วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เตือน 6 จว. น้ำเพิ่ม25ซม.ท้ายเขื่อน

สั่ง‘พักงาน’ นายกอบต. วิวาท-ผญบ.

จ.เลย วิกฤติหนัก เจอฝนถล่มเกิดน้ำป่าทะลักท่วมพื้นที่ อ.วังสะพุง และ อ.ภูเรือ บ้านเรือนประชาชนบางจุดน้ำท่วมจมเกือบมิดหลังคาบ้าน ระดับน้ำสูง 3-4 เมตร รถยนต์หลายคันถูกกระแสน้ำไหลเชี่ยวพัดพาจมน้ำลอยไปไกลถึง 500 เมตร เสียหายยับ และยังมีที่หาไม่พบอีก ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท เร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง ด้านอธิบดีกรมชลประทานติดตั้งเรือและเครื่องผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำลงสู่ทะเล เตือนช่วงวันที่ 23-27 ต.ค. น้ำทะเลหนุนสูง จะทำให้ในระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.นนทบุรี ระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้น 20-25 ซม.

หลายจังหวัดยังไม่พ้นวิกฤติน้ำท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตรเสียหายหนัก เมื่อวันที่ 23 ต.ค.ที่ จ.เลย ฝนตกหนักเกิดน้ำป่าจากภูเอ ภูหลวง ภูแปลก ทะลักลงสู่ลำน้ำฮวย สมทบกับน้ำป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง เอ่อล้นฝายท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรบ้านน้ำจัน หมู่ 4 ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง บางจุดบ้านถูกน้ำท่วมจมเกือบมิดหลังคา ระดับน้ำสูง 3-4 เมตร และน้ำป่ายังพัดพารถเก๋ง 1 คัน กับรถกระบะ 2 คัน ของชาวบ้านจมหายไปกับกระแสน้ำ นอกจากนี้น้ำป่ายังไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนนับร้อยหลังในพื้นที่ ต.หนองงิ้ว รวม 5 หมู่บ้าน นาข้าวจมน้ำเสียหายกว่า 3 พันไร่ ถนนสายวังสะพุง-สานตม อ. ภูเรือ ถูกน้ำกัดเซาะขาดหลายจุดระดับน้ำสูง 1 ถึง 2 เมตร รถยนต์ไม่สามารถแล่นผ่านได้

น.ส.ฐานิยา ไชยยอด อายุ 20 ปี และนายอภิชาติ ถิ่นเขาชี อายุ 28 ปี ผู้เป็นสามี อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ 4 บ้านน้ำจันทร์ ต.หนองงิ้ว อ.วังสะพุง จ.เลย ที่บันทึกภาพรถเก๋งและกระบะที่จมหายไปในกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว ไปกองรวมกันห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เล่าว่า เมื่อช่วงตี 4 เกิดฝนตกหนักมีน้ำป่าจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง ไหลทะลักท่วมบ้านระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร รถกระบะและรถเก๋งของชาวบ้านถูกน้ำพัดพาไปกองรวมกัน หลังน้ำลดเห็นรถที่เสียหายหนัก 4 คัน เป็นเก๋ง 1 คัน กับกระบะ 3 คัน และรถยนต์ที่ยังหาไม่พบอีก ตนและสามีเข้าไปถ่ายภาพมาแชร์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว จนมีคนนำภาพไปแชร์เป็นจำนวนมาก

ที่ อ.ภูเรือ น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติภูเรือ ไหลบ่าจากยอดเขาลงสู่พื้นด้านล่าง ท่วมถนนสายภูเรือ-ด่านซ้าย บริเวณหน้าตลาดนัดภูเพชรทองเยื้องสำนักงานเทศบาลตำบลภูเรือ น้ำท่วมตลาดและถนนสูง 30 ซม. ทำให้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์สีบรอนซ์ ทะเบียน บพ 4705 มหาสารคาม ของพ่อค้าที่มาจอดขายของถูกกระแสน้ำพัดตกลงไปจมน้ำในลำห้วย ที่ อ.ด่านซ้าย ฝนตกหนักตลอดคืน ทำให้น้ำป่าจากภูอังลังลง ไหลทะลักท่วมบ้านเรือนประชาชนหมู่บ้านห้วยตาด ต.โคกงาม

