วันจันทร์ที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ถึงน้ำในเขื่อนจะมาก อั้นนาปรัง 11 ล้านไร่

ในขณะที่สภาพอากาศทั่วประเทศยกเว้นภาคใต้ย่างเข้าสู่ฤดูแล้ง ฤดูทำนาปรัง และแม้ฤดูฝนที่ผ่านมาน้ำจะดี อ่างเก็บน้ำมีน้ำปริมาณมากเพียงพอต่อการเพาะปลูกก็ตาม แต่กระนั้นภาครัฐยังหวั่นชาวนาจะแห่กันทำนาปรัง จนทำให้ผลผลิตล้นตลาด จะส่งผลให้ข้าวราคาตก

นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาพื้นที่เพาะปลูกข้าวมีมากกว่าความต้องการของตลาด ปีนี้กรมอุตุนิยมวิทยา การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กรมชลประทาน สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และคณะกรรมการในแต่ละจังหวัด ที่มีผู้ว่าฯเป็นประธาน ได้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลด้านการตลาดถึงความเป็นไปได้พื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปรัง เพื่อกำหนดแผนการปฏิบัติงานในฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง

“ผลการสำรวจพบว่า ปีนี้มีเกษตรกรต้องการปลูกข้าวนาปรังพื้นที่ 13.35 ล้านไร่ อยู่ในเขตชลประทาน 9.21 ล้านไร่ นอกเขตชลประทาน 4.14 ล้านไร่ แต่ศักยภาพการรองรับของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลที่กรมการข้าวสำรวจ การปลูกข้าวนาปรังไม่ควรเกิน 11.55 ล้านไร่ ถึงจะสอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ดังนั้น เพื่อควบคุมพื้นที่เพาะปลูกข้าวไม่ให้เกินความต้องการของตลาด การทำนาปรังปีนี้กรมชลประทานจะควบคุมการปล่อยน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เกษตรกรปลูกข้าวในพื้นที่ไม่เหมาะสมอย่างนาดอน พื้นที่แล้งซ้ำซาก แห่กันปลูกข้าว แต่จะส่งเสริมให้หันไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 720,000 ไร่ ซึ่งรัฐอุดหนุนปัจจัยการผลิตรายละไม่เกิน 15 ไร่ รวม 30,000 บาท ปุ๋ยพืชสด 200,000 ไร่ พืชตระกูลถั่วและอื่นๆอีก 300,000 ไร่”

สำหรับปัญหาการส่งเสริมปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังนาปีที่ผ่านมาไม่ประสบผลสำเร็จ ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรบอกว่า ปัญหาส่วนหนึ่งมาจากพ่อค้ารับซื้อพืชไร่ในท้องถิ่นรับซื้อกดราคาเพื่อนำไปเก็บกักตุนเก็งกำไร รอราคาหลังข้าวโพดหมดฤดูแล้วจึงนำออกมาขาย วิธีการแก้ปัญหาในปีนี้รัฐบาลได้ให้สิทธิ์ขาดผู้ว่าฯแต่ละจังหวัดแก้ปัญหา เพื่อให้ผลประโยชน์อยู่กับเกษตรกร ไม่ใช่พ่อค้าคน กลางเหมือนปีที่ผ่านมา.