วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พลิกฟื้นผืนป่าประเทศไทย

จากกล้าพระราชทานต้นแรกแผ่ไพศาล

เป็นที่ประจักษ์แจ้งในใจคนไทยแล้วว่า พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงทำงานอย่างหนัก เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน

ทำให้ทุกภาคส่วน ต่างเดินตามรอยเบื้องพระยุคลบาท เช่นเดียวกับเรื่องป่า ที่ทรงเห็นความสำคัญของปัญหาป่าเสื่อมโทรม เพราะส่งผลกระทบต่อเนื่องเชื่อมโยงไปถึงเรื่องอื่นๆ และได้วางหลักการปลูกป่าให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้เดินตาม

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานคำแนะนำหลักการปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก การปลูกป่าในที่สูง การปลูกป่าธรรมชาติ การปลูกทดแทนตามไหล่เขา และในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม โดยคำนึงถึงระบบนิเวศของป่าไม้ ซึ่งได้พระราชทานพระราชดำริวิธีการไว้ด้วย อาทิ การปลูกต้นไม้ 3 ชนิด ที่แตกต่างกัน คือ ไม้ผล ไม้โตเร็วและไม้เศรษฐกิจ เพื่อสร้างความสมดุลทางธรรมชาติ และยังประโยชน์กลับคืนให้ประชาชน

รวมถึงทรงให้ความสำคัญกับ “คน” โดยทรงวางหลักการพัฒนาป่าไม้ด้วยการให้ปลูกฝังจิตสำนึกแก่ประชาชน ดั่งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง”

นับเป็นปรัชญาการพัฒนาป่าไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ในประเทศไทย จนถึงปัจจุบัน

จนกระทั่งบัดนี้ พระราชดำรัสของพระองค์ได้ทำให้ต้นไม้เติบโตในใจคนไทยนับล้านคน ก่อให้เกิดความร่วมมือในการปลูกป่าของหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

และกว่า 22 ปีที่บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาร่วมเพิ่ม พื้นที่ป่าไม้ โดยโครงการอาสาปลูกป่า 1 ล้านไร่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 ซึ่งมีพื้นที่เป้าหมายรวม 5 ล้านไร่ทั่วประเทศ และนับจากที่ ปตท.ได้รับต้นประดู่ป่าพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในการทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ การปลูกป่าของ ปตท. ได้ดำเนินควบคู่กับภารกิจด้านพลังงาน นับเนื่องจากวันนั้น

จากปี 2537 กระทั่งวันที่ 16 พ.ย.2545 ถือเป็นวันสำคัญในประวัติศาสตร์ของ ปตท. เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีน้อมเกล้าฯถวายโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติ พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ปีที่ 50 จำนวน 1 ล้านไร่ ในส่วนของ ปตท. ณ พื้นที่ป่าชายเลน แปลงปลูกป่า FPT 29และ 29/3 อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อีก 12 ปีต่อมา เมื่อวันที่ 9 ม.ค.2557 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ มายังศูนย์เรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี เพื่อติดตามความก้าวหน้าผลการดำเนินงาน และทรงมีรับสั่งกับผู้ปฏิบัติงานให้ร่วมมือช่วยเหลือกันดูแลป่าต้นน้ำและป่าชายเลน ช่วยกันอนุรักษ์สัตว์ป่าให้มีที่อยู่อาศัย และทรงให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ให้ช่วยกันทำงาน ปลูกฝังจิตสำนึก ให้ความรู้แก่ประชาชนเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยผลสัมฤทธิ์ของการปลูกป่า 1 ล้านไร่ ได้สร้างความเขียวขจีให้เกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นรูปธรรม

เมื่อปี 2545-2557 ศูนย์วิจัยป่าไม้ คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ประเมินผลป่า 1 ล้านไร่ที่ ปตท. ร่วมปลูก พบว่าสามารถดูดซับ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 30.27 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ และปลดปล่อยก๊าซออกซิเจนสู่ชั้นบรรยากาศ 24.21 ล้านตันออกซิเจน ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากแปลงปลูกป่า คิดเป็นมูลค่า 7,830 ล้านบาท หรือ 391.5 ล้านบาทต่อปี

ความตั้งใจในการปลูกป่าของ ปตท. นำมาซึ่งการสั่งสมองค์ความรู้การปลูกป่า จนขยายผลมาเป็น “สถาบันปลูกป่า ปตท.” เมื่อปี 2556 ที่มีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าให้กับประเทศอีก 1 ล้านไร่ และทำหน้าที่เป็นกลไกการอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ปลูกป่า 1 ล้านไร่เดิมให้ระบบนิเวศ เกิดความสมดุล ลดปัญหาโลกร้อน

นอกจากการปลูกป่าแล้ว พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ดินไปพร้อมกันด้วย โดยพระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับหญ้าแฝก เมื่อปี 2534 เพื่อช่วยป้องกันการพังทลายของดิน ปตท.จึงดำเนินโครงการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และประยุกต์ใช้หญ้าแฝกเพื่อป้องกันภัยจากดินถล่มที่ชุมชนบ้านหน้าถ้ำ จ.สุราษฎร์ธานี

การปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะด้านการปลูกต้นไม้เท่านั้น แต่ได้หลอมรวมงานพัฒนาที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างผสมผสาน เพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนไปพร้อมๆกัน ปตท.จึงได้เข้าร่วมกับภาคีเครือข่ายดำเนินโครงการ รักษ์ป่า สร้างคน 84 ตำบล วิถีพอเพียง เมื่อปี 2550 เพื่อถวายเป็นราชสักการะเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยนำพระราช ดำริ “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” มาเป็นแนวปฏิบัติ และใช้กระบวนการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน รวมถึงสร้างความรู้ให้เกิดขึ้น ทำให้ชุมชนในตำบลต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้รับการพัฒนาอย่างยั่งยืนจนถึงทุกวันนี้

นอกจากการแก้ปัญหาระยะยาว เรื่องป่าเสื่อมโทรมแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ยังมีโครงการพระราชดำริฝนหลวง เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากของราษฎร อันเกิดจากความแห้งแล้ง ที่ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และการทำเกษตรกรรม ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความยากจน

14 ปี นับจากทรงทราบถึงความเดือดร้อนของพสกนิกร ได้ทรงค้นคว้าวิจัยและทดลองด้วยพระองค์เอง จนเกิดผลสำเร็จเมื่อปี 2512 ตลอดหลายสิบปีที่ยืนยันถึงความสำเร็จของฝนหลวง ที่ได้สร้างความกินดีอยู่ดีให้กับประชาชน ปตท.จึงได้เข้ามาสนับสนุนน้ำแข็งแห้งให้กับกรมฝนหลวงและการบินเกษตรโดยตรง เพื่อใช้ในการปฏิบัติการฝนหลวง ต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน

ด้วยพระอัจฉริยภาพในทุกด้าน และสายพระเนตรอันยาวไกล รวมทั้งความรักที่มีต่อประชาชนทั่วทุกคนของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของอาณาประชาราษฎร์เป็นที่ประจักษ์ในใจของคนไทย และนำพาประเทศสู่สากล

เป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ จวบจนทุกวันนี้.