วันพุธที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำตาคนรอ! สามี-ครอบครัว ตามหานาน 3 เดือน หวังครั้งนี้ขอให้ใช่ ผอ.อ้อย

ย้อนช่วงเวลา 3 เดือนกับอีก 20 วัน กับการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย ล่าสุดเจอโครงกระดูก และเข็มขัด อบต. ระหว่างรอผลดีเอ็นเอ พ่อแม่ สามี และญาติ ใจคนคอยหวังให้ใช่

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. เป็นวันแรกที่ครอบครัวของ ผอ.อ้อย หรือ จุฑาภรณ์ อุ่นอ่อน อายุ 37 ปี ผู้อำนวยการกองการศึกษา อบต.ชำ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามหา ผอ.อ้อย ที่หายไป ซึ่งในระหว่างนี้เฟซบุ๊ก และไลน์ส่วนตัวของ ผอ.อ้อย มีการเคลื่อนไหว แต่ญาติไม่เชื่อว่าจะเป็นตัวจริง

ทั้งนี้ มีคนสวมรอยว่าเล่นเฟซบุ๊ก ผอ.อ้อย ซึ่งมีการโพสต์ว่า อยู่สิงคโปร์ หัวหิน พนมเปญ โดยบอกว่าจะไปศึกษาเส้นทางเพื่อทำธุรกิจ ซึ่งญาติคาดว่า ผู้สวมรอย ผอ.อ้อย ไปเอารูปจากกูเกิล และรูปเก่าๆ มาโพสต์แน่นอน เพราะบางวันบอกอยู่ลำธาร แต่ชุดที่ ผอ.อ้อย ใส่อยู่ในรูป ยังอยู่ที่ห้องในบ้าน

วันที่ 8 ส.ค. ชุดสืบสวน สภ.บึงมะลู และชุดสืบสวน สภ.กันทรลักษ์ พบรถเก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน กษ 8201 เชียงใหม่ ซึ่งเป็นของ ผอ.อ้อย ในอู่แห่งหนึ่ง ที่กำลังทำสี และถูกขายต่อไปแล้ว

วันที่ 11 ส.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายเรียก ร.อ.ศุภชัย ภาโส หรือ ผู้กองเหน่ง ซึ่งคาดว่า ผู้กองเหน่ง อาจรู้จัก และคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับ ผอ.อ้อย และเป็นผู้ที่เอารถเก๋งของ ผอ.อ้อย ไปฝากขายไว้

อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ครอบครัวของ ผอ.อ้อย ยังคงออกค้นหาทุกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็น อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี หรือในศรีสะเกษ จากการสอบสวน พบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของ ผอ.อ้อย ไปยังผู้กองเหน่ง

วันที่ 12 ส.ค. ผู้กองเหน่ง ยังปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ตำรวจตั้งไว้ดังนี้ คือ 1. หน่วงเหนี่ยว หรือกักขังผู้อื่น 2. ลักทรัพย์ของผู้อื่น (รถยนต์) หรือรับของโจร 3. ปลอมหรือใช้เอกสารปลอม และ 4. ทำให้เสียหาย ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย หรือทำให้สูญหาย ไร้ประโยชน์ ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่น

วันที่ 13 ส.ค. นายวิทยา เกษแก้ว อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นสามีของ ผอ.อ้อย ออกมาเปิดใจครั้งแรกว่า "ตอนนี้ความน่าจะเป็น เชื่อว่าภรรยาน่าจะเสียชีวิตแล้ว ผมวิงวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอให้ภรรยายังมีชีวิตอยู่ ถ้าถูกกักขังตัวแล้วเรียกค่าไถ่ ผมก็จะรีบหาเงินไปไถ่ตัว แต่ถึงอย่างไร ผมก็จะติดตามกลับมาให้ได้ ไม่ว่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็จะตามเธอกลับมาให้ได้ ส่วนลูกตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าแม่หายตัวไป พ่อ กับตาและยายบอกเพียงว่าแม่ไปประชุม ซึ่งผมก็รู้สึกสงสารลูกมาก"

วันที่ 18 ส.ค. นางอุไรวรรณ ธรรมคุณ หรือ หน่อย อายุ 44 ปี เพื่อนสนิทของ ผอ.อ้อย ระบุว่า ผอ.อ้อย พบกับผู้กองเหน่งที่ร้านของตน ทั้งสองคนมาดื่มกาแฟ แล้วพูดคุย กระทั่งคบหากันตั้งแต่ 3 พ.ย. 59 ประมาณเดือน มี.ค. 60 ก็ไม่ค่อยมานั่งคุยที่ร้าน มาซื้อกาแฟแล้วก็รีบไป แต่ก็ยังติดต่อผ่านกันทางเฟซบุ๊กและไลน์อยู่