ที่ จ.กาฬสินธุ์ ระดับน้ำในแม่น้ำชีเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นายไกรสร กองฉลาด ผวจ.กาฬสินธุ์ สั่งการเจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องนำกระสอบทรายจำนวน 50,000 ใบ ไปวางเสริมคันพนังกั้นน้ำตามจุดเสี่ยงที่ติดริมน้ำในพื้นที่ อ.กมลาไสย และ อ.ฆ้องชัย เพื่อรับมือมวลน้ำที่ระบายมาจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พร้อมกำชับให้จัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับสถานการณ์น้ำแม่น้ำชี บริเวณเขื่อนระบายน้ำวังยาง ต.ลำชี อ.ฆ้องชัย ระดับน้ำเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 140.58 เมตร (รทก.) ใกล้เคียงกับระดับน้ำที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ระดับอยู่ที่ 141.03 เมตร (รทก.)

ที่ จ.ศรีสะเกษ เขื่อนราษีไศล อ.ราษีไศล เร่งระบายน้ำออกโดยยกบานประตูระบายน้ำแขวนไว้ทั้ง 7 บาน ระบายน้ำออกวันละ 96 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้น้ำในลำน้ำมูลท้ายเขื่อนมีปริมาณมากเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนที่บริเวณสะพานข้ามลำน้ำมูล สะพาน 90 พรรษา สมเด็จย่า เป็นสะพานข้ามแม่น้ำมูลจากฝั่ง อ.เมืองศรีสะเกษ ไปฝั่ง อ.ยาง–ชุมน้อย ที่บ้านผักขะ ต.ลิ้นฟ้า อ.ยางชุมน้อย น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมนาข้าวของเกษตรกรในพื้นที่ อ.เมือง และ อ.ยางชุมน้อย เสียหายหลายร้อยไร่

ที่ จ.ขอนแก่น น้ำในลำน้ำพองเอ่อล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตรใน อ.น้ำพอง และ อ.เมืองขอนแก่น กว่า 10 หมู่บ้าน เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งทำคันดินกั้นน้ำและนำบิ๊กแบ็กปิดตามประตูระบายน้ำตลอดแนวคลอง ไม่ให้น้ำไหลเข้าเขตเมืองชั้นใน ที่บ้านหนองหิน ต.ศิลา อ.เมือง น้ำท่วมกระแสน้ำไหลเชี่ยวล้นข้ามถนนไหลลงสู่ลำห้วยพระคือ ทหารและเจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยขอนแก่น เขต 6 นำเรือท้องแบนออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย นางพิสมัย ดาร์ดเซล อายุ 40 ปี อยูู่บ้านเลขที่ 378 หมู่ 22 บ้านหนองหิน ต.ศิลา ถูกน้ำท่วมบ้านสูงกว่า 1 เมตร ได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ เปิดเผยว่า อยู่กับสามีชาวสวิตเซอร์แลนด์ และลูกสาววัย 5 ขวบ น้ำท่วมบ้านอย่างรวดเร็วและระดับน้ำสูงมาก ขณะเกิดเหตุน้ำท่วมบ้านสามีตกใจถึงกับช็อก ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

ที่ จ.มหาสารคาม นายอภิชาติ การเกษ หัวหน้าวนอุทยานโกสัมพี อ.โกสุมพิสัย เปิดเผยว่า น้ำที่ระบายมาจากเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เข้าท่วมอุทยานโกสัมพี พื้นที่จำนวน 125 ไร่ ลิงแสมขนสีเทา และลิงแสมขนสีทองที่อาศัยในวนอุทยานฯกว่า 800 ตัว ต้องอพยพมาอาศัยตามต้นไม้ กำแพงวัด และถนนด้านหน้าวนอุทยานฯ เนื้อที่ประมาณ 20 ไร่

