วันอังคารที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สร้างสรรค์รอบพระเมรุฯ เด่นเหลืองเรืองอร่าม

ดาวเรืองดอกไม้สีเหลือง สีวันพระราช สมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อสื่อสัญลักษณ์น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ รายรอบพระเมรุมาศจึงประดับประดาด้วยสีเหลืองเรืองอร่าม

ดอกดาวเรืองเหลืองอร่ามรอบพระเมรุมาศ และทั่วประเทศไทย เนื่องจากหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วันที่ 26 ตุลาคม 2560 เป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัฐบาลได้ประกาศเชิญชวนราชการ เอกชน และประชาชนทั่วประเทศร่วมกันปลูกดอกไม้สีเหลือง

พร้อมวางแผนการปลูกไว้ด้วยว่า ต้องให้ดาวเรืองออกดอกบานสะพรั่งพร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม 2560 ช่วงวันพระราชพิธี

พื้นที่ใกล้พระเมรุมาศ ระหว่างอาคารต่างๆ ใช่มีเพียงดอกดาวเรืองเท่านั้น ยังมีดอกไม้สีเหลืองพันธุ์อื่นๆ ให้ความสวยงาม สร้างภูมิทัศน์ให้ดูสบายตาด้วย

ภูมิสถาปัตย์ประกอบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรเป็นผู้ออกแบบร่างและถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นแม่งานและทรงงานมาอย่างต่อเนื่อง แบบแปลนทุกขั้นตอน ผ่านการทอดพระเนตรอย่างละเอียด

องค์ประกอบทุกส่วน สื่อถึงพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย เริ่มจากใกล้พระจิตกาธาน มีสุนัขทรงเลี้ยง คุณทองแดงกับคุณโจโฉ คุณทองแดงเป็นสุนัขทรงเลี้ยง เพศเมีย มีพี่น้องถึง 7 ตัว อดีตเป็นสุนัขจรจัด ได้รับพระเมตตาจนได้เข้ามาอยู่ในวัง ลักษณะเด่นของคุณทองแดงคือ มีความกตัญญู มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัว และนอบน้อม

ความเป็นมาของ “คุณทองแดง” คือ มีนายแพทย์ท่านหนึ่งนำมาทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทอดพระเนตร เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเปิดศูนย์การแพทย์แห่งหนึ่ง เมื่อทอดพระเนตรแล้ว ทรงมีรับสั่งว่า ให้นำเข้ามาเลี้ยงในวัง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงยกคุณทองแดงให้ “คุณมะลิ” สุนัขแม่ลูกอ่อนในวังเป็นผู้เลี้ยงดู

“คุณทองแดง” มีลักษณะพิเศษต่างจากลูกสุนัขตัวอื่น คือ มีสายสร้อยรอบคอครึ่งเส้น มีถุงเท้าขาวทั้ง 4 ขา มีหางม้วนขดเป็นวง ปลายหางมีดอกสีขาว และมีจมูกแด่น

คุณทองแดงเป็นที่โปรดปรานของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เนื่องจากเป็นสุนัขที่ฉลาด อาทิ เมื่อจะชั่งน้ำหนัก แค่เพียงรับสั่งว่า ทองแดงไปชั่งน้ำหนัก คุณทองแดงก็จะเดินขึ้นตาชั่ง เป็นต้น

คุณทองแดง ยังเป็นสุนัขที่ไม่ค่อยเข้ามาเคลียคลอพระองค์ท่าน เวลาพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนิน คุณทองแดงจะนำเสด็จอยู่หน้าพระองค์ท่าน เวลาพระองค์ท่านประทับนั่ง คุณทองแดงก็จะนั่งหมอบอยู่ด้านหน้า ใช้สองขาหน้าเกยกันเหมือนคนกำลังหมอบคลาน แล้วหันหน้าออกไปด้านนอก คอยระแวดระวังด้านนอกอย่างเดียว ถ้าระยะเวลาในการเข้าเฝ้าฯนาน คุณทองแดงจะเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ และผู้มาเข้าเฝ้าฯ พร้อมกับถอนใจยาว และยังคงหมอบเฝ้าอยู่เช่นนั้น

