต่อไป ฝากถึงบุคคลที่ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนว่า ควรพึงระมัดระวังในการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน ซึ่งอาจกระทบต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทำให้ประชาชนเกิดความสับสนได้