วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พสกนิกรทุกทิศเข้ากรุงรอร่วมพระราชพิธี หอบเสื้อผ้ามาเฝ้ารอบนอก (คลิป)

โรงแรมที่พักจองเต็มหมด ทุกฝ่ายอำนวยความสะดวก


พสกนิกรทั่วประเทศเริ่มเดินทางมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเป็นส่วนหนึ่ง ของประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของชาติ ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทุกหน่วยงานเตรียมอำนวยความสะดวกไว้พร้อมทั้งที่พัก อาหาร พาหนะในการเดินทาง ด้านบิ๊กตำรวจฮึ่มจัดหนักพวกปลอมเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีฯ รวมถึงพวกโก่งราคาขาย ขณะที่ กอร.พระราชพิธีฯ ย้ำขอความร่วมมือประชาชนอยู่ในอาการสำรวม ทั้งงดและห้ามนำสิ่งของมีสีสันเข้าร่วมงาน

นับถอยหลังวันสำคัญของปวงชนชาวไทยที่จะได้เข้ามาร่วมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เสด็จสู่สวรรคาลัย ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ณ พระเมรุมาศ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

แห่ถวายพวงมาลัยดอกดาวเรือง

ที่ท้องสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (กอร.พระราชพิธีฯ) ออกข่าวจะปิดการวางพวงมาลัยดอกไม้สดหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 บริเวณซุ้มริมกำแพงพระบรม มหาราชวัง ระหว่างประตูวิเศษไชยศรี กับประตูมณีนพรัตน์ ถนนหน้าพระลาน ในคืนวันที่ 23 ต.ค.ปรากฏว่าตลอดวันที่ 23 ต.ค. มีพสกนิกรจากทั่วทุกสารทิศ นำพวงมาลัยดอกดาวเรืองเข้ามากราบพระบรมฉายาลักษณ์ ในหลวง ร.9 อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ที่บริเวณประตูเทวาภิรมย์ ซึ่งสามารถมองเห็นพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ที่ประดิษฐานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช ก็มีประชาชนบางส่วนนำพวงมาลัยดอกดาวเรืองมาวางไว้ที่กำแพง พร้อมกับก้มลงกราบกับพื้นด้วยความจงรักภักดีและแสดงความอาลัยอีกด้วย

กอร.พระราชพิธีฯแถลงจุดส่ง ปชช.

ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์สื่อมวลชน หอประชุมใหญ่ ม.ธรรมศาสตร์ กองอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ (กอร.พระราชพิธีฯ) แถลงข่าวสรุปภาพรวมผลการปฏิบัติการซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ปัญหา อุปสรรค และแนวทางการปฏิบัติวันที่ 26 ตุลาคม 2560 โดย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผช.เลขานุการ กอร.พระราชพิธีฯ กล่าวว่า ในวันดังกล่าวจะปิดการจราจรอย่างเต็มรูปแบบ และจัดจุดรับส่งคนที่มาโดยรถสาธารณะไว้ 5 จุดได้แก่ สนามม้านางเลิ้ง หน้าบ้านมนังคศิลา แยกเมอร์รี่คิงส์ แยกอรุณอัมรินทร์ และแยกวิสุทธิกษัตริย์ จากนั้นต้องเดินเข้ามายังพื้นที่ชั้นใน ซึ่งระหว่างทางจะมีจุดอำนวยความสะดวกให้ประชาชน และคอยเฝ้าระวังมิจฉาชีพที่เข้ามาสร้างความปั่นป่วน ในส่วนของการเข้าแถวต่อคิวตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันที่ 25 ต.ค.ทั้ง 9 จุดคัดกรอง จะมีการประเมินจำนวนคน หากจุดคัดกรองใดมีคนเข้ามาใกล้เต็มพื้นที่แล้ว หากยังมีคนรอเข้าแถวหนาแน่นก็จะประชาสัมพันธ์ให้คนที่เหลือไปยังจุดคัดกรองอื่น หรือไปรวมตัวที่พระเมรุมาศจำลองแทน

ยังไม่ปิดการวางพวงมาลัย

พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการให้ประชาชนเข้ามาวางดอกไม้สักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช ยังไม่มีกำหนดปิด ซึ่งจะมีการ บริหารพื้นที่เพื่อไม่ให้ประชาชนมาปะปนในส่วนของประชาชนที่จะเข้ามาจับจองพื้นที่เข้าชมริ้วขบวน

เปิดเส้นทางเรือเพิ่มถึง 25 ต.ค.