"วันที่ 29 มิ.ย. 60 ครูอ้อย ได้มาชวนตนให้ไปเป็นเพื่อน ร้องเรียนผู้บังคับบัญชาของผู้กองเหน่ง ที่ค่ายในจังหวัดอุบลราชธานี ตนบอกไม่ว่าง ไปไม่ได้ ต้องขายของ เพราะไม่อยากไปยุ่งเรื่องของเพื่อนมาก ซึ่ง ผอ.อ้อยก็ไม่เคยบอกให้รู้ว่าผู้กองเหน่งยืมเงินไปเท่าไร"

วันที่ 21 ส.ค. แม่ และอาของ ผอ.อ้อย ได้มายื่นหนังสือที่กระทรวงยุติธรรม เพื่อทวงถามความคืบหน้า และออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ลูกสาวน่าจะเสียชีวิตแล้ว แต่ก็ยังไม่ย่อท้อที่จะค้นหา ในส่วนของคดีก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร และมองว่าผู้กองเหน่งอาจจะไม่ได้ลงมือเพียงคนเดียว และการหายตัวไปของ ผอ.อ้อย น่าจะเกี่ยวกับการปล่อยกู้เงินให้คนมีสี

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลา ส.ค.-ก.ย. ญาติของ ผอ.อ้อย ยังคงตามหาเธอ ซึ่งไม่ว่าจะมีเบาะแสที่ไหนก็ตาม โดยความหวังสุดท้ายคือ การให้เงินรางวัลสำหรับผู้ที่พบเห็นผอ.อ้อย หากพบเห็นร่างของ ผอ.อ้อย ให้ 500,000 บาท และถ้าหากมีคนพาญาติไปพบ ผอ.อ้อย ตัวเป็นๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่ ทางญาติจะมอบเงินรางวัลสินน้ำใจให้ 1,000,000 บาท

วันที่ 30 ก.ย. ญาติ ผอ.อ้อย เข้าตรวจสอบบ้านพักในค่าย ร.6 พัน 2 ต้นสังกัดของผู้กองเหน่ง ที่ศรีสะเกษ ซึ่งพบกองกระดูกเผาไหม้ต้องสงสัยในค่าย มอบให้ ตร.สภ.กันทรลักษ์ ตรวจสอบแต่ก็ยังไม่ใช่ ผอ.อ้อย

วันที่ 2 ต.ค. ผู้กองเหน่ง ได้เข้ามารายงานตัวกับพนักงานสอบสวน เป็นครั้งที่ 4 หลังครบกำหนดเข้ารายงานตัว ระหว่างนั้นญาติๆ ผอ.อ้อย ได้ตะโกนถามว่า ผอ.อ้อยอยู่ที่ไหน หลังหายตัวนานกว่า 3 เดือน

วันที่ 3 ต.ค. ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 3 เดือนที่ ผอ.อ้อย หายตัวไป นายวิทยา สามีของผอ.อ้อย พร้อมด้วยญาติ เข้าไปค้นหาที่ป่าข้างลำห้วยผึ้ง จ.อุบลราชธานี อีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบอะไร

วันที่ 16 ต.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เพิ่มข้อหากับผู้กองเหน่งอีก 2 ข้อหา คือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาฉ้อโกง ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดกันทรลักษ์ พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว ระหว่างนี้ นายบุญเลิศ และนางแหลม อุ่นอ่อน พ่อและแม่ของ ผอ.อ้อย เดินทางมาถือป้ายประณาม และส่งเสียงตะโกนด่า

ล่าสุดวันที่ 23 ต.ค. แม่ ผอ.อ้อย ฝันว่าลูกสาวมาขอความช่วยเหลือ ถูกทิ้งไว้ใกล้กับฐานปฏิบัติการอนุพงศ์ ของกองร้อยทหารพราน 2305 อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เมื่อไปถึงก็พบกับโครงกระดูกปริศนา พร้อมเส้นผม และเข็มขัด อบต. ซึ่งคงต้องรอให้ตำรวจนำไปตรวจดีเอ็นเอ ก่อนที่จะมีข้อสรุปว่าใช่ของ ผอ.อ้อย หรือไม่