นอกจากเรื่องความซื่อสัตย์ ฉลาดแสนรู้แล้ว “คุณทองแดง” ยังเป็นสุนัขที่กตัญญูรู้คุณเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับแม่มะลิ ซึ่งเป็นเสมือนแม่นมของคุณทองแดง แม้จะแยกกันอยู่แล้ว ทุกครั้งที่คุณทองแดงพบกับแม่มะลิจะแสดงความเคารพแม่มะลิอยู่เสมอ ส่วนแม่มะลิก็ยังเป็นแม่ที่เอาใจใส่ลูกๆเป็นอย่างดี

ด้วยความฉลาดและน่ารักของคุณทองแดง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ หนังสือเรื่องทองแดง ออกเผยแพร่เป็นภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

ส่วน คุณโจโฉ เป็นสุนัขทรงเลี้ยงในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก่อน ปรากฏภาพและเรื่องราวในหนังสือของโรงเรียนราชินี มีภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ “คุณโจโฉ” ในท่าคาบไปป์ สวมแว่นตา อ่านหนังสือ เล่นเปียโน เป็นต้น ลักษณะของ “คุณโจโฉ” เป็นสุนัขแสนรู้ ขี้เล่น

ประติมากรรมรูปสุนัขทรงเลี้ยงทั้งคุณทองแดงและคุณโจโฉ ด้านซ้ายและขวาพระจิตกาธาน ทั้งสองอยู่ในท่านั่ง เฝ้าภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9

ด้านภูมิทัศน์ในงานพระเมรุมาศ แบ่งเป็นในมณฑลพิธีท้องสนามหลวงจะตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับปลูกในกระถาง เพื่อให้พระเมรุมาศมีความงดงามดุจสรวงสวรรค์ พื้นที่บริเวณด้านทิศเหนือของสนามหลวง ทางเข้าพระเมรุมาศ จัดแสดงเรื่องราวและองค์ประกอบด้วยสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ อาทิ หญ้าแฝก แก้มลิง ฝายน้ำล้น มะม่วงมหาชนก ต้นยางนา และจัดสร้างทุ่งนา แปลงนาข้าวคันนา “รูปเลข ๙”

แต่ละอย่างเป็นสัญลักษณ์ในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แก่พสกนิกรไทย อาทิ โครงการปลูกหญ้าแฝก เพราะทรงตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาดินพังทลาย จึงทรงให้นำหญ้าแฝกมาใช้ในการอนุรักษ์ดินและน้ำ เพื่อยังประโยชน์ให้ป้องกันการชะล้างพังทลายของดิน และปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้น

ทรงศึกษาหญ้าแฝกและพบว่า เป็นพืชที่มีระบบรากลึก แผ่กระจายลงไปในดินตรงๆ เป็นแผงเหมือนกำแพง ช่วยกรองตะกอนดินและรักษาหน้าดินได้ดี และการปลูกหญ้าแฝก ต้องพิจารณาลักษณะของภูมิประเทศด้วย

ถ้าปลูกบนพื้นที่ภูเขา ให้ปลูกหญ้าแฝกตามแนวขวางของความลาดชันและในร่องน้ำของภูเขา เพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินและช่วยเก็บความชื้น ถ้าปลูกบนพื้นที่ราบ เช่น แปลงพืชไร่ให้ปลูกตามร่องสลับกับพืชไร่