ด้าน พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. กล่าวว่า ขณะที่การเดินทางทางน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมายังจุดคัดกรอง มีมติให้เปิดเส้นทางน้ำเพิ่มเติม ได้แก่ 1.ลงเรือข้ามฝากจากท่าเรือศิริราชไปยังสะพานพระปิ่นเกล้า 2.ลงเรือจากท่าเรือวัดอรุณ มายังท่าเรือราชินีและท่าเรือยอดพิมาน และ 3.เปิดท่าช้างสำหรับเรือด่วนเจ้าพระยา ตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค. ถึงเวลา 18.00 น. วันที่ 25 ต.ค.นี้

แนะไม่ควรมารถส่วนตัว

ขณะที่ พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในส่วนของการปิดการจราจร 18 เส้นทาง เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา พบว่าไม่มีปัญหา และในวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ปิดการจราจร 27 เส้นทาง ก็ยังไม่พบปัญหาเช่นเดียวกัน แต่พบการสัญจรเพิ่มขึ้นบริเวณปากคลองตลาดที่มีการจัดซุ้มดอกไม้ ซึ่งในวันที่ 26 ต.ค.นี้ จะปิดเส้นทางการจราจรระดับ 3 ใน 42 เส้นทาง จึงไม่ถือว่าเป็นผลกระทบ ทั้งนี้ ขอฝากไปยังประชาชนไม่ควรนำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในพื้นที่ เพราะเนื่องจากไม่มีที่จอดรถในบริเวณใกล้เคียง

งดใช้ซองใส่โทรศัพท์สีฉูดฉาด

ด้านนายพรพิทักษ์ แม้นศิริ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการประชาสัมพันธ์ กรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติของประชาชนและสื่อมวลชนในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพว่า ความเรียบร้อยของประชาชนในการซ้อมใหญ่ริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศเมื่อวันที่ 21 ต.ค. ภาพรวมประชาชนมีความเข้าใจในกฎระเบียบมากขึ้น แต่สิ่งที่พบคือ เคสหรือซองใส่โทรศัพท์มือถือของประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นสีฉูดฉาด เช่น สีชมพู สีแดง ฯลฯ ส่วนนี้ขอความร่วมมือประชาชนให้ถอดออก เพราะดูไม่เหมาะสม และแตกต่างจากประชาชนผู้อื่น ในส่วนของความเป็นระเบียบในการก้มกราบริ้วขบวนนั้น ยังไม่พร้อมเพรียงก็จะจัดเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม 50 คน ประจำตามอัฒจันทร์ให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่ เพื่อให้คำแนะนำและชี้แจงเรื่องการวางตัวและกริยาต่างๆ เช่น เวลาหุบร่ม เวลาก้มกราบ ฯลฯ รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ห้องสุขา จุดบริการพยาบาล ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนให้ความร่วมมือเจ้าหน้าที่ด้วย

ห้ามนำเลนส์ซูม–ไม้เซลฟี่เข้ามา

นายพรพิทักษ์กล่าวอีกว่า สำหรับไม้ถ่ายรูปเซลฟี่ และกล้องหรือเลนส์ชนิดซูมของประชาชน ไม่อนุญาต ให้นำเข้ามาในพื้นที่ เนื่องจากอาจก่อให้เกิดความ รำคาญ และรบกวนต่อบุคคลรอบข้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำจุดคัดกรองจะไม่รับฝากสิ่งของใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการภาพถ่ายระยะใกล้จะมีภาพส่วนกลางให้ประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ใน www.kingrama9.com โดยประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน 1441 ปัจจุบันพบว่ามีประชาชนใช้บริการวันละ 1,400-2,500 คน หรือแอพพลิเคชั่นไลน์ @hotline1441 ซึ่งมีสมาชิกแล้วกว่า 35,000 คน