ที่ จ.พิษณุโลก นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน สำนักงานชลประทานที่ 3 จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า การระบายน้ำลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ผ่านคลองเมมและคลองบางแก้ว ตั้งแต่ท้ายประตูระบายวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม ถึงประตูระบายน้ำบางแก้วเป็นไปอย่างล่าช้า บ้านเรือนประชาชนริมแม่น้ำยม ถูกน้ำท่วมสูง 1.50-2.50 เมตร ส่วนการผันน้ำเข้าทุ่งนาที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ตามแผนงานโครงการบางระกำโมเดล 60 พื้นที่กว่า 240,000 ไร่ ปริมาณน้ำที่อยู่ในคลองและในทุ่งนามีมากกว่า 550 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนระดับน้ำที่ประตูระบายน้ำบางแก้ว อ.บางระกำ อยู่ที่ระดับ 42.63 เมตร (รทก.) ล้นสปิลเวย์ สูง 2.93 ม. ได้บริหารจัดการน้ำเพื่อลด ผลกระทบทุกพื้นที่ สำหรับพื้นที่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ทางกรมชลประทาน ฝ่ายปกครอง และทหาร ได้เข้าไปช่วยเหลือติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เสริมคันดินและกระสอบทราย ป้องกันน้ำเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน

ที่ จ.เชียงราย ฝนตกหนักเกิดน้ำป่าไหลลงอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำช้าง ต.สถาน อ.เชียงของ และล้นสปิลเวย์ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 100 หลัง ที่บ้านเชียงคาน บ้านทุ่งงิ้ว บ้านทุ่งแฟน ต.สถาน บางจุดระดับน้ำสูงกว่า 50 ซม.ชาวบ้านต้องขนย้ายข้าวของหนีน้ำไว้ที่สูง ขณะเดียวกัน นายยศกร สุขสะอาด ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.เชียงของ ระดมเจ้าหน้าที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลสถาน เข้าไปช่วยประชาชนขนย้ายข้าวของและช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียงไปอยู่ในที่ปลอดภัย

ที่ จ.ชัยนาท ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา ระดับเหนือเขื่อนเพิ่มสูงขึ้น ส่วนปริมาณการระบายที่จุด C2 นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอยู่ที่ 3,054 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทางเขื่อนต้องเร่งระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มระดับการระบายที่ 2,607 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สำหรับสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนได้เอ่อล้นท่วมพื้นที่ อ.เมือง อ.วัดสิงห์ และ อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท บ้านเรือนถูกน้ำท่วมขังกว่า 700 หลัง ขณะที่โรงเรียนชุมชนวัดดักคะนน ต.ธรรมามูล อ.เมืองชัยนาท ถูกน้ำท่วมสูง 30-120 ซม. ทางโรงเรียนเลื่อนกำหนดเปิดภาคเรียนไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ที่ศูนย์ปฏิบัติธรรม และศูนย์อบรมเยาวชนชัยนาท อยู่บริเวณใกล้เคียงกับโรงเรียนชุมชนวัดดักคะนน ถูกน้ำท่วมพระเณรต้องใช้เรือสัญจร โดยขึงเชือกเพื่อใช้จับในการเดินทางเข้าออก และย้ายเณรออกไปอยู่ที่วัดอื่นเป็นการชั่วคราว

ที่ จ.อ่างทอง ฝนตกหนักตลอดคืน ทำให้น้ำท่วมขังบริเวณศูนย์ราชการ ในตัวเมืองอ่างทอง ระดับน้ำสูง 40-60 ซม. เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการสูบน้ำออกโดยเฉพาะบริเวณตลาดสดเทศบาล 2 สี่แยกไฟแดง โรงเรียนอนุบาลวัดอ่างทอง ที่พื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ที่ C7A หน้าศาลากลางจังหวัดระดับน้ำอยู่ที่ 8.75 เมตร เลยระดับวิกฤติคือ 8 เมตร สำหรับ จ.อ่างทอง มีผู้ประสบอุทกภัย 5 อำเภอ 5 ชุมชน 30 ตำบล 92 หมู่บ้าน 2,595 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรกรรมได้รับความเสียหายจำนวน 6,626 ไร่

ส่วนกรณีมีการเผยแพร่คลิปและภาพนิ่งของเฟซบุ๊ก Somyo Prasongsri เป็นภาพนาง กุลฟาลี เทพรักษ์ นายก อบต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง มีปากเสียงทะเลาะวิวาทกับนายสมคิด ประสงค์ศรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.บางชะนี อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา ที่มาตั้งเต็นท์บนถนนให้ผู้ประสบภัยน้ำท่วมพักอาศัยชั่วคราวบนถนนที่หมู่ 1 ต.โผงเผง และต่างฝ่ายแจ้งดำเนินคดีอ้างว่าถูกทำร้ายร่างกาย ล่าสุดนายวีร์รวุทธ์ ปุตระเศรณี ผวจ.อ่างทอง ได้เรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายมาหารือเพื่อหาทางออกที่ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอป่าโมก แต่นางกุลฟาลี ปฏิเสธทำให้ทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงเถียงกันวุ่นวาย นายวีร์รวุทธ์ จึงเชิญนางกุลฟาลี ออกจากห้องประชุม และมีคำสั่งให้นางกุลฟาลี ระงับการปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.โผงเผง ชั่วคราว และให้นายไพบูลย์ ศุภบุญ นอภ.ป่าโมก ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยให้ปลัด อบต.โผงเผง รักษาการนายก อบต.โผงเผง

