วันศุกร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คุมรองเจ้าอาวาส มือฆ่าสับคอโบกปูนทำแผน ฝูงชนรุมประณามสาปแช่ง ไม่สะท้าน!

ตำรวจ ภาค 4 คุมตัวรองเจ้าอาวาสโหด ทำแผนสับคอฆ่าโบกปูนหวิดโดนประชาทัณฑ์ ด้านญาติผู้ตายระบุ รับไม่ได้พระสงฆ์ที่กราบไหว้ทุกวันเป็นฆาตกร เคยมาถามหาคนตายยังบ่ายเบี่ยงบอกไม่เห็น ซ้ำหน้าตายปฏิบัติกิจสงฆ์ไม่สะทกสะท้าน

จากกรณีพระสงกรานต์ ปริสุทโธ หรือ นายสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี รองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง บ้านหนองแคน ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ใช้ขวานสับคอฆ่า นายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี หนุ่มเลี้ยงวัว เสียชีวิตคากุฏิ ก่อนใช้ให้ลูกศิษย์และเณร ช่วยขุดหลุมฝังบริเวณหลังวัด ถมด้วยหินลูกรัง โบกปูนทับปิดบังซ่อนเร้นศพ แต่ญาติผู้ตายได้ไปตามหา และแจ้งคนหาย ตำรวจออกสืบสวนติดตาม ทำให้สามเณรและลูกศิษย์ที่ร่วมก่อเหตุเปิดปากบอกจุดฝังศพ แต่รองเจ้าอาวาสวัดมือฆ่าไหวตัวทัน ถอดผ้าเหลืองเผ่นหนีไปกับลูกศิษย์ 1 คน แต่ถูกตำรวจ สภ.พัทยา จับตัวได้ที่ บขส.นำตัวกลับมาดำเนินคดี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น


ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 24 ตุลาคม พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 พล.ต.ต.เจริญวิทย์ ศรีวนิชย์ พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รอง ผบช.ภ.4 พร้อมตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จ.อุดรธานี ควบคุมตัว นายสงกรานต์ ไชยสิน อายุ 41 ปี หรือ พระสงกรานต์ ปริสุทโธ เดินทางไปวัดศรีบุญเรือง บ้านหนองแคน หมู่ 13 ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมีญาติผู้ตาย ชาวบ้านจำนวนมากที่ทราบข่าวมารอดูหน้าฆาตกร โดยต้องมีการทำความเข้าใจกับญาติเพื่อไม่ให้ใช้ความรุนแรง และนำตำรวจกว่า 200 นาย พร้อมชุดคอมมานโด ควบคุมความสงบเรียบร้อย

เมื่อตำรวจควบคุมตัว นายสงกรานต์ ผู้ต้องหา ออกมาจากรถ ชาวบ้านได้กรูเข้ามาด่าและสาปแช่งด้วยถ้อยคำหยาบคาย ส่วนมากจะบอกว่าเสียใจที่นำอาหารดีๆ มาให้ฉัน นึกว่าจะเป็นพระดี ซึ่งนายสงกรานต์มีสีหน้าที่เรียบเฉย จุดแรก ได้นำตัวขึ้นไปบนกุฏิไม้ชั้นเดียวยกพื้นสูง ซึ่งเป็นจุดที่นายสงกรานต์นั่งดื่มเหล้ากับลูกศิษย์วัด นายเอ และนายบี นามสมมติ อายุ 15 ปี นายวิชาญผู้ตายขึ้นไปทวงเงินค่าไก่ชน แต่นายสงกรานต์ไม่ให้ และได้ชกผู้ตายล้มลง ก่อนสั่งให้ลูกศิษย์รุมทำกระทืบจนสลบ ก่อนนำขวานมาฟันคอ ใบหน้า และศีรษะ จนเสียชีวิต ซึ่งขณะทำแผนชาวบ้านได้ร้องตะโกนด่าทออยู่ตลอดเวลา

จุดที่ 2 เป็นบ่อเกรอะบริเวณส้วมหลังกุฏิที่ติดกับศาลา ซึ่งนายสงกรานต์ได้ไปชี้ว่าได้นำขวานมาทิ้งไว้ ซึ่งตำรวจได้สูบสิ่งปฏิกูลออกจนหมด ก็พบขวานอยู่ใต้บ่อเกรอะ จุดที่ 3 นำตัวไปชี้บริเวณที่ฝังศพ ซึ่งนายสงกรานต์ให้การรับสารภาพว่า สาเหตุที่ฆ่านายวิชาญ เพราะโมโหที่มาทวงเงินค่าไก่ชน 500 บาท ซึ่งเป็นไก่ผู้ตาย แต่มีคนนำมาขายให้ แต่ตนได้นำไปต้มกินแล้ว คนที่นำมาขายได้มาทวงเงินและทะเลาะกันไปหลายรอบแล้ว แต่พอผู้ตายซึ่งเป็นเจ้าของไก่ชนมาทวงซ้ำอีก ตนจึงโมโหและฆ่าจนตาย โดยเด็กวัดและเณรไม่ได้ฆ่า ตนฆ่าผู้ตายคนเดียว ซึ่งตลอดเวลาที่ทำแผน นายสงกรานต์มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่สะทกสะท้าน ซึ่งชาวบ้านกว่า 500 คน ได้เดินติดตามไปดูการทำแผนและตะโกนด่าทอตลอดเวลา ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เสร็จแล้วตำรวจจึงรีบนำตัวขึ้นรถขับออกไป

นางเพ็ญศรี ไชยศรี อายุ 54 ปี ญาตินายวิชาญ ผู้ตาย เผยว่า รู้สึกรับไม่ได้ที่พระสงฆ์ที่กราบไหว้ทุกวันเป็นฆาตกร เพราะขณะที่ญาติได้ติดตามหาผู้ตาย และเข้ามาหาภายในวัด ก็ได้พบกับพระสงกรานต์กำลังยืนกวาดลานวัดอยู่หน้าเมรุ และยังได้สอบถามว่าพบผู้ตายหรือยัง แต่ญาติไม่ได้เดินไปบริเวณหลังวัด หลังจากนั้นยังได้สั่งหินลูกรังมาถมทับหลุมศพ และโปกปูนทับอีก และยังปฏิบัติกิจของสงฆ์รับนิมนต์ไปตามที่ต่างๆ แบบไม่สะทกสะท้าน พอเห็นจวนตัวแล้วจึงหลบหนี

“จิตใจทำด้วยอะไร เพราะขณะก่อเหตุยังเป็นพระสงฆ์ ห่มผ้าเหลืองอยู่ จิตใจช่างอำมหิต ยิ่งรู้ว่าพระดื่มเหล้าจนเมาขาดสติ ถือว่าไม่ใช่พระสงฆ์แล้ว และเชื่อว่าไม่เมาแค่สุรา อาจจะเมาอย่างอื่นก็เป็นได้ จึงอยากเรียกร้องให้ประหารชีวิตสถานเดียว ให้ตายตกไปตามกัน จึงจะสาสม”