วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ความหมายของรอยเท้าพ่อ.. 1 ปีผ่าน เหตุการณ์สุดเศร้าในร้านซ่อมฉลองพระบาท

“เคยมีประชาชนจากทางภาคเหนือ อีสาน ใต้ มาที่ร้าน เพื่อนำพวงมาลัยมากราบรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขาบอกว่า เข้าไม่ถึงพระองค์เลยมาขอกราบตรงนี้แทน ขณะที่ บางคนไม่รู้ เดินผ่านร้านไปแล้ว เดินย้อนกลับมาใหม่ ถามว่า ที่อยู่ในตู้กระจกนั่นเป็นรองเท้าของใคร เราบอกว่า เป็นฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จู่ๆ เขาก็ร้องไห้เลย เราก็ตกใจ แล้วเขาก็ขอกราบและถ่ายรูปเก็บไว้” ศรไกร แน่นศรีนิล หรือ ช่างไก่ เจ้าของร้าน ก.เปรมศิลป์ ผู้ถวายงานซ่อมฉลองพระบาทมานานกว่า 10 ปี เล่าถึงเหตุการณ์หลังจากที่ในหลวง ร.9 เสด็จสวรรคต...

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสนั่งสนทนากับนายช่างนอกราชสำนัก ที่มักบอกอยู่เสมอว่า เขามีวันนี้ได้ เพราะพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช..

ย้อนวันวาน พระบารมีแผ่ไพศาลมายังร้าน ก.เปรมศิลป์

ช่างไก่ ในวัย 70 ย้อนเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นที่ทำให้อดีตลูกชาวนาอย่างเขา ได้ลืมตาอ้าปากจากกิจการซ่อม-ตัดรองเท้าที่ย่ำแย่ดิ่งเหว สู่ความพออยู่พอกินและมีความสุขดั่งเช่นทุกวันนี้ว่า...

“วันนั้น ช่วงปลายปี 2545 ช่วงประมาณ 9 โมงกว่าๆ มีรถตู้มาจอดอยู่หน้าร้าน มีคนเปิดประตูให้ ส่วนอีกคนประคองถุงผ้าลายสกอตเดินตรงเข้ามาในร้านและนำถุงผ้าวางไว้บนโต๊ะก่อนก้มลงกราบ เราเห็นก็แปลกใจ ว่า ทำไมอยู่ๆ ก้มลงกราบ ปากก็พูดว่า

“ไม่รู้จะซ่อมได้หรือเปล่า”
“เอาอะไรมาให้ผมครับ”
“ฉลองพระบาทขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”

เราฟังก็พินิจดูแล้วเหมือนจะเข้าเค้า แต่ก็ถามย้ำไปอีกทีเพื่อความแน่ใจก็ได้รับคำตอบเช่นเดิม ผมก็รู้สึกขนลุก คิดในใจตอนนั้นกิจการร้านเรากำลังย่ำแย่อยู่ วันนี้เราจะรอดแล้ว มีรองเท้าเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินเข้ามาในร้าน”

“ซ่อมได้ครับ ซ่อมได้ แต่นานหน่อยนะ” ตอบทั้งที่ยังไม่ได้เปิดดูในถุงผ้านั้นเลยด้วยซ้ำว่าเป็นอย่างไร
“นานประมาณไหน” เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังก็ถามกลับ
“เกือบเดือนครับ”

หลังจากเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังกลับไป ก็คิดว่าจะไปวางเหมือนรองเท้าประชาชนธรรมดาไม่ได้ เราต้องทำให้ดีที่สุด ก็เลยให้ลูกน้องที่ร้านไปซื้อพานกับผ้าสีทอง เพื่อนำฉลองพระบาทมาวางบนชั้นสูงที่สุด” ช่างไก่เล่าไปยิ้มไป

‘จำได้ไหมว่า ฉลองพระบาทคู่แรกที่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำมาให้ซ่อมมีลักษณะเป็นอย่างไร?’ ผู้สื่อข่าวย้อนถามด้วยความสงสัย