ที่พักอาหารพร้อมรับคลื่นมหาชน

ส่วนนายเกรียงไกร จงเจริญ ผช.ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงภาพรวมผลการปฏิบัติการอำนวยความสะดวกและการดูแลประชาชนระหว่างวันที่ 25-29 ต.ค.ว่า กทม.จัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้บริการประชาชนตามพระเมรุมาศจำลองและซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ทั้งหมด 113 แห่ง รวมถึงตามวัดและโรงเรียนในพื้นที่ 50 เขต รวมมากกว่า 6.5 ล้านชุดต่อวัน คาดว่าจะเพียงพอต่อพสกนิกรที่จะเดินทางมาร่วมพระราชพิธี ในส่วนของรถสุขารวม 70 คัน และตู้สุขาเคลื่อนที่ 150 ตู้ จะกระจายอยู่รอบพื้นที่ โดยจะมีประชาชนจิตอาสาและเจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมดูแลความสะอาดอย่างต่อเนื่อง ในส่วนของสถานที่รองรับประชาชน กทม.ได้จัดเตรียมพื้นที่ในกรุงเทพฯ จำนวน 164 แห่ง สามารถรองรับประชาชนได้วันละ 27,210 คน ประกอบด้วย 1.อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชน กทม. ไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง วันละ 600 คน 2.ศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน วันละ 100 คน 3.บ้านอิ่มใจ บริเวณแยกแม้นศรี วันละ 60 คน 4.สถานที่พักสำหรับพระสงฆ์ 2 แห่ง ในพื้นที่ห้วยขวาง คือ โรงเรียนพระราม 9 กาญจนาภิเษกและวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก 5.ศูนย์กีฬาบางขุนเทียน สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 6.สถานศึกษาและวัดในพื้นที่กรุงเทพฯ 158 แห่ง รองรับได้วันละ 26,450 คน ทั้งนี้ ประชาชนที่ประสงค์เข้าพักสามารถติดต่อโดยตรง พร้อมนำบัตรประชาชนติดตัวมาด้วย และสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ www.prbangkok.com หรือสายด่วน กทม. โทร. 1555 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ กทม.ยังพร้อมอำนวยความสะดวกทุกคนที่เดินทางมาทั้งการให้บริการรถไฟฟ้าฟรีช่วงส่วนต่อขยาย เรือโดยสารของ กทม. รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) ดอกไม้จันทน์บริการประชาชนตามจุดรวม 13 ล้านดอก จอแอลซีดีและโทรทัศน์เพื่อถ่ายทอดสดจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย มาตรการความรักษาความปลอดภัยด้วยการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (ซีซีทีวี) เพิ่มเติม 1,177 ตัว และรอบพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 53,000 ตัวด้วย

กทม.เปิดอาคารกีฬาเวสน์รองรับ

นายกรณิศ บัวจันทร์ ผอ.ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง กทม. เปิดเผยถึงการ จัดเตรียมอาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เป็นสถานที่รับรองพักค้างและพักคอยแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ว่า อาคารดังกล่าวรองรับผู้พักค้างได้วันละ 600 คน กำหนดการเดิมคือให้เข้าพักได้ระหว่างวันที่ 25-26 ต.ค.2560 แต่เพื่ออำนวยความสะดวกประชาชนที่อาจจะเดินทางมาถึงก่อนวันที่กำหนดดังกล่าว สามารถเข้าพักได้ ผู้ที่จะพักค้างจะต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ด้วย

บ้านอิ่มใจให้พักวันต่อวัน

ด้านนางวิภารัตน์ ไชยานุกิจ ผอ.สำนักพัฒนาสังคม กทม. เปิดเผยว่า กทม.ได้เปิดบ้านอิ่มใจ บริเวณแยกแม้นศรี เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องการพักค้าง โดยเปิดให้เข้าพักได้ทุกวันตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป แต่เป็นแบบเข้าพักวันต่อวัน กำหนดเวลาเข้าพักตั้งแต่ 15.00 น. และให้ออก 09.00 น. โดยแบ่งห้องพักแยกชาย-หญิง รองรับได้ประมาณ 70 คน แบ่งเป็นผู้หญิงรับได้ประมาณ 40 คนและผู้ชายรับได้ประมาณ 30 คน ทั้งนี้ผู้ที่จะมาติดต่อขอพักค้างจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชนทุกคน

ใช้วัด-ร.ร.กทม.เป็นที่พักคอย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากศูนย์ เยาวชน กทม. และบ้านอิ่มใจ ที่ กทม.ได้จัดเตรียมเพื่อรองรับประชาชนที่มาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพแล้ว กทม.ได้ประสานวัดและโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อจัดเป็นสถานที่รับรองพัก ค้างและพักคอยแก่ประชาชนที่รวม 158 แห่ง ในพื้นที่ 35 เขต สามารถรองรับประชาชนได้ 27,210 คน/วัน โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าพักได้ระหว่างวันที่ 25 -26 ต.ค.2560 อาทิ โรงเรียนวัดเบญจมบพิตร วัดราชาธิวาส โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร วัดปทุมคงคา วัดสัมพันธวงศ์ โรงเรียนวัดชัยชนะสงคราม วัดภาณุรังสี วัดอาวุธวิกสิตาราม โรงเรียนวัดเจ้าอาม โรงเรียนวัดศรีสุดาราม โรงเรียนวัดสุวรรณางคีรี

จอดรถได้ที่ ขส.-ดอนเมือง-ทช.

ในส่วนของสถานที่จอดรถฟรีนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกรมการขนส่งทางบก เขตจตุจักร ที่เปิดพื้นที่ให้คนที่จะมาถวายดอกไม้จันทน์ที่สวน จตุจักร และซุ้มถวายดอกไม้จันทน์ขนาดเล็ก ที่วัดไผ่ตัน เข้าจอดภายในกรมฯ ได้กว่า 1,500 คัน และยังมีบริการรถรับส่งไปยังจุดทั้งสองแล้วยังมีจุดบริการจอดรถฟรี อาทิ ในสนามบินดอนเมืองตั้งแต่วันที่ 23 ต.ค.-31 ต.ค. ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น. ยกเว้นวันที่ 26 ต.ค.สนามบินดอนเมือง เริ่มให้บริการรถรับ-ส่ง ประชาชนที่จะเดินทางไปเข้าร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เส้นทางสนามบินดอนเมือง- สนามม้านางเลิ้ง โดยไม่คิดค่าบริการ ตั้งแต่เวลา 08.00-24.00 น. นอกจากนี้ ในระหว่างเวลา 07.30-24.00 น. ยังมีรถรับ-ส่งประชาชนร่วมถวายดอกไม้จันทน์เส้นทาง สนามบินดอนเมือง-พระเมรุมาศจำลอง สนามกีฬากองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) เช่นเดียวกับ กรมทางหลวงชนบท (ทช.) เตรียมพร้อมพื้นที่จุดจอดรถให้ประชาชน ณ บริเวณจุดตัดถนนกัลปพฤกษ์-ราชพฤกษ์ (ฝั่งทิศเหนือและฝั่งทิศใต้) โดยมีรถจาก ขสมก.รับส่งจากจุดจอดรถไปยังสถานี BTS วุฒากาศ ซึ่งใช้เวลาเดินทางมาที่จุดจอดรถฯ ประมาณ 10 นาที

ห้างย่านสยามพร้อมใจเปิดที่จอดรถ

สำหรับภาคเอกชนห้างร้านที่มีพื้นที่จอดรถได้เป็นจำนวนมากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่างทยอยแจ้งเปิดให้บริการที่จอดรถฟรี สำหรับผู้ที่จะเดินทางเข้ามาถวายดอกไม้จันทน์ตามจุดพระเมรุมาศจำลอง และซุ้มวางดอกไม้จันทน์ทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และกลุ่มธุรกิจสยามสแควร์ พร้อมอำนวยความสะดวกในการจอดรถฟรีให้แก่ประชาชนที่จะเดินทางเข้ามาถวายดอกไม้จันทน์ในบริเวณใกล้เคียง ในวันที่ 26 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 27 ต.ค. ณ พื้นที่จอดรถ ดังต่อไปนี้ 1.อาคารจอดรถสยามพารากอน 2.อาคารจอดรถสยาม (ด้านหลังสยามเซ็นเตอร์) 3.อาคารจอดรถศูนย์การค้าเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ 4.อาคารสยามกิตติ์ 5.อาคารจอดรถศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน 6.อาคารวิทย์กิตต์ (อาคารศูนย์หนังสือจุฬา) 7.ลานจอดรถในบริเวณสยามสแควร์