ด้านธัญญาหาร พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นความสำคัญของข้าวเป็นอย่างยิ่ง “...ข้าวต้องปลูก เพราะอีก 20 ปีประชากรอาจจะ 80 ล้านคน ข้าวจะไม่พอ ถ้าลดการปลูกข้าวไปเรื่อยๆ ข้าวจะไม่พอ เราจะต้องซื้อข้าวจากต่างประเทศ เรื่องอะไร ประชาชนคนไทยไม่ยอม คนไทยนี้ต้องมีข้าว แม้ข้าวที่ปลูกในเมืองไทยจะสู้ข้าวที่ปลูกในต่างประเทศไม่ได้ เราก็ต้องปลูก...” กระแสพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ.2536

แปลงนาข้าว ใกล้พระเมรุมาศ แสดงถึงพระอัจฉริยภาพด้านองค์ความรู้เรื่องข้าว ด้วยทรงพระเมตตาต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวนา ตลอดรัชกาลพระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อพัฒนาข้าวไทย และพืชผลทางการเกษตร นอกจากข้าวแล้ว ยังพระราชทานนาม “มะม่วงมหาชนก”

มะม่วงนามพระราชทาน “มหาชนก” ลูกผสมระหว่างพ่อแม่มะม่วงพันธุ์ซันเซท (Sunset) กับพันธุ์หนังกลางวัน แล้วนำเมล็ดมาปลูกที่สวนวังน้ำลี้ จังหวัดลำพูน เมื่อปี พ.ศ.2529 จนในปี พ.ศ.2533 จึงออกผลเป็นครั้งแรก

ลักษณะเด่นที่รูปร่างหน้าตาแตกต่างจากมะม่วงทั่วไป ผลกลมยาว ปลายงอนเล็กน้อย เนื้อแน่น มะม่วงมหาชนก สีผิวสวย เมื่อดิบสีผิวเขียวเรียบเนียน เมื่อผลแก่จะมีสีเขียวอมแดง สุกจัดจะมีสีเหลืองทองอมส้มหรือสีแดงแก้มแหม่ม ส่วนรสชาติเมื่อยังดิบจะเปรี้ยวจัด แต่เมื่อแก่จัดและสุกจะมีรสชาติหวาน และมีกลิ่นหอม

นอกจากพืชพันธุ์ธัญญาหารแล้ว ยังทรงศึกษาเรื่องการบริหารจัดการน้ำ อาทิ โครงการในพระราชดำริ “แก้มลิง” คือการบริหารจัดการน้ำ ตามแนวพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม แนวพระราชดำรินี้มาจากทรงเห็นลิงอมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มไว้ได้คราวละมากๆก่อนจะกิน

โครงการแก้มลิง คือ การจัดให้มีสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่างๆ เพื่อเป็นบึงพักน้ำในหน้าน้ำ ทำหน้าที่รองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว ก่อนจะระบายลงทางน้ำสาธารณะ ฉะนั้นยามฝนตก น้ำฝนจึงไม่ไหลลงสู่ทางระบายน้ำในทันที แต่จะขังในพื้นที่พักน้ำ รอเวลาให้คลองต่างๆ ซึ่งเป็นทางระบายน้ำหลักพร่องน้ำพอจะรับน้ำได้เสียก่อน จึงค่อยๆระบายน้ำลง ช่วยลดปัญหาน้ำท่วมขังได้ในระดับหนึ่ง



นอกจากวัตถุประสงค์เพื่อการระบายน้ำแล้ว แนวพระราชดำริแก้มลิงยังผสานแนวคิดในการอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย กล่าวคือ เมื่อน้ำที่ถูกเก็บกักไว้ถูกส่งเข้าไปในคลองต่างๆ ก็จะเข้าไปเจือจางน้ำเน่าเสียใน ลำคลองให้จางลง ก่อนผลักน้ำเสียที่เจือจางแล้วลงสู่ทะเล หรือแหล่งน้ำธรรมชาติต่อไป

ปัจจุบันมีพื้นที่แก้มลิงขนาดใหญ่อยู่ทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ เหนือท่า อากาศยานสุวรรณภูมิ โดยกำหนดในผังการใช้ที่ดินเป็นพื้นที่เขียวลาย ไม่เหมาะกับการพัฒนา นอกจากนี้ยังมีแก้มลิงเล็กใหญ่กระจายอยู่ทั่วไป

