วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังไม่เห็นทางออก

...ด้านหนึ่งรัฐบาลเมียนมาถูกประชาคมโลกกดดันให้ยอมรับผู้ลี้ภัยโรฮีนจาจากบังกลาเทศกลับถิ่นฐานเดิมในรัฐยะไข่ ทางภาคตะวันตก สหประชาชาติระบุชาวโรฮีนจาลี้ภัยความรุนแรงจากรัฐยะไข่ข้ามแดนไปบังกลาเทศตั้งแต่ 25 ส.ค.ปีนี้แล้วมากกว่า 600,000 คน รวมทั้งหมดแล้วเกือบ 1 ล้านคน...

อีกด้านหนึ่งรัฐบาลเมียนมาต้องเผชิญกระแสกดดันจากกลุ่มชาวบ้านสายชาตินิยมสุดโต่งไม่ต้องการให้รัฐบาลยอมรับกลับผู้ลี้ภัยโรฮีนจา อ้างคนเหล่านั้นไม่มีเอกสารแสดงสิทธิพำนักบนดินแดนเมียนมา

ดังนั้น ความพยายามแก้วิกฤติผู้อพยพลี้ภัยครั้งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคเอเชียในรอบหลายสิบปี จึงยังไม่เห็นทางออก...และหลายฝ่ายนิ่งเงียบเพราะถือเป็นเรื่องภายในประเทศเมียนมา......

ที่ผ่านมา ชาติยอมรับผู้อพยพลี้ภัยโรฮีนจาให้ได้รับสิทธิตั้งถิ่นฐานในประเทศกลุ่มเล็กๆมีอยู่ 4 ประเทศ ไล่ตั้งแต่ “มาเลเซีย” รับผู้ลี้ภัยโรฮีนจาลงทะเบียนตั้งถิ่นฐานในประเทศแล้ว 56,000 คน อยู่ระหว่างรอประเมินสถานะอีกราว 40,000 คน ผู้ได้รับอนุมัติสิทธิจะได้ถือครองบัตรประจำตัวป้องกันถูกจับหางานเล็กๆน้อยๆทำได้ อาทิ งานก่อสร้าง แรงงานตามร้านอาหาร งานตามโรงงานอุตสาหกรรมและสวนเกษตรกรรม

แต่กลุ่มคนเหล่านั้นยังไม่ได้รับสิทธิเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลฟรีหรือระบบการศึกษาฟรี ส่วนที่พักอาศัยก็ต้องอยู่ตามย่านที่ผู้คนท้องถิ่นไม่นิยมพักอาศัย

“เนปาล” ยอมรับผู้ลี้ภัยโรฮีนจาจากเมียนมาเข้าพำนักในประเทศราว 250 คนนับตั้งแต่เกิดความรุนแรงระหว่างชาวโรฮีนจากับกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่รัฐยะไข่เมื่อปี 2555 แต่สถานะผู้ลี้ภัยในเนปาลได้รับการยอมรับดูแลจากสหประชาชาติ ไม่ใช่รัฐบาลเนปาล การหางานการทำก็หนีไม่พ้นงานกรรมกร งานก่อสร้างก่ออิฐ งานช่างประปา

“อินเดีย” กึ่งยอมรับผู้ลี้ภัยโรฮีนจาเข้าพำนักตั้งถิ่นฐานในประเทศแล้วราว 40,000 คน แต่ผู้อพยพลี้ภัยได้รับการลงทะเบียนตรวจสอบตามขั้นตอนผ่านเพียง 16,500 คน

สาเหตุหนึ่งที่ชาวโรฮีนจาอพยพลี้ภัยเข้าอินเดียไม่มากนักเพราะสังคมอินเดียส่วนใหญ่ชาตินิยมฮินดูและพยายามผลักดันส่งกลับผู้อพยพลี้ภัยอยู่เกือบตลอดเวลา

“สหรัฐอเมริกา” ดินแดนแห่งเสรีภาพ....รับผู้ลี้ภัยโรฮีนจาตั้งแต่ปี 2553 แล้วจำนวน 7,362 ราย กระจายอยู่ในพื้นที่รัฐแคลิฟอร์เนีย อินเดียนา จอร์เจียและอื่นๆ

แม้ผู้ลี้ภัยต่างยินดีและดีใจได้พักพิงสถานที่ปลอดภัย แต่เกือบทั้งหมดต่างก็หวังได้กลับถิ่นฐานเดิมในเมียนมาสักวันหนึ่ง....

อานุภาพ เงินกระแชง