ฮึ่มพวกเก็งกำไรขายเหรียญที่ระลึกฯ

ส่วนกรณีมีการพบมีการนำเข็มที่ระลึกงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่เปิดจำหน่ายวันแรกเมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา ไปขายเก็งกำไรในราคาแพงกว่าราคาจริงคือ 300 บาทนั้น นางพัชราภรณ์ อินทรียงค์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังเลขาธิการสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการและมีมาตรการออกมาจัดการ เพราะเจตนากระทำความผิด นำของราชการที่จำหน่ายเพื่อเป็นการกุศลไปจำหน่ายเอากำไร สคบ.มีระเบียบนี้อยู่แล้ว และพบว่ามีการโพสต์จำหน่ายเข็มผ่านทางเฟซบุ๊ก โก่งราคาจำหน่ายถึงเข็มละ 1,000 บาท ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบแล้ว และสั่งให้เร่งชี้แจงความเข้าใจให้กับประชาชนในการจำหน่าย โดยพร้อมจำหน่ายให้กับประชาชนในช่วงต้นเดือน พ.ย. และทางสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีจะหารือ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายพิธีการงานพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ ดูแลในเรื่องของเข็มที่ระลึกว่าจะแก้ปัญหาพวกฉวยโอกาสค้ากำไรอย่างไร และเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกันประณาม โดยไม่ซื้อจากกลุ่มคนเหล่านี้ พร้อมทั้งให้มีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป รวมถึงขอเตือนถึงใครที่คิดจะปลอมแปลงเข็มมาจำหน่ายด้วยว่า มีความผิดร้ายแรง เนื่องจากแบบของเข็มเป็นแบบที่ได้รับพระราชทาน

ตร.เข่าพองภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงาน

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ในงานพระราชพิธีพระบรมศพ ให้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความเสียสละ ไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ด้าน ร.ต.อ.กัมปนาท จันทร์ศรีบุตร รองสารวัตร นิติการ บก.อก.สกบ. กล่าวถึงกรณีที่เป็นกระแสชื่นชมในโซเชียลมีเดีย ที่ปรากฏภาพตัวเองก้มกราบในการซักซ้อมงานพระราชพิธีพระบรมศพ เมื่อวันที่ 21 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้หัวเข่าเป็นแผลพุพองว่า รู้สึกภาคภูมิใจ เป็นเกียรติยศอันสูงสุด ที่ได้ร่วมในงานพระราชพิธีในครั้งนี้ โดยตนเองได้สมัครใจอาสาเข้าร่วมในงานพระราชพิธี ซึ่งแท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ด้วยสมัครใจ ส่วนอาการบาดเจ็บที่ได้รับจากการซักซ้อมนั้น ไม่รู้สึกเจ็บปวด มีแต่ความภาคภูมิใจ

รถไฟเชียงใหม่มุ่งหน้าเข้ากรุง

สำหรับบรรยากาศในส่วนภูมิภาค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามสถานีขนส่ง สถานีรถไฟ เริ่มพบเห็นคนหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้ามาขึ้นรถเดินทางเข้ากรุงเทพฯ โดยที่สถานีรถไฟเชียงใหม่ ประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ทยอยเดินทางไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวง รัชกาลที่ 9 ณ พระเมรุมาศ ท้องสนามหลวง กทม. หลังจากที่ ทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดให้มีเดินขบวนพิเศษชนิดที่นั่งชั้นสามธรรมดา 10 โบกี้ บริการรับส่งผู้โดยสารจากกรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ โดยไม่คิดค่าโดยสาร (บริการรถไฟฟรี) สำหรับเวลาและกำหนดการเดินรถ เพื่อเข้าร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วย ขบวนพิเศษเชียงใหม่ไปกรุงเทพฯ ขบวนรถพิเศษ 964 วันที่ 23, 24, 27 และ 29 ต.ค. ออกเดินทางจากเชียงใหม่ เวลา 16.00 น. ถึงกรุงเทพฯวันรุ่งขึ้น เวลา 07.00 น. และขบวนรถพิเศษ เที่ยวขึ้นจากกรุงเทพฯกลับเชียงใหม่ ขบวนรถพิเศษ 963 วันที่ 23, 24, 27 และ 29 ต.ค. ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 16.00 น. ถึงเชียงใหม่วันรุ่งขึ้น เวลา 06.50 น.