การสร้างสรรค์ภูมิทัศน์รอบพระเมรุมาศ โดยนำเอาโครงการในพระราชดำริมาใช้นี้ นายอนันต์ ชูโชติ บอกว่า ต้นมะม่วงมหาชนกเป็นไม้ยืนต้นที่มีความหมายถึงรัชกาลที่ 9 และยังมีต้นยางนา หญ้าแฝก และข้าวที่นำมาปลูกในพื้นที่ ส่วนต้นข้าวมีให้เห็นถึง 3 ระยะ คือ ระยะต้นกล้า แตกกอ และออกรวง ข้าวทั้งหมดใช้พันธุ์ข้าวสื่อถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ โดย กรมการข้าว เป็นผู้จัดเตรียม

ด้านการจัดภูมิสถาปัตยกรรมแปลงนาข้าวและคันนาเลข ๙ มหามงคล หลังปรับแต่งพื้นดินเป็นแปลงนาข้าวและบ่อน้ำใกล้เสร็จสมบูรณ์ ได้ลงต้นไม้ประกอบด้วย ต้นยางนา 9 ต้น มีความสูงโดยเฉลี่ย 7 เมตร ต้นยางนา หลังปรับตัวและพักฟื้นกับดินที่นำมาลงใหม่ ต้องใช้เวลาถึง 15 วัน ใบถึงจะแตกออกมาสมบูรณ์

นายพรธรรม ธรรมวิมล ภูมิสถาปนิกอธิบายเรื่องปลูกยางนาบริเวณทิศใต้ของพระเมรุมาศ ว่าเป็นการออกแบบภูมิทัศน์เพื่อบดบังจุดจอดรถพยาบาล รถดับเพลิง รวมแล้วทั้งหมด 9 ต้น

สำหรับ หญ้าแฝก เลือกใช้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ แฝกลุ่ม ปลูกที่ลุ่มอยู่ใกล้น้ำ แฝกดอน ปลูกในที่ดอน และ แฝกหอม มีกลิ่นหอม ในการแสดงหญ้าแฝกพันธุ์ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนได้เรียนรู้ธรรมชาติของพืชชนิดนี้

ในส่วนขอบคันนาเลข ๙ สร้างสรรค์โดย ตกแต่งผิวคันนาด้วยดินสีทอง โดยไล่จากหางเลข ๙ ขึ้นมา เป็นงานที่ต้องใช้ความประณีต พิถีพิถัน ต้องใช้เวลาราว 2 สัปดาห์จึงแล้วเสร็จ และหลังปลูกต้นไม้ต่างๆ เสร็จแล้ว จึงเริ่มงานติดตั้งไฟแปลงนาข้าวพระเมรุมาศ

ไฟที่ส่องเข้ามายังแปลงนาข้าวมี 2 แบบ ได้แก่ ไฟเบอร์ออปติก มีแสงออกเป็นจุดๆ เน้นคันนาเลข ๙ รวมถึงกระจายในกลุ่มต้นข้าว มีความระยิบระยับดูเป็นธรรมชาติ และไฟสปอตไลต์ สาดไฟเข้าใส่แปลงนาทำให้มีความแตกต่างกันระหว่างแปลงนาข้าวและเลข ๙ ดูแล้วโดดเด่น

ส่วนองค์ประกอบอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับโครงการพระราชดำริ เมื่อกราบทูลแนวคิดนี้ ให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชวินิจฉัย มีพระราชดำริว่า ให้ใส่ กังหันนํ้าชัยพัฒนา เข้าไป พร้อมกันนี้ยังได้นำกังหันน้ำชัยพัฒนามาติดตั้งในแก้มลิง อาทิ กังหันน้ำชัยพัฒนาเครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำแบบ RX 5C ซึ่งเป็นสิทธิบัตรของ “พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร”

และเครื่องกลเติมอากาศแบบ RX 5B ที่กรมชลประทานได้รับพระราชทานให้จัดสร้าง

ความเป็นมาของ “กังหันนํ้าชัยพัฒนา” สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงเล็งเห็นความเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม ที่เป็นผลมาจากภาวะมลพิษของน้ำเน่าเสียที่มีปริมาณสูงจนยากแก่การแก้ไข อันจะส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของพสกนิกร

พระองค์ทรงห่วงใยในความเดือดร้อนทุกข์ยากที่เกิดขึ้น ได้เสด็จพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรสภาพน้ำเน่าเสียในพื้นที่หลายแห่งหลายครั้ง ทั้งในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และต่างจังหวัด พร้อมทั้งพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสีย

ในระยะแรกระหว่างปี พ.ศ.2527-2530 ทรงแนะนำให้ใช้น้ำที่มีคุณภาพดีช่วยบรรเทาน้ำเสียและวิธีกรองน้ำเสียด้วยผักตบชวาและพืชน้ำต่างๆ เมื่อพบว่าพืชน้ำเหล่านั้นมีอัตราแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น การใช้วิธีธรรมชาติไม่อาจบรรเทาน้ำเน่าเสียได้เท่าที่ควร ดังนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานพระราชดำริให้ประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศแบบประหยัดค่าใช้จ่าย สามารถผลิตเองได้ในประเทศ ซึ่งมีรูปแบบ “ไทยทำไทยใช้” โดยทรงได้แนวทางจาก “หลุก” ซึ่งเป็นอุปกรณ์วิดน้ำเข้านาอันเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านเป็นจุดคิดค้นเบื้องต้น และทรงมุ่งหวังที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของรัฐบาลในการบรรเทาน้ำเน่าเสียอีกทางหนึ่งด้วย

สืบมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ มูลนิธิชัยพัฒนา สนับสนุนงบประมาณเพื่อการศึกษาและวิจัยสิ่งประดิษฐ์ใหม่นี้ โดยดำเนินการจัดสร้างเครื่องมือบำบัดน้ำเสียร่วมกับ กรมชลประทาน จนกระทั่งได้ผลิตเครื่องกล เติมอากาศขึ้นในเวลาต่อมา และรู้จักกันแพร่หลายทั่วประเทศในปัจจุบันคือ “กังหันน้ำชัยพัฒนา”

โครงการพระราชดำริต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกังหันน้ำชัยพัฒนา ข้าว มะม่วง และอื่นๆ ที่รายรอบพระเมรุมาศนั้น เสมือนตัวแทนในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อพสกนิกรไทยเป็นล้นพ้น

เดือนตุลาคม พ.ศ.2560 ดอกไม้สีเหลืองเบ่งบานในอาณาบริเวณพระเมรุมาศ ท่ามกลางโครงการพระราชดำริต่างๆ

ดอกไม้ทุกดอกสื่อนัยถึงวันพระราช สมภพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้


*****************

ศิลปิน : สุวิทย์ ต่างสมบัติ

ภาพ : ไท้ภูวนาถ รัชกาลที่ 9

ขนาด 50 x60 ซม. สีน้ำมันบนผ้าใบ

แรงบันดาลใจ : “เริ่มจากที่ผมได้ดูสารคดี “พระเจ้าแผ่นดิน” ได้เห็นพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ทำให้ผมซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์มีต่อพสกนิกรตลอดระยะเวลา 70 ปีที่ทรงครองราชย์ ซึ่งผมไม่เคยเห็นใครทำเพื่อคนอื่นได้เหมือนกับพระองค์ท่านเลย ผมเป็นช่างเขียนรูปจึงอยากถ่ายทอดรูปเหมือนของพระองค์ในรูปแบบแนวทางของผม…”