วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“นักการเมือง” ต้องมีคำตอบ ย้อนอดีต มุ่งสู่อนาคต

“เพราะว่าเป็นประเทศของเราไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่า “บ้าเลือด”

เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วก็จะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่จะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครชนะ ไม่มีทางอันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้

คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ

ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมติว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายไปทั้งหมด

แล้วก็จะมีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะ เวลาอยู่บนกองซากปรักหักพัง”

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสพระราชทานแก่ พล.อ.สุจินดา คราประยูร และ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2535

เมื่อเกิดเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ” เป็นความขัดแย้งทางการเมืองครั้งหนึ่งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนไม่น้อย

จนกระทั่งทั้ง 2 คนได้เข้าเฝ้าฯและมีพระราชดำรัสเพื่อเตือนสติทำให้เหตุการณ์ต่างๆยุติลง จนทำให้บ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบ

นั่นเป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งในทางการเมืองไทย

ว่าไปแล้วพระองค์ท่านอยู่เหนือการเมืองไม่ยุ่งเกี่ยวและอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญเดียวกันกับคนไทยทุกคน

สิ่งที่พระองค์ท่านพึงปฏิบัติมาตลอดก็คือการทำงานหนัก อดทน ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนทุกหมู่เหล่า

แต่เมื่อเกิดปัญหาทางการเมือง คนไทยก็ต้องพึ่งพิงพระองค์ท่านเพื่อให้ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้จนบางครั้งถูกข้อครหา

“ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง”...

ทั้งๆที่อะไรเป็นอะไรย่อมรู้อยู่แก่ใจกันดีว่าพระองค์ท่านต้องเข้ามายุ่งเพราะอะไร ก็เพื่อไม่ให้คนไทยต้องมารบราฆ่าฟันกันเอง

“คนเป็นพ่อ”...จะปล่อยให้ “ลูกๆ” ต้องเป็นไปอย่างนั้นหรือ?

นี่เป็นแก่นแท้ในความเป็น “คน” เพียงแต่ในฐานะของพระองค์ท่านทำให้เกิดความเข้าใจผิดคิดอะไรกันไปต่างๆนานา

แต่ความจริงในวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้ว

ถามว่าเมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนไทยด้วยกันเอง ใครเป็น “ทุกข์” มากที่สุด ถ้าไม่ใช่ “คนเป็นพ่อ” หรือ?

วันนี้นักการเมืองถูกเว้นวรรคทางการเมืองเป็นการชั่วคราวหลัง คสช.เข้ามาคุมอำนาจการปกครองประเทศ

มีเสียงเรียกร้องให้ “คืนอำนาจ” เพื่อไปสู่การเลือกตั้ง เดินหน้าระบอบประชาธิปไตยก็เป็นหนทางที่จะเดินไปตามครรลองทางการเมือง

ถามว่าหากมีการเลือกตั้งดีมั้ย?

แน่นอนว่าดีแน่ เพราะหมายความว่าให้ประชาชนได้มีสิทธิมีเสียง มีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ

แต่ก็ต้องฉุกคิดเช่นกันว่าทำไมยังมีคนไทยบางส่วนมีความรู้สึกห่วงใยว่าเลือกตั้งแล้วจะเป็นอย่างไรต่อไป จะย้อนกลับไปสู่วงจรเก่าๆหรือไม่

นี่คือเรื่องที่นักการเมืองจะต้องตอบให้ได้

ไม่ใช่คิดแต่จะร้องหาการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว.

“สายล่อฟ้า”