รถไฟหาดใหญ่มาเต็ม 10 โบกี้

เช่นเดียวกับทางใต้ เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ จ.สงขลา นายเกษตรศักดิ์ หลงสมัน หัวหน้ากองจัดการเดินรถเขต 5 พร้อมเจ้าหน้าที่รถไฟและตำรวจรถไฟ ได้ร่วมกันปล่อยรถไฟขบวนพิเศษช่วยการโดยสารร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ กรุงเทพฯ-หาดใหญ่-กรุงเทพฯ เที่ยวปฐมฤกษ์ ซึ่งออกจากสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ในเวลา 13.10 น. จำนวน 10 ตู้โดยสาร และมีผู้โดยสารเดินทางค่อนข้างหนาแน่น พร้อมกับมีการแจกธงชาติไทยให้กับผู้โดยสารโบกสะบัดขณะที่รถไฟเคลื่อนออกจากสถานีเพื่อเทิดพระเกียรติและแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างหาที่สุดมิได้ โดยขบวนรถไฟฟรีสายใต้ ทางการรถไฟได้เพิ่มเป็น 2 ขบวนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค.นี้ โดยขาขึ้นกรุงเทพฯ วันที่ 23, 25, 28 และ 30 ต.ค. ส่วนขาลงจากกรุงเทพฯ วันที่ 22, 24, 27 และ 29 ต.ค. ทั้งนี้ นางสมัย ไวยนันท์ อายุ 60 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ หนึ่งในผู้โดยสารที่เดินทางกับรถไฟขบวนนี้กล่าวว่า เดินทางกับเพื่อน 2 คน ตั้งใจจะไปร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ แม้ว่าไม่ต้องการจะให้มีวันนี้ก็ตาม เพราะพระองค์ท่านยังอยู่ในใจเสมอ และก่อนหน้านี้เคยเดินทางขึ้นไปกราบสักการะพระบรมศพมาแล้วถึง 10 ครั้ง

คาดคนเข้ามาจนทะลักกรุง

ด้านนายณัฐวุฒิ อ่อนน้อม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารการเดินรถ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า ประชาชนต่างจังหวัดเริ่มทยอยเดินทางมาร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพแล้ว คาดว่าในวันที่ 24-26 ต.ค.นี้ จะมีจำนวนมากขึ้นเท่ากับช่วงเทศกาล และ บขส.เปิดให้รถไม่ประจำทางลงทะเบียนช่วยในการเดินรถเสริมในช่วงนี้ โดยเฉพาะขากลับออกจากกรุงเทพฯในวันที่ 26-27 ต.ค.นี้ ดังนั้น ตั้งแต่วันที่ 24-28 ต.ค. เตรียมรถไว้บริการรองรับประชาชนจากเดิมมีรถวิ่ง 3,000 เที่ยวต่อวัน เพิ่มเป็น 5,000 เที่ยวต่อวัน รองรับประชาชนได้วันละ 1.2 แสนคน

