วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบรองเจ้าอาวาส ฆ่าโหดฝังโบกปูน ขวานสับหนุ่มใหญ่ โมโหทวงค่าไก่ชน

รองเจ้าอาวาสอำมหิตขวานสับคอฆ่าโหด หนุ่มใหญ่ แค้นมาทวงค่าไก่ชนขณะนั่งก๊งเหล้า บนกุฏิ ก่อนบังคับลูกศิษย์และสามเณรขุดดินหามศพไปโยนลงหลุมแล้วโบกปูนปิดทับอำพรางไว้หลังวัด ญาติเห็นเหยื่อหายไปเข้าแจ้งตำรวจตามหา เค้นสอบปากคำเณรจนยอมเปิดปากสารภาพ ขณะที่โล้นทมิฬรู้ตัวเรื่องแดงถลกจีวรเผ่นออกจากวัดพร้อมศิษย์คนสนิท ไปไม่รอดโดนตำรวจเมืองพัทยารวบตัวได้ทันควัน

โล้นทมิฬขวานสับคอฆ่าหนุ่มใหญ่ ก่อนสั่งให้ลูกศิษย์นำศพไปขุดหลุมฝังร่างแล้วโบกปูนปิดทับไว้หลังวัด เหตุร้ายครั้งนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 23 ต.ค. ร.ต.อ.กิตติกวินท์ อุมาฐิติพงศ์ รอง สว. (สอบสวน) สภ.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งมีคนถูกฆ่าฝังดิน ภายในวัดศรีบุญเรือง หมู่ 13 บ้านหนองแคน ต.โนนสูง ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส. และ พ.ต.ท.วีระพล มูลบัวภา สว.สส.สภ.โนนสูง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภ.จ.อุดรธานี และเจ้าหน้าที่มูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรม

จุดเกิดเหตุเป็นที่ว่างด้านหลังวัด มีการนำหินลูกรังมาถมและเทปูนซีเมนต์ กว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร ปิดทับด้านบน โดยมี ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ พยานที่อยู่ในเหตุการณ์สังหารยืนยันกับตำรวจว่า ใต้ลานปูนเป็นหลุมฝังศพนายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี ต่อมาเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯได้เจาะปูนออกและขุดดินลึกลงไปประมาณ 80 ซม. พบศพนายวิชาญฝังไว้ใต้ปูนจริง ศพอยู่ในสภาพขึ้นอืด สวมเสื้อยืดคอกลมสีม่วง นุ่งกางเกงยีนส์ขายาวสีน้ำเงิน ชันสูตรเบื้องต้นมีบาดแผลถูกของมีคมฟันลำคอ ศีรษะ และใบหน้าเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง

คดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเย็นวันที่ 21 ต.ค. พ.ต.ท.ณัฐกานต์ วรรณพันธ์ สว. (สอบสวน) สภ.โนนสูง รับแจ้งจากนายเฉลิมพล พรหมมินทร์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 หมู่ 5 บ้านหนอง-โศกดาว ต.โนนสูง อ.เมืองอุดรธานี ว่านายวิชาญ พรหมมินทร์ อายุ 44 ปี พี่ชาย เป็นโสดไม่มีครอบครัว มีอาชีพเลี้ยงวัวประมาณ 30 ตัว ได้หายจากบ้านไปตั้งแต่เย็นวันศุกร์ที่ 20 ต.ค. พบเพียงรถ จยย.ของผู้ตายจอดทิ้งไว้ ปกติผู้ตายชอบดื่มเหล้าเป็นประจำ และเคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้าน เกรงว่าผู้ตายจะมีอันตราย หลังรับแจ้งตำรวจนำกำลังออกสืบสวนสอบสวนจนพบ ด.ช.ซี (นามสมมติ) อายุ 11 ขวบ อดีตสามเณรวัดศรีบุญเรือง ผู้เห็นเหตุการณ์สังหารนายวิชาญ

ด.ช.ซี พยานปากสำคัญเล่าให้ตำรวจฟังว่า ช่วงหัวค่ำวันที่ 20 ต.ค. ขณะที่พระสงกรานต์ สินไชย อายุ 41 ปี รองเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง นั่งดื่มเหล้าอยู่บนกุฏิกับนายเก่ง และนายหนุ่ม (นามสมมติ) อายุ 15 ปีเท่ากัน 2 ลูกศิษย์คนสนิท ส่วนตนขณะนั้นบวชเป็นสามเณร ได้นั่งเล่นเกมอยู่ภายในห้องบนกุฏิด้วย ต่อมานายวิชาญ ผู้ตายที่อยู่ในอาการมึนเมา เดินขึ้นมาบนกุฏิแล้วเอ่ยปากทวงค่าไก่ชนที่พระสงกรานต์ติดค้างไว้ ทำให้พระสงกรานต์ไม่พอใจไล่ผู้ตายลงไปจากกุฏิ แต่ผู้ตายไม่ยอมไปและยังพูดทวงเงินค่าไก่ชนอีก พระสงกรานต์โมโหปรี่เข้าชกผู้ตายล้มลง ก่อนสั่งให้ลูกศิษย์ทั้ง 2 คนช่วยกันรุมทำร้ายจนผู้ตายหมดสติ จากนั้นพระสงกรานต์สั่งให้นายหนุ่มไปเอาขวานในกุฏิมาให้ แล้วกระหน่ำฟันลำคอ ศีรษะ และใบหน้าผู้ตายหลายครั้งจนเลือดไหลทะลัก คาดว่าช่วงนั้นผู้ตายได้เสียชีวิตแล้ว

อดีตสามเณรเล่าต่อไปว่า จากนั้นพระสงกรานต์ สั่งให้นายเก่ง นายหนุ่ม และตน ไปขุดหลุมหลังวัด แล้วให้พวกตนช่วยกันหามศพไปใส่ในหลุมที่ขุดไว้ เมื่อนำศพลงหลุมแล้วพระสงกรานต์และตนได้ถอดจีวรเปื้อนเลือดทิ้งลงหลุมศพ ส่วนนายเอได้ถอดกางเกงขาสั้นทิ้งลงไปด้วย จากนั้นนำต้นกล้วยมาทับและกลบฝัง เสร็จแล้วกลับมาที่กุฏิ พระสงกรานต์สั่งให้พวกตนล้างคาบเลือดบนพื้นกุฏิให้หมด พร้อมขู่ว่าห้ามไปเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ใครฟัง ให้เก็บเป็นความลับ ถ้าไม่เชื่อจะฆ่าฝังดินเหมือนกับนายวิชาญ หลังสั่งงานเสร็จพระสงกรานต์เข้าไปนอนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอรุ่งเช้าหลังฉันอาหารเสร็จ ตนขออนุญาตพ่อแม่ลาสึก กลับไปอยู่บ้านเพราะกลัว กระทั่งมาทราบว่าญาติผู้ตายได้ไปแจ้งความคนหาย และตำรวจติดตามหา จึงมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง และพามาพบตำรวจ

พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จ.อุดรธานี เปิดเผยว่า หลังทราบว่านายวิชาญ ถูกพระสงกรานต์ฆ่าฝังดิน ตำรวจนำกำลังไปที่กุฏิพระสงกรานต์ ปรากฏว่าพระสงกรานต์ถอดจีวรหลบหนีไปกับนายหนุ่มตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จึงนำตัวนายเก่งที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวน ซึ่งให้การยืนยันเช่นเดียวกับ ด.ช.ซี และนำมาชี้จุดฝังศพ ทราบว่าหลังจากนำศพผู้ตายมาฝัง รุ่งเช้าวันที่ 21 ต.ค. พระสงกรานต์ได้สั่งซื้อหินลูกรัง 4 คันรถมาถมทับหลุมศพ และวันที่ 22 ต.ค. พระสงกรานต์ได้สั่งปูนซีเมนต์สำเร็จรูปมาเททับด้านบน โดยให้เหตุผลกับเจ้าอาวาสวัดว่าจะสร้างกุฏิใหม่ แต่พอรู้ว่าตำรวจตามหาตัวผู้ตาย พระสงกรานต์รีบหลบหนีไปกับนายหนุ่มทันที

พล.ต.ต.พีระพงศ์เผยต่อว่า จากการสืบสวนเชิงลึกทราบว่า พระสงกรานต์ หรือนายสงกรานต์ พื้นเพเป็นคนบ้านหนองแคน แต่พ่อแม่ย้ายครอบครัวไปอยู่บ้านโนนสะอาด ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เมื่อพ่อแม่เสียชีวิต นายสงกรานต์ได้บวชหน้าไฟและไม่สึกอีกเลยรวม 13 พรรษา ต่อมาเมื่อ 2 ปีก่อนเดินทางมาจำพรรษาที่วัดศรีบุญเรือง บ้านหนองแคน จนได้ตำแหน่งรองเจ้าอาวาส มีพฤติกรรมนำเด็กวัยรุ่นมามั่วสุมในกุฏิ ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ และเสพยาบ้า แต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาวุ่นวาย หรือว่ากล่าวตักเตือนเพราะเกรงกลัวอิทธิพล กระทั่งมาก่อเหตุฆ่าฝังดินดังกล่าว ขณะนี้ตำรวจกัน ด.ช.ซี ไว้เป็นพยาน ส่วนนายเก่ง และนายหนุ่ม ตั้งข้อหาลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ ขณะที่พระสงกรานต์ ตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพ อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานออกหมายจับกลุ่มคนร้ายทั้งหมดต่อไป

ต่อมาเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.ท.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกสืบสวนจนทราบว่า พระสงกรานต์ และนายหนุ่ม ได้โดยสารรถทัวร์จาก จ.อุดรธานี ไปลงที่พัทยา จ.ชลบุรี จึงประสานไปยังตำรวจสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ให้จับกุมพระสงกรานต์ และนายหนุ่ม ผู้ต้องหาฆ่านายวิชาญ ต่อมาตำรวจสืบสวน สภ.เมือง พัทยา แจ้งกลับมาว่า จับกุมพระสงกรานต์และนายหนุ่มไว้ได้แล้ว ขณะเดินสะพายกระเป๋าเดินทางลงจากรถทัวร์ บริเวณท่ารถ บขส. โดยพระสงกรานต์ไม่ได้สวมผ้าเหลืองแล้วและอยู่ในชุดฆราวาส คาดว่าแอบไปสึกมาก่อนหน้านี้ จากนั้นควบคุมตัวไปโรงพัก เพื่อรอให้ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับตัวกลับไปดำเนินคดีในท้องที่เกิดเหตุ