วันอาทิตย์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ล็อกหัวขโมยไอ้เฒ่า มาเฟียสยาม (คลิป)

เจ้าของร้านเสื้อแบรนด์ดัง ห้างสยามสแควร์ รุดชี้ตัวหนุ่มลาวตัวแสบ ก่อเหตุขโมยเสื้อแจ็กเกตราคาหลักหมื่น หลังตำรวจตามรวบได้ขณะเตร่อยู่ย่านดินแดง อ้างชอบแต่เงินไม่พอ เลยต้องใช้วิธีนี้ สารภาพเสียงอ่อยหลังพ้นคดีเตะผู้หญิงตบหัวเด็กเมื่อ 2 ปีที่แล้ว กลับไปขายเสื้อที่เมืองลาว ก่อนข้ามฝั่งกลับไทย อ้างจะมาซื้อเสื้อผ้ากลับไปขาย ตีหน้าเศร้าทำเป็นสำนึก พ้นโทษครั้งนี้จะขอบวชไถ่บาป

กรณีนายทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล อายุ 34 ปี เจ้าของร้านบอย ลอนดอน ไทยแลนด์ ตั้งอยู่ ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าสยามสแควร์วัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.ต.นิคม อินอุ่นโชติ รอง สว. (สอบสวน) สน.ปทุมวัน ถูกคนร้ายในกล้องวงจรปิดทราบชื่อต่อมาคือนายวีระพัน หรือเฒ่า อินทะวง อายุ 40 ปี ชาวลาว อดีตผู้ต้องหาที่เคยก่อคดีทำร้ายผู้หญิง ตบหัวเด็ก ย่านสยามสแควร์จนเป็นคดีดังเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ก่อเหตุ ลักทรัพย์เสื้อแจ็กเกตยี่ห้อบอย ลอนดอน 1 ตัว มูลค่า 13,500 บาท จากภายในร้านก่อนหลบหนี เหตุเกิด เมื่อเวลา 18.15 น. ของวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปก่อนหน้า

ล่าสุดจับหัวขโมยตัวดีได้แล้ว โดยเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 22 ต.ค. ที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมกำลังร่วมกันจับกุมนายวีระพัน หรือโจ้ หรือเฒ่า อินทะวง อายุ 40 ปี ชาวลาว ในข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางเสื้อแจ็กเกตสีดำ แขนยาว ยี่ห้อบอย ลอนดอน ที่ผู้ต้องหาสวมใส่ จับกุมได้ริมถนนตรงข้ามซอยประชาสงเคราะห์ 3 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวงดินแดง เขตดินแดง กทม. เบื้องต้นคนร้ายรับสารภาพ

ต่อมาเวลา 10.30 น. วันที่ 23 ต.ค. ที่ สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.ท.อาทิตย์ ซิ้มเจริญ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.เอกรินทร์ อุปเวช สว.สส. พร้อมฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ร่วมกันสอบปากคำนายวีระพันอีกครั้ง โดยมีนายทวีสิทธิ์ กาญจนวงศ์ไพศาล เจ้าของร้านบอย ลอนดอน ไทยแลนด์ เดินทางมาชี้ตัวผู้ต้องหาที่คราวนี้ย้อมผมสีทอง ตัดผมไถข้างตามแฟชั่น

ขณะที่นายวีระพันรับสารภาพอ้างว่า ก่อนหน้านี้ 1 วันไปซื้อหมวกที่ร้านดังกล่าวในราคา 2,500 บาท และชอบเสื้อแจ็กเกตของกลางมาก แต่เงินไม่พอ วันก่อเหตุเลยมาทำทีพูดคุยกับพนักงานร้านเพื่อขอลองเสื้อ เมื่อสบโอกาสจึงสวมเสื้อเดินหนีออกจากร้านทันที โดยนายวีระพันกล่าวด้วยว่า หลังจากปี 58 ถูกจับกุมและพ้นโทษออกมา ได้กลับไปขายเสื้อผ้าที่กรุงเวียงจันทน์ ประเทศลาว ก่อนที่ จะข้ามเรือกลับมาประเทศไทยทาง จ.หนองคาย เมื่อวันที่ 11 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อมาซื้อเสื้อผ้าที่ประตูน้ำกลับไปขายที่ลาว โดยพักห้องเช่าย่านห้วยขวาง ก่อนกลับมาก่อเหตุที่ร้านเสื้อดังกล่าว รู้สึกสำนึกผิด จะไม่ก่อเหตุอีก เพราะที่ผ่านมาก็ถูกเพื่อนร่วมชาติตำหนิที่ทำเสียชื่อเสียงประเทศ และคิดจะบวชเพื่อไถ่บาปหลังพ้นโทษอีกครั้ง

ด้าน พ.ต.อ.จารุต ศรุตยาพร รอง ผบก.น.6 เปิดเผยว่า ตำรวจจะดำเนินคดีนายวีระพัน ในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” และ “เข้าเมือง โดยผิดกฎหมาย” หากมีผู้เสียหายรายอื่นสามารถเข้าแจ้งความได้ทันที

สำหรับนายวีระพัน ผู้ต้องหารายนี้เคยโด่งดังจากคดีก่อเหตุทำร้ายผู้หญิงบาดเจ็บภายในรถไฟฟ้า ใต้ดิน สถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อวันที่ 4 ก.ย.58 มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ดังกล่าวในโซเชียลมีเดีย และมีคลิปเหตุการณ์ทำร้ายเยาวชนอายุ 17 ปี บริเวณโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ท้องที่ สน.ปทุมวัน โดยผู้ลงคลิประบุ ถูก “มาเฟียสยาม” ทำร้าย จนตำรวจออกมาสืบสวนติดตามจับกุม โดยผู้เสียหายที่เป็นหญิงสาวที่ถูกทำร้าย ปรี่เข้าไปตบศีรษะนายวีระพัน ขณะถูกนำตัวมาแถลงข่าว และมีผู้นำมาตัดต่อจนเป็นคลิปโด่งดังในโลกออนไลน์

ต่อมาศาลแขวงปทุมวัน พิพากษาจำคุกนายวีระพันเป็นเวลา 14 เดือน 15 วัน ใน 4 สำนวนคดี ฐานหลบหนีเข้าเมือง ลักทรัพย์ ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่และดูหมิ่นซึ่งหน้า นำตัวไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แต่พอพ้นโทษออกมาไม่สำนึกผิด กลับมาก่อเหตุซํ้า