เริ่มแทงหยวกตีห้าวันที่ 25

ต่อมาช่วงเย็น ที่โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ในพระบรมมหาราชวัง ทีมช่างแทงหยวก ที่ประกอบไปด้วยทีมช่างราชสำนัก ช่างฝีมือตัวแทนจาก 4 ภาค รวม 38 คน ศิษย์เก่าโรงเรียนวิทยาลัย– ในวังชาย 30 คน เริ่มเตรียมงานแทงหยวกตามแบบดั้งเดิมของราชสำนักที่ใช้เฉพาะงานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ จำนวน 5 แบบ และ 1 แบบประยุกต์ที่คิดขึ้นใหม่เป็นลายเลข 9 ไทย ประกอบเป็นชุดเครื่องสดประดับพระจิตกาธานบนพระเมรุมาศ ตามกำหนดการในวันที่ 25 ต.ค. เวลา 05.00 น. ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแบ่งงานให้ช่างฝีมือแต่ละส่วนไปรับผิดชอบ ประกอบด้วย ชั้นล่างเรือนไฟ และชั้น รัดเอวของพระจิตกาธาน เป็นงานของสกุลช่างสงขลา ร่วมกับทีมช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง เป็นลายกลีบบัวจงกล 5 ชั้น ลายเสาเล็กชั้นเรือนไฟ ซึ่งเป็นลายใหม่ เป็นรูปเลขเก้าไทย นายกฤษณะ เฟื่องฟู ช่างศิลปกรรม สำนักพระราชวัง ผู้ออกแบบรับหน้าที่ เป็นผู้จัดทำ ขณะที่ชั้นรัดเกล้า ซึ่งเป็นลายกระจังเฟื่อง ทีมช่างแทงหยวกฝั่งธนบุรี วัดอัปสรสวรรค์ เป็นผู้รับผิดชอบ ร่วมกับช่างกองศิลปกรรม เช่นเดียวกับ ชั้นเรือนยอด ทีมช่างสกุลเพชรบุรี เป็นผู้รับผิดชอบ มุมพระจิตกาธาน นายช่างสกุลอุบล และมหาสารคาม รับแทงหยวก ลายกระจังทิศ กระจังเจิม

ชาวอุบลฯ–ยโสฯถวายมะละกอดิบ

นายบุญชัย ทองเจริญบัวงาม นักจัดการในพระองค์ชำนาญการ กองศิลปกรรม สำนักพระราชวัง กล่าวว่า ตั้งแต่เช้า ทีมช่างเริ่มฝึกมือเพื่อเตรียมการ และดูต้นกล้วยที่จะใช้แทงหยวก ขณะที่นายช่างสำนักพระราชวังได้ตระเตรียมเต็นท์ ติดหลอดไฟ ไว้ให้พร้อม สำหรับการปฏิบัติงานในช่วงกลางคืน ส่วนที่ซับซ้อนที่สุดคือการแทงหยวกประดับชั้นรัดเกล้า และชั้นรัดเอว ด้วยลายกระจังเฟื่อง ขณะเดียวกัน การพิมพ์ลายถมกดด้วยแบบทองเหลืองบนมะละกอดิบ นั้น ล่าสุดได้รับการอนุเคราะห์จากชาวบ้านจาก จ.อุบลราชธานีและยโสธร น้อมเกล้าถวายมะละกอดิบเพื่อใช้ 500 กก. ขณะนี้อยู่ระหว่างการปอกมะละกอ และจะเริ่มกดพิมพ์ลายถม เพราะต้องใช้จำนวนมาก นับพันดอก

ทีมผู้แสดงซ้อมมหรสพ

ขณะที่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศเหนือมีการซ้อมการแสดงมหรสพสมโภชพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในพื้นที่จริงในเวทีที่ 1 โขนพระราชทานเรื่องรามเกียรติ์ ตอน รามาวตาร นางสีดาหายและพระรามได้พล ขับพิเภก โดยใช้ผู้แสดง 300 คน และเวทีที่ 3 การแสดงบัลเลต์ เรื่อง มโนราห์ โดยนายประเมษฐ์ บุณยะชัย ผู้ออกแบบและจัดทำบทโขนพระราชทานในพระราชพิธีถวายพระเพลิง พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช กล่าวว่า เป็นครั้งแรกที่คณะโขนพระราชทาน เข้าฝึกซ้อมในเวทีจริงตามลำดับขั้นตอน โดยช่วงแรก มีการกำหนดจุดตัวละครที่จะใช้ในการแสดงจริง รวมถึงกำหนดทิศทางการชักรอกสลิงประกอบฉากและทดสอบเทคนิคมัลติวิชั่น โดยจะซ้อมให้เข้าที่มากที่สุด หลังจากนั้นจะดำเนินเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ มีการกำหนดตำแหน่งฉากประกอบทุกฉากเข้าเสมือนจริง ส่วนสีบนจอแอลอีดีซึ่งออกแบบไว้แล้ว หากมี การปรับแสงให้เหมาะสมกับตัวผู้แสดง ฝ่ายเทคนิคจะปรับเปลี่ยนให้มีความสมบูรณ์ที่สุดก่อนจะมีการซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้ายช่วงเย็นของวันที่ 24 ต.ค.นี้

ทยอยหอบเสื้อผ้ามาปักหลักรอ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่ช่วงเย็นเป็น ต้นมา ตามจุดคัดกรองต่างๆ รอบพื้นที่สนามหลวง เริ่มมีประชาชนเดินทางเข้ามาปักหลักรอจับจองพื้นที่ โดยที่บริเวณด้านศาลพระแม่ธรณีบีบมวยผม พบคนหอบกระเป๋าเสื้อผ้าเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณทางเท้าถนนราชินี ฝั่งตรงข้ามโรงแรมรัตนโกสินทร์ โดยนำเอาแผ่นพลาสติกมาปูรองนั่งยาวไปจนถึงบริเวณด้านหลังกระทรวงกลาโหมและสวนสราญรมย์ เพื่อรอเข้าร่วมพระราชพิธีถวาย พระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ในวันที่ 26 ต.ค.นี้ เช่นเดียวกับโรงแรมและที่พักในย่านรอบเกาะรัตนโกสินทร์ และบริเวณใกล้เคียง ย่านถนนข้าวสาร ถนนพระสุเมรุ ถนนราชดำเนิน ถนนพระอาทิตย์ ถนนหลานหลวง ปรากฏว่าทุกแห่งล้วนห้องพักถูกจับจองจนเต็มหมดระหว่างวันที่ 23-31 ต.ค. และจะเริ่มมีห้องพักว่างกันอีกที ในช่วงเดือน พ.ย.เป็นต้นไป ซึ่งจากการสอบถาม น.ส.อติพร สิมศิริวงศ์ อายุ 46 ปี อาชีพรับจ้าง ยืนยันว่าตั้งใจมากที่จะเข้ามาชมริ้วขบวน แม้ว่าจะเป็นคนกรุงเทพฯและบ้านอยู่ในย่านบางกอกน้อย แต่หากไม่ได้เข้าร่วมพระราชพิธีสำคัญในครั้งนี้ จะต้องรู้สึกเสียใจไปชั่วชีวิตที่มาแล้วไม่สามารถเข้าไปภายในได้ จึงต้องเข้ามาจับจองพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้ได้เข้าไปในสนามหลวงเป็นกลุ่มแรกๆ แม้ว่าจะต้องรอเป็นเวลานานและไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะออก จะต้องเข้าไปชมให้ได้แน่นอน

ภูมิใจเป็นพสกนิกรของในหลวง ร.9

เช่นเดียวกับ นางมณีรัตน์ เลาวเลิศ อายุ 60 ปี เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร กล่าวว่าต้องมาน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย การมาครั้งนี้แม้ว่าจะต้องใช้เวลานานมากและต้องอดทนกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและฝนตก ตนก็จะไม่หนีไปไหน เพราะพระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยมากกว่าพวกเราหลายเท่า ส่วนตัวรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เกิดมาเป็นพสกนิกรของพระองค์ท่าน พอเข้ามาอยู่ในพื้นที่แล้วได้พบปะผู้คนที่มีใจดวงเดียวกันคือรักและเทิดทูนพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ได้รู้จักกันเกิดมิตรภาพใหม่ๆ มีอะไรไม่ว่าอาหาร น้ำดื่ม หรือแม้กระทั่งหากเจ็บไข้ได้ป่วย เราก็แบ่งปันกัน ช่วยเหลือกัน เพราะพวกเรามีพ่อองค์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม จะต้องเข้าร่วมส่งเสด็จในพระราชพิธีนี้ให้ได้

เจ้าชายบาห์เรนทรงร่วมพระราชพิธีฯ

ช่วงค่ำวันเดียวกัน น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงรายพระนามพระราชวงศ์ที่เสด็จฯร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถ บพิตร ว่า สถานะ ณ วันที่ 23 ต.ค. มีรายพระนามเพิ่มเติมที่เสด็จฯร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯเป็นประเทศที่ 33 คือ เจ้าชายคอลิฟะห์ บิน ซัลมาน อัล คอลิฟะห์ นายกรัฐมนตรี แห่งราชอาณาจักรบาห์เรน