ช่างไก่ ตอบทันควันเพราะจำได้อย่างแม่นยำ “ลักษณะฉลองพระบาทคู่แรกนั้น ไม่ใช่เก่า หรือชำรุดธรรมดา แต่เรียกได้ว่า ผุพังเลย พื้นฉลองพระบาทด้านในรอบๆ หลุดออกมาแล้ว แต่พระองค์ท่านยังมีรับสั่งให้ซ่อมอยู่ เราก็ไม่เข้าใจ แต่เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง บอกว่า ท่านโปรดฉลองพระบาทคู่นี้มาก ทรงใส่ไปทรงดนตรีตลอด ถ้าเป็นของคนอื่นช่างไก่คงไม่ซ่อมแต่แนะนำให้ซื้อใหม่ดีกว่า” ชายวัย 70 เล่าถึงสภาพฉลองพระบาทคู่นั้น

“แต่คู่ที่ดูแล้วไม่น่าจะซ่อมได้หรือชำรุดมากที่สุดเห็นจะเป็นคู่ที่ 4 เพราะมีรอยพระบาทอยู่ข้างในด้วย สภาพเก่ามาก เละมาก ขาดหลุดลุ่ย ยากเกินที่จะซ่อม หมดสภาพรองเท้าที่จะใช้แล้ว เหลือตะปูกับแผ่นรองแค่นั้น ก็เลยเก็บรอยพระบาทเอาไว้ จนซ่อมเสร็จเหมือนเดิม ซึ่งคู่นี้พระองค์ทรงใส่ฉลองยศนายพลด้วย” ช่างไก่พูดจบ พลางผายมือไปที่แผ่นรองพระบาทที่ถูกวางไว้บนพานที่อยู่ในตู้กระจกด้านหลัง

ช่างไก่ ยังบอกอีกว่า ทุกครั้งที่มีถ่ายทอดสดพระราชพิธีต่างๆ หรือมีข่าวของในหลวง รัชกาลที่ 9 ก็จะนั่งเฝ้ารออยู่หน้าจอโทรทัศน์ เพื่อดูว่าพระองค์ทรงใส่ฉลองพระบาทที่เป็นคนทำหรือไม่ พอเห็นก็ดีใจจนร้องไห้เลยว่า พระองค์ทรงใช้ฉลองพระบาทที่ได้ซ่อมถวายจริงๆ

ความหมายของรอยเท้าพ่อ...ต้นแบบแห่งการพอเพียง และทรงงานหนัก

นอกจากนี้ สิ่งที่ช่างไก่ได้เรียนรู้จากการซ่อมฉลองพระบาทถวาย คือ การที่ในหลวงทรงงานหนักมาก ดูจากฉลองพระบาทที่ผ่านการเสด็จพระราชดำเนินทุกแห่งหนในประเทศไทย กระทั่งรอยพระบาทของพระองค์ท่านที่ติดอยู่กับแผ่นรองพระบาทอย่างชัดเจน ขนาดของคนทั่วไปแทบจะไม่มีร่องรอยติด

ที่สำคัญที่สุด พระองค์ทรง ‘พอเพียง’ ทรงเล็งเห็นว่ารองเท้าชำรุดสามารถซ่อมได้ ไม่ต้องซื้อคู่ใหม่ให้เปลืองเงิน และไม่จำเป็นต้องมีรองเท้ามากมาย เพราะสุดท้ายก็ใส่ได้แค่คู่เดียว...

สำหรับ ก.เปรมศิลป์ ได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทมาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี โดยซ่อมฉลองพระบาทมาแล้ว 5-6 คู่ และตัดฉลองพระบาทคู่ใหม่ 15 คู่ และมีความตั้งใจว่าจะจัดถวายเพิ่มอีก 4 คู่ เพื่อให้ครบ 19 คู่ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตเสียก่อน...

“ผมคิดว่าพระองค์ท่านคงจะสวมรองเท้าที่ดีที่สุด รองเท้าที่หรูหรา รองเท้าที่มีราคาแพง ให้สมฐานะกษัตริย์ แต่ไม่ใช่เลย ฉลองพระบาทของพระองค์เป็นรองเท้าหนังธรรมดา ราคาหลักพันบาทเท่านั้น หากพระองค์ประสงค์รองเท้าที่ดีย่อมมีคนจัดถวายแน่นอน มีคนเคยเล่าว่า จะตัดฉลองพระบาทถวาย แต่พระองค์มีรับสั่งว่า ‘มีร้านประจำอยู่แล้ว’ ทรงเลือกใช้ของที่มี ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือหรูหรา อะไรที่ซ่อมได้พระองค์จะมีรับสั่งให้ซ่อม นี่คือคำว่า ‘พอเพียง’ ที่แท้จริง ที่ผมได้เรียนรู้จากพระองค์ท่านครับ”

แม้ไม่เคยเข้าเฝ้าฯ...แต่นี่แหละ คือ ถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาท

'ช่างไก่ เคยมีโอกาสเข้าเฝ้าฯ หรือไปรับเสด็จบ้างไหม?' ผู้สื่อข่าวถาม

“ตัวผมเองไม่เคยเข้าเฝ้าฯ เลยครับ ไม่กล้าไปรบกวนเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ เพราะทรงมีพระภารกิจเยอะ เวลาเราตัดฉลองพระบาทคู่ใหม่ถวายก็จะฝากข้าราชบริพาร หรือเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังไปถวายพระองค์ท่าน ผมว่านี่แหละเป็นการถวายงานใต้เบื้องพระยุคลบาทของจริง และมีรอยพระบาทอยู่ใกล้ๆ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในโลกอยู่ในร้านเรา แค่นี้ก็อบอุ่นและมีความสุขที่สุดแล้วครับ” พูดจบช่างไก่หันไปมองรอยพระบาทในตู้กระจก

1 ปีผ่านพ้น เผย เหตุการณ์สุดเศร้าในร้านซ่อมฉลองพระบาท

นับตั้งแต่ฉลองพระบาทคู่นั้นก็ทำให้กิจการร้าน ก.เปรมศิลป์ดีขึ้นอย่างถนัดตา มีผู้คนหลั่งไหลมาตัดรองเท้าที่นี่มากขึ้น ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อคนได้ดูข่าวก็อยากจะใส่รองเท้าร้านนี้สักครั้งในชีวิต ลูกค้าบางคนอยากจะตัดรองเท้าสักคู่หนึ่งเพื่อเอาไปบูชาก็มี

จนมีเหตุการณ์หนึ่งเป็นหญิงชาวใต้ นั่งเครื่องบินมาที่กรุงเทพฯ เพื่อที่จะมาขอกราบรอยพระบาทโดยเฉพาะ เมื่อได้เห็นก็ยืนร้องไห้ ช่างไก่และภรรยาก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ตาม ด้วยความเข้าใจในหัวอกเดียวกันเมื่อต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยไป

“เคยมีประชาชนจากทางภาคเหนือ อีสาน ใต้ มาที่ร้าน เพื่อนำพวงมาลัยมากราบรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเขาบอกว่า เข้าไม่ถึงพระองค์เลยมาขอกราบตรงนี้แทน ขณะที่ บางคนไม่รู้เดินผ่านร้านไปแล้ว เดินย้อนกลับมาใหม่ ถามว่า ที่อยู่ในตู้กระจกนั่นเป็นรองเท้าของใคร เราบอกว่า เป็นฉลองพระบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จู่ๆ เขาก็ร้องไห้เลย เราก็ตกใจ แล้วเขาก็ขอกราบและถ่ายรูปเก็บไว้” ช่างไก่ เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้าน

ภูมิใจที่สุดในชีวิตช่างซ่อมรองเท้า! ถวายงานแด่กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่

ผู้สื่อข่าวถาม ชายวัย 70 ที่นั่งอยู่ตรงหน้าว่า ‘ช่างไก่ ภูมิใจไหมที่ได้ถวายงานตรงนี้?’

“ภูมิใจที่สุดในชีวิตครับ...มันเป็นโอกาสที่เราหาซื้อไม่ได้ด้วยเงิน แต่ได้รับมาด้วยพระบารมีของพระองค์ท่าน ถือว่าเราได้มากเกินที่เราฝัน มันบรรยายไม่ถูก...ในชีวิตช่างซ่อมรองเท้าคนหนึ่งได้มีโอกาสถวายงานให้กับในหลวง ซึ่งเป็นความภูมิใจที่สุดจนหาที่สุดในชีวิตไม่ได้ (เสียงสั่นเครือ น้ำตาไหล) เราไม่เคยคาดคิดว่าจะได้มีโอกาสถวายงาน เราซ่อมรองเท้าเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องไปวันๆ เท่านั้น จนมีช่วงหนึ่งในชีวิตที่ตกต่ำจนพระบารมีของพระองค์ท่านแผ่ลงมาช่วยเหลือเรา จนทำให้เรามีวันนี้...” ช่างไก่ ตอบคำถามพลางเอามือเช็ดน้ำตา

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน