วันเสาร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ แนะเกษตรกรเปลี่ยนพฤติกรรมเพาะปลูก ลดรายจ่าย-เพิ่มมูลค่าผลผลิต

นายกฯ คิดวิธีแก้ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่เกษตรกร แนะจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกเหมาะสม ทำไร่นาสวนผสมคู่การเลี้ยงสัตว์ เดินตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ "รัชกาลที่ 9"

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 60 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้เวลาช่วงวันหยุดทบทวนภารกิจและปัญหาสำคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาปากท้อง และชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกร โดยย้ำการจัดสรรพื้นที่เพาะปลูกอย่างเหมาะสม การทำไร่นาสวนผสมควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ เช่น ไก่ ปลา สุกร ฯลฯ เพื่อให้มีรายได้เสริมและลดรายจ่ายของครอบครัว ตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางที่ควรนำไปประยุกต์ใช้ สำหรับการทำให้สินค้าเกษตรมีราคาดี ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง

ซึ่งที่สำคัญคือการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและลดต้นทุนการผลิต เกษตรกรควรพิจารณาปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกโดยใช้พันธุ์ที่มีคุณภาพ ใช้วิธีอินทรีย์และนวัตกรรมเข้ามาช่วย ขณะเดียวกัน ต้องลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ทั้งการจ้างคน การใช้ปุ๋ยเคมีที่ไม่จำเป็น และประหยัดการใช้น้ำ นอกจากนี้ ควรรวมกลุ่มให้เกิดความเข้มแข็งและสร้างอำนาจต่อรองเพื่อไม่ให้ถูกกดราคา โดยรัฐบาลกำลังจัดหาและพัฒนาตลาด ทั้งตลาดทั่วไปและตลาดเฉพาะกลุ่ม เพื่อให้ผู้ค้าสามารถขายสินค้าได้โดยตรง

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีระบุด้วยว่า ถ้าเกษตรกรไม่ร่วมมือ หรือปรับเปลี่ยนวิธีการทำการเกษตร ก็คงไม่มีรัฐบาลใดช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนได้ นอกจากใช้วิธีพยุงราคาซึ่งเป็นปัญหาที่ไม่มีวันจบสิ้น เปรียบเหมือนการให้ยาเลี้ยงไข้แต่ไม่มีวันหาย ที่ผ่านมา การปลูกพืชตามกระแสจนปริมาณล้นตลาดเป็นปัญหาใหญ่ ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำ ดังนั้น เมื่อทุกคนมองเห็นจุดอ่อน มีการยื่นข้อเรียกร้อง และภาครัฐบาลรู้ความต้องการของตลาด ทั้งเกษตรกรและรัฐบาลจึงต้องพร้อมใจกันแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

"รัฐบาลยินดีสนับสนุน ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปให้คำแนะนำ เพื่อทำงานร่วมกัน รวมทั้งอยากให้พี่น้องเกษตรกรไปติดต่อพูดคุยปรึกษาหารือกับบุคลากรด้านการเกษตรทุกระดับที่อยู่ในพื้นที่ หรือศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ที่มีอยู่กว่า 880 แห่งทั่วประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาความรู้ และปรับเปลี่ยนวิธีการเพาะปลูกให้ทันสมัย และสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ยกระดับรายได้ และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ตนเองและครอบครัว" พล.ท.สรรเสริญ กล่าว