วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสียงตำรวจ

เป็นความอึดอัดการปรับโครงสร้างตำรวจของอดีตนายตำรวจที่เป็นคณะกรรมการตามคำสั่งรัฐบาล คนที่มาเป็นคณะกรรมการไม่อยากเป็น และการประชุมที่เครียด เพราะต้องมาต่อสู้ให้ตำรวจรุ่นน้อง

ในที่ประชุมใหญ่มีกรรมการฝ่ายตำรวจกึ่งหนึ่ง 13 คน ฝ่ายคนนอก 13 คน นอกจากนั้นเป็นปลัดกระทรวงต่างๆ ส่วนใหญ่มองตำรวจไม่ค่อยดี

คณะกรรมการที่เป็นตำรวจต้องคอยชี้แจงเหตุผล และตอบโต้ ความจำเป็น อุปสรรค โดยเฉพาะเหตุผลเรื่องที่ไม่ให้อัยการมาควบคุมงานสอบสวน จนคณะกรรมการบางคนไม่ขอร่วมประชุมในคณะอนุกรรมการ ในที่ประชุมคณะอนุกรรมการครั้งที่แล้วโหวตลงมติกัน ฝ่ายตำรวจมี 2 เสียง แต่ฝ่ายที่ให้อัยการร่วมสอบสวนมี 6 เสียง

สรุปฝ่ายตำรวจแพ้มติที่ประชุม

ฝ่ายตำรวจต่อรองว่า กรณีที่อัยการจะเข้ามาร่วมขอให้เป็นแบบกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ คดีต้องเข้าหลักเกณฑ์ 6 ข้อ ผู้เสียหายหรือผู้มีส่วนได้เสียร้องเรียนไปยังคณะกรรมการ จะชี้ขาดสมควรให้อัยการมาร่วมหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยอัยการเลือกคดีเอาเอง

เมื่ออัยการมาร่วมมี 3 ระดับ 1.เข้ามาให้คำแนะนำ 2.เข้ามาร่วมสอบปากคำและมีความเห็นแนบในสำนวนได้ 3.กรณีที่จะให้อัยการมาควบคุมการสอบสวน

ขอให้อัยการรับสำนวนไปทำตั้งแต่ต้น อย่ามาให้ตำรวจเป็นลูกน้อง ทุกคนมีเกียรติเท่ากัน ที่ประชุมให้อัยการรับสำนวนไปทำด้วยตนเอง แต่ผ่านที่ประชุมใหญ่และเสนอรัฐบาล เสนอกฤษฎีกาแก้ ก.ม.หลายขั้นตอน

ส่วนเรื่องโครงสร้างงานสอบสวน ที่ประชุมเห็นตามที่คณะกรรมการฝ่ายตำรวจเสนอ จะมีงานสืบสวนสอบสวนควบกัน เข้าเวรแทนกัน ได้เจริญก้าวหน้า

การประเมินตั้งแต่ รอง สว.จนถึง รอง ผบก. และขึ้นเป็น ผบก. ถึง ผบช. ฝ่ายสอบสวนคุมการสอบสวน หัวหน้าสถานีจะมาสั่งคดีไม่ได้ เว้นแต่พนักงานสอบสวนบิดสำนวนและมีการร้องเรียน

หัวหน้าสถานีจะมีความเห็นแนบสำนวนได้ แต่ไม่ใช่หัวหน้าพนักงานสอบสวน คณะกรรมการทีมปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ อย่าให้ตำรวจต้องลงมาเป็นเบ๊หน่วยอื่นเลย

พนักงานสอบสวนทั่วประเทศ ถ้าคิดเอาอัยการมาสั่งมาควบคุมจะโดนต่อต้าน และกรรมการฝ่ายตำรวจจะลงมาร่วมต่อต้านด้วย ถ้าไม่ไว้ใจตำรวจ ขอให้ทางอัยการเอาคดีไปทำเลยตั้งแต่วินาทีแรก

เป็นความรู้สึกของอดีตนายตำรวจที่เติบโตสั่งสมประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาตลอดชีวิตราชการ มีส่วนร่วมปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ เป็นเสียงส่วนน้อยในคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ

เป็นปากเสียงชี้แจง “คนนอก” ที่ไม่เข้าใจและมีอคติกับตำรวจ

“เพลิงพยัคฆ์”
pluengpayak@thairath.co.th