ที่ จ.ฉะเชิงเทรา ฝนตกหนักเกิดน้ำป่าจากเขาอ่างฤาไนไหลหลากท่วมพื้นที่การเกษตรบ้านแปลงเสมา บ้านคลองตะเกียน บ้านท่าคาน และบ้านเขาตลาด ต.ท่าตะเกียบ อ.ท่าตะเกียบ ถนนลูกรังทางเข้าบ้านคลองตะเคียน น้ำกัดเซาะคอสะพานขาด เนื่องจากน้ำไหลแรงและระดับสูงถึงหน้าอก พื้นที่การเกษตรนาข้าวเสียหายจำนวนมาก เบื้องต้น น.ส.กมลชญา ประเสริฐสิน นอภ.ท่าตะเกียบ ได้รับรายงานเรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวข้องหาทางช่วยเหลือผู้ประสบภัยเร่งด่วน

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ อธิบดีกรม ชลประทาน เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์พบว่าในช่วงวันที่ 16-18 ต.ค. มีปริมาณฝนตกกระจายในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง จ.อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และกำแพงเพชร ส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้น ก่อนจะไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ที่ อ.เมืองนครสวรรค์ ทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย ประกอบกับในช่วงวันที่ 19-22 ต.ค. มีฝนตกกระจายต่อเนื่องในพื้นที่ภาคกลาง ตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาลงมา

ทั้งนี้ กรมชลประทานใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาชะลอน้ำไว้ โดยคงการระบายท้ายเขื่อนเจ้าพระยาด้วยอัตราเดิม 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที รวมทั้งตัดยอดปริมาณน้ำแบ่งรับน้ำเข้าพื้นที่ลุ่มต่ำทั้งสองฝั่งผ่านระบบชลประทานอย่างเต็มศักยภาพ แต่ระดับน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยายังสูงขึ้น ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ +17.44 เมตร (รทก.) ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดน้ำล้นคันกั้นน้ำบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขยายวงกว้างเกินกว่าจะควบคุมได้ จำเป็นต้องเพิ่มปริมาณน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาจากเดิม 2,600 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อีก 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะค่อยๆ ทยอยเพิ่มการระบาย ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. เวลา 13.00 น. จนถึงอัตรา 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากนั้นจะคงการระบายน้ำในอัตรานี้ต่อเนื่องไปอีก 1 สัปดาห์ หากไม่มีปริมาณฝนตกเพิ่มเติมจะเริ่มลดปริมาณการระบายลงตามลำดับ อย่างไรก็ตาม น้ำทะเลหนุนสูง ทำให้ในช่วงวันที่ 23-27 ต.ค. ระดับ น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ตั้งแต่ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี จะมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นราว 20-25 ซม.

อธิบดีกรมชลประทานกล่าวว่า กรมชลประทาน ได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ ติดตั้งในแม่น้ำท่าจีนบริเวณ จ.สมุทรสาคร จำนวน 55 ลำ ได้ดำเนินการติดตั้งแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องแล้ว 35 ลำ นอกจากนี้ ยังมีเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทานอีก 53 เครื่อง ติดตั้งในแม่น้ำท่าจีนบริเวณ จ.นครปฐม ช่วยเร่งระบายน้ำจากพื้นที่ฝั่งตะวันตกของลุ่มน้ำเจ้าพระยาออกสู่ทะเลให้เร็วขึ้น ควบคู่ไปกับการใช้ประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาในช่วงที่น้ำลง ได้วันละประมาณ 29 ล้านลูกบาศก์เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ในวันที่ 23 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 24-29 ต.ค. ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศเย็นลง และอุณหภูมิจะลดลง 